12 วัดสวยภาคอีสาน ประเทศไทย

  • อ่าน (8,277)
  • ByWebmaster
  • 13:58:13 | 26 มิ.ย. 2564

12 วัดสวยภาคอีสาน

             ภาคอีสาน นอกจากขึ้นชื่อในเรื่องของวัฒนธรรมที่ธรรมงดงามและวิถีชีวิตอันเป็นเอกลักษณ์แล้ว ยังเป็นภูมิภาคที่เต็มไปด้วยวัดวาอารามที่มีสถาปัตยกรรมสวยงามและทรงคุณค่า วันนี้ Palanla จึงจะขอชวนออกเดินทางไปเที่ยวชมและรับสิริมงคลกับ 12 วัดสวยภาคอีสานกัน


แผนที่แสดงตำแหน่งของ 12 วัดสวยภาคอีสาน


1. พระมหาธาตุแก่นนคร จังหวัดขอนแก่น

             พระมหาธาตุแก่นนคร (Pra Mahathat Kaen Nakhon) หรือที่คนท้องถิ่นเรียกกันว่า “พระธาตุวัดหนองแวง” เนื่องจากองค์พระธาตุนั้นตั้งอยู่ที่วัดหนองแวงพระอารามหลวง วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของชาวขอนแก่นมานานกว่า 200 ปี “พระมหาธาตุแก่นนคร” เป็นพระธาตุ 9 ชั้น งดงามและโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบสมัยทวาราวดี ผสมผสานกับศิลปะอินโดจีนซึ่งเป็นลักษณะแบบชาวอีสาน โดยเรือนยอดทรงเจดีย์นั้นได้จำลองแบบจากพระธาตุขามแก่น ส่วนด้านในพระธาตุแต่ละชั้นก็เต็มไปด้วยสิ่งน่าสนใจ ที่บอกเล่าเรื่องราวอันเกี่ยวพันกับวิถีชีวิตของคนอีสานและพระพุทธศาสนาให้ได้ชม รวมถึงยังเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุด้วย จากชั้นบนยอดเจดีย์เราจะสามารถมองเห็นวิวสวยๆ ของบึงแก่นนครและเมืองขอนแก่นได้อย่างชัดเจน

พิกัด GPS : 16°24'29.3"N 102°50'03.2"E

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ พระมหาธาตุแก่นนคร ได้ที่ : https://palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=248


2. วัดป่าวังน้ำเย็น จังหวัดมหาสารคาม

             วัดป่าวังน้ำเย็น (Wat Pa Wang Nam Yen) เป็นวัดที่มีศาลาปฏิบัติธรรมไม้สักทองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 30 ไร่ ที่ ต.เกิ้ง อ.เมือง จ.มหาสารคาม เมื่อก้าวเข้าไปในวัดแห่งนี้ เราจะพบกับศาลาปฏิบัติธรรมไม้สักทองขนาดใหญ่ ด้วยเสาถึง 112 ต้น ที่สร้างจากไม้เนื้อแข็งคือไม้แดง ไม้ประดู่ ตกแต่งด้วยไม้สักทอง มีมูลค่ากว่า 80 ล้านบาท และ “มหาเจดีย์ศรีมหาสารคาม" ที่ภายในเป็นที่ประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น พระบรมสารีริกธาตุ พระพุทธรูปทองคำ 3 องค์น้ำหนักกว่า 12  กิโลกรัม พระบูชาถึง 84,000 องค์ รวมถึงพระกรุพระธาตุนาดูนด้วย ยิ่งใหญ่และทรงคุณค่าสมกับเป็น “มหาเจดีย์ศรีมหาสารคาม" สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองมหาสารคามในปัจจุบัน

พิกัด GPS : 16°12'11.7"N 103°18'07.3"E

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ วัดป่าวังน้ำเย็น ได้ที่ : https://palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=289


3. พระมหาเจดีย์ศรีชัยมงคล จังหวัดร้อยเอ็ด

             พระมหาเจดีย์ศรีชัยมงคล (Phra Maha Chedi Sri Chai Mongkol) เป็นมหาเจดีย์ขนาดใหญ่สีขาวตกแต่งลวดลายงดงามตระการตา ด้วยสีทองเหลืองอร่ามงดงามราวกับดินแดนสรรค์บนเนื้อที่ 101 ไร่ ท่ามกลางธรรมชาติภูเขาเขียวของจังหวัดร้อยเอ็ดที่โอบล้อม พระมหาเจดีย์ศรีชัยมงคลสร้างด้วยสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานอย่างลงตัว ระหว่างศิลปกรรมของพระปฐมเจดีย์ของภาคกลางและพระธาตุพนมของภาคอีสาน องค์พระมหาเจดีย์รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กทั้ง 8 ทิศ ภายในแบ่งเป็นทั้งหมด 5 ชั้นด้วยกัน แต่ละชั้นตกแต่งอย่างงดงาม ด้วยลวดลายไทยที่วิจิตรพิสดาร มีทั้งส่วนที่เป็นพิพิธภัณฑ์ ส่วนที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุจากประเทศศรีลังกา รวมถึงรูปหล่อเกจิอาจารย์สายอีสานจำนวนมากที่ผู้คนให้ความเลื่อมใสศรัทธา

พิกัด GPS : 16°19'56.8"N 104°19'05.3"E

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ พระมหาเจดีย์ศรีชัยมงคล ได้ที่ : https://palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=295


4. วัดประชาคมวนาราม (วัดป่ากุง) จังหวัดร้อยเอ็ด

             วัดประชาคมวนาราม (วัดป่ากุง) (Wat Prachakom Wanaram (Wat Phakoong) ตั้งอยู่ที่ตำบลศรีสมเด็จ อำเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด วัดแห่งนี้มีเอกลักษณ์โดดเด่นคือเจดีย์หินทรายที่สร้างเลียนแบบมาจากเจดีย์โบโรบูโด (บรมพุทโธ) เกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งถือเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ความน่าอัศจรรย์ของเจดีย์หินทรายวัดป่ากุงคือสร้างด้วยหินธรรมชาติทั้งหลัง เป็นหินทรายธรรมชาติจากปากช่อง จ. นครราชสีมา โดยใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 12 ปีจึงแล้วเสร็จ ภายนอกเจดีย์มีภาพแกะสลักที่สวยงาม วิจิตรพิสดาร เป็นเรื่องราวพุทธประวัติและพระเวสสันดรชาดก ส่วนภายในเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุซึ่งอยู่ ณ จุดศูนย์กลางของเจดีย์ เจดีย์หินทรายวัดป่ากุงถือเป็นบุโรพุทโธเจดีย์หินทรายแห่งแรกของประเทศไทย

พิกัด GPS 15°59'28.8"N 103°29'43.8"E

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ วัดประชาคมวนาราม (วัดป่ากุง) ได้ที่ : https://palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=297


5. วัดเขาพระอังคาร จังหวัดบุรีรัมย์

             วัดเขาพระอังคาร (Wat Khao Phra Angkhan) ตั้งอยู่ที่ภูเขาพระอังคาร อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ นับเป็นอีกหนึ่งวัดสวยในภาคอีสานที่มีสถาปัตยกรรมงดงามแปลกตาและให้กลิ่นอายอารยะธรรมขอมโบราณ รอบๆ พระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยจำนวน 108 องค์เรียงรายอย่างสวยงาม มีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าบริเวณที่สร้างวัดเคยเป็นพุทธสถานมาตั้งแต่สมัยทราวดี โดยมีการพบใบเสมาหินบะซอลต์อายุราว 1,300 ปีก่อน ซึ่งเป็นวัดแห่งเดียวในประเทศไทยที่ปรากฏใบเสมาหินบะซอลต์ด้วย แม้ว่าสถาปัตยกรรมต่างๆ ภายในวัดเขาพระอังคารที่เห็นในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่แทนของเดิมที่ชำรุด ทว่าก็ได้ประยุกต์สถาปัตยกรรมหลายสมัยเข้าด้วยกันอย่างมีเสน่ห์และลงตัว

พิกัด GPS : 14°32'03.5"N 102°50'04.2"E

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ วัดเขาพระอังคาร ได้ที่ : https://palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=276


6. วัดบ้านไร่ จังหวัดนครราชสีมา

             วัดบ้านไร่ (Wat Ban Rai) เป็นสถานที่สำคัญที่เกี่ยวเนื่องกับชีวิตของพระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ) พระเกจิชื่อดังซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของคนทั้งประเทศ แม้ว่าท่านจะละสังขารจากโลกนี้ไปแล้ว ทว่าคำสอนและคุณความดีของหลวงพ่อคูณก็ยังคงได้รับการถ่ายทอดและอยู่ในใจของผู้คนเสมอ ซึ่งเป็นที่มาของ “วิหารเทพวิทยาคม” อุทยานธรรม 5 ชั้นกลางบึงน้ำขนาดใหญ่ที่เพิ่งสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2554 โดดเด่นด้วยประติมากรรมนูนต่ำและเซรามิกโมเสกสีสันสวยงามมากกว่า 20 ล้านชิ้น ที่ประกอบขึ้นด้วยความละเอียดประณีตโดยชาวบ้านผู้มีจิตศรัทธา ภายในวิหารถูกออกแบบให้เป็นมหาวิหารแห่งพระไตรปิฎกที่รวบรวมพุทธประวัติ พระวินัย และพระธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงแสดงไว้อย่างครบถ้วน ที่นี่จึงเรียกได้ว่าเป็นสถานที่แห่งแรกและแห่งเดียวในโลก ที่นำเอาพระไตรปิฎกมาแสดงและให้ความรู้แก่ประชาชนทั่วไป

พิกัด GPS : 15°17'59.9"N 101°44'09.5"E

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ วัดบ้านไร่ ได้ที่ : https://palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=341


7. วัดพระธาตุสุพรรณหงส์ จังหวัดศรีสะเกษ

             วัดพระธาตุสุพรรณหงส์ (Wat Phra That Suphannahong) หรือวัดบ้านหว้าน จัดเป็นวัดสวยอีกแห่งหนึ่งของภาคอีสานที่โดดเด่นด้วยพระอุโบสถบนเรือสุพรรณหงส์ตั้งอยู่กลางน้ำ และมีทางเดินเป็นบันไดพญานาคทอดยาวไปสู่พระอุโบสถอันงดงาม ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาดหากมีโอกาสมาเที่ยวศรีสะเกษ พระอุโบสถบนเรือสุพรรณหงส์จำลองที่วัดแห่งนี้กว้าง 5 เมตร ยาว 13.6 เมตร หลังคาเป็นทรงจตุรมุข 3 ชั้นมียอดมณฑป ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและพระพุทธรูปหลายองค์ บริเวณทางเดินเป็นบันไดสลักลวดลายของพญานาคทอดยาวไปยังพระอุโบสถ นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้ไหว้พระเพื่อความเป็นสิริมงคลแล้ว บริเวณภายในวัดยังมีตลาดโบราณวัฒนธรรมชุมชนให้ได้เดินเที่ยวชมด้วย

พิกัด GPS : 15°11'39.1"N 104°17'38.7"E

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ วัดพระธาตุสุพรรณหงส์ ได้ที่ : https://palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=420


8. วัดพระธาตุหนองบัว จังหวัดอุบลราชธานี

             วัดพระธาตุหนองบัว (Wat Phrathat Nong Bua) ตั้งอยู่อำเภอเมืองอุบลราชธานี เป็นวัดที่โดดเด่นด้วยพระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์สีขาวสะอาดตัดด้วยลวดลายสีทองและล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว พระธาตุเจดีย์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ครบรอบ 25 ศตวรรษของพุทธศาสนา ซึ่งองค์พระธาตุได้จำลองมาจากเจดีย์ที่พุทธคยาของประเทศอินเดียโดยสร้างครอบพระธาตุองค์เดิมเอาไว้ ด้านในเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ องค์พระธาตุทั้งสี่ด้านแกะสลักพระประจำวันเกิด ส่วนบริเวณหัวมุมของกำแพงแก้วทั้งสี่มุมยังเป็นที่ประดิษฐานพระเจดีย์ขนาดเล็กอีกสี่องค์ นอกจากวัดพระธาตุหนองบัวจะเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญต่อศาสนาพุทธแล้ว ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้ที่มีโอกาสเดินทางมาเยือนจังหวัดอุบลราชธานีด้วย

พิกัด GPS : 15°15'47.8"N 104°50'20.5"E

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ วัดพระธาตุหนองบัว ได้ที่ : https://palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=394


9. วัดสิรินธรวราราม (วัดภูพร้าว) จังหวัดอุบลราชธานี

             วัดสิรินธรวราราม (วัดภูพร้าว) (Wat Sirindhorn Wararam (Wat Phu Prao) ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงในอำเภอสิรินธร ห่างจากตัวเมืองอุบลราชธานีประมาณ 88 กิโลเมตร เป็นวัดป่าที่รู้จักกันในนาม “วัดเรืองแสง” จากผลงานพุทธศิลป์ที่ถ่ายทอดออกมาในรูปแบบจิตรกรรมภาพเขียนต้นกัลปพฤกษ์ที่อยู่บนผนังด้านหลังของอุโบสถ ซึ่งจะเรืองแสงสีเขียวในยามค่ำคืนก่อให้เกิดภาพที่สวยงามแปลกตา อีกทั้งยังมีการสลักลวดลายเรืองแสงลงบนลานหินด้านนอกของอุโบสถ ซึ่งยิ่งส่งเสริมให้งานพุทธศิลป์นี้มีความอลังการ สร้างความตราตรึงใจให้แก่ผู้ที่มาเยือน ตัวอุโบสถของวัดสิรินธรวรารามนั้นจำลองมาจากวัดเชียงทองของประเทศลาว แต่มีขนาดใหญ่กว่าของจริงประมาณหนึ่งเท่า ด้านในมีเสาเรียงลงลวดลายดอกบัวแฝงคติธรรมเรื่องบัวสี่เหล่า เรียงรายทอดยาวไปยังพระประธานปางสมาธิที่ประดิษฐานอยู่ นอกจากนี้วัดแห่งนี้ยังมีจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงาม ซึ่งสามารถมองเห็นลำน้ำโขงและอ่างเก็บน้ำบริเวณเชิงเขาได้อย่างชัดเจนด้วย

พิกัด GPS : 15°08'55.7"N 105°27'56.3"E

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ วัดสิรินธรวราราม (วัดภูพร้าว) ได้ที่ : https://palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=397


10. วัดป่าภูก้อน จังหวัดอุดรธานี

             วัดป่าภูก้อน (Wat Pa Phu Kon) อยู่ห่างจากตัวจังหวัดอุดรธานีราวๆ 125 กิโลเมตร มีพระวิหารขนาดใหญ่อันงดงามเป็นเอกลักษณ์ด้วยสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์สมัยรัตนโกสินทร์ ท่ามกลางพื้นที่ที่อุดมไปด้วยธรรมชาติป่าเขาของเขตป่าสงวนแห่งชาติป่านายูงและป่าน้ำโสม ภายในพระวิหารตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา แฝงไปด้วยเรื่องราวคำสอนของพระพุทธเจ้า และยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี ความยาว 20 เมตร สร้างด้วยหินอ่อนจากประเทศอิตาลีซึ่งเป็นหินอ่อนขาวที่มีความสวยงามและทนทานมากที่สุด นอกจากนี้วัดป่าภูก้อนยังเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุบรรจุในพระเกศพระร่วงโรจน์ศรีบูรพา และยังมีรูปปั้นหินอ่อนของเหล่าเกจิอาจารย์ชื่อดังของประเทศไทยที่ประชาชนให้ความเคารพศรัทธาด้วย

พิกัด GPS : 17°55'22.0"N 102°07'05.7"E

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ วัดป่าภูก้อน ได้ที่ : https://palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=477


11. วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร จังหวัดสกลนคร

             วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร (Wat Phra That Choeng Chum Worawihan) เป็นปูชนียสถานสำคัญคู่บ้านคู่เมืองสกลนครมาแต่โบราณ มีเอกลักษณ์อันโดดเด่นคือเจดีย์ก่ออิฐถือปูนทรงบัวเหลี่ยมสีขาวงดงาม บริเวณยอดฉัตรทำด้วยทองคำบริสุทธิ์หนัก 247 บาท และซุ้มยอดประตูที่มีลักษณะเป็นยอดปราสาท มีข้อสันนิษฐานว่าเดิมทีนั้นพระธาตุเชิงชุมเคยเป็นปราสาทหินทรายศิลปะสมัยขอม เนื่องจากภายในกรอบประตูทางเข้าอุโมงค์ด้านขวามือมีจารึกพระธาตุเชิงชุมอักษรขอมโบราณราวพุทธศตวรรษที่ 16 ปรากฏอยู่ ทว่าพระธาตุองค์ปัจจุบันเป็นศิลปะล้านช้างที่ได้รับอิทธิพลจากอาณาจักรล้านช้างซึ่งแผ่เข้ามาบริเวณภาคอีสานในราวพุทธศตวรรษที่ 19 และด้วยพระธาตุแห่งนี้สร้างครอบรอยพระบาทของพระพุทธเจ้าถึง 4 พระองค์ด้วยกัน จึงมีคำกล่าวที่ว่า “จะมีครั้งใดที่ได้อานิสงส์มากไปกว่าการได้มาบูชาพระธาตุที่สร้างครอบรอยพระบาทพระพุทธเจ้าถึง 4 พระองค์ที่พระธาตุเชิงชุมแห่งนี้” ภายในวัดพระธาตุเชิงชุมยังเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อองค์แสน พระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะเชียงแสนอันศักดิ์สิทธิ์ และเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวสกลนครมายาวนานด้วย

พิกัด GPS : 17°09'52.6"N 104°09'10.5"E

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร ได้ที่ : https://palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=478


12. วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร จังหวัดนครพนม

             วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร (Wat Phra That Phanom Woramahawihan) อยู่ห่างจากตัวเมืองนครพนมประมาณ 55 กิโลเมตร ถือเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัดนครพนม ด้วยสถาปัตยกรรมพระธาตุรูปทรงสี่เหลี่ยมศิลปะแบบขอม ประดับลวดลายอันวิจิตรงดงาม เป็นปูชนียสถานเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในระหว่าง พ.ศ. 1200 – 1400   ภายในองค์พระธาตุบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระอุรังคธาตุ (กระดูกส่วนหน้าอก) ของพระพุทธเจ้า และของมีค่าของจังหวัดนครพนมและภาคตะวันออกเฉียงเหนือไว้ รวมถึงฉัตรทองคำบนยอดพระธาตุที่มีน้ำหนักถึง 110 กิโลกรัม มีผู้กล่าวว่า “แม้ใครมีโอกาสมานมัสการองค์พระธาตุแม้เพียงสักครั้ง ก็ถือเป็นมงคลสูงสุดของชีวิต” สำหรับผู้ที่ต้องการมีบุตรก็มักจะนิยมมาอธิษฐานขอบุตรจากพระธาตุพนมเพราะเชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์และพรสัมฤทธิ์ผล นอกจากนี้ในพิธีราชาภิเษกทุกรัชกาลก็จะต้องมานำน้ำจากที่นี่ไปร่วมประกอบพิธีด้วย

พิกัด GPS 16°56'36.5"N 104°43'34.4"E

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ วัดพระธาตุพนม ได้ที่ : https://palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=211



ข้อมูลอื่นๆ ที่ควรรู้
 : เว็บไซต์พยากรณ์อากาศ https://www.accuweather.com/

                             การท่องเที่ยวอีสาน https://i-san.tourismthailand.org/

                             การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) https://thai.tourismthailand.org/

                             บริการขนส่ง (รถทัวร์ประจำทาง) http://www.busticket.in.thhttp://www.thairoute.com   


แอปพลิเคชันแนะนำสำหรับเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ในประเทศไทย

                   - Grab สามารถดาวน์โหลดได้ที่ App Store (iOS) และ Play Store (Android)


อัตราค่าบริการแท็กซี่ (
TAXI FARE)


อัตราค่าครองชีพ (
DAILY COST)


สภาพอากาศ (WEATHER)

 

สถานที่อื่นๆที่น่าสนใจ

5 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในจังหวัดยโสธร ประเทศไทย

จังหวัดยโสธรเป็นจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างของไทยที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำชี จังหวัดยโสธรมีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรมหลายแห่ง เพราะเป็นเมืองที่ผ่านประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยทวาราวดี วันนี้ทาง Palanla จึงได้รวบรวมสถานที่ที่เป็นไฮไลท์ของจังหวัดยโสธรมาฝากทุกท่านไว้ในบทความนี้

อ่านต่อ

วัดพระพุทธบาทยโสธร จังหวัดยโสธร ประเทศไทย

วัดพระพุทธบาทยโสธร (Wat Phra Buddhabat Yasothon) เป็นวัดที่มีความสวยงามจากหมู่อาคารสีขาวท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ นักท่องเที่ยวที่มาเยือนนิยมมาเที่ยวชมวัดและสักการะโบราณวัตถุทางพุทธศาสนาอันได้แก่ รอยพระพุทธบาท พระพุทธรูปปางนาคปรก และศิลาจารึกโบราณที่มีอายุราวห้าร้อยปี รวมทั้งพระพุทธรูปหยกขาวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยที่ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ และพระบรมสารีริกธาตุที่ประดิษฐานอยู่ภายในเจดีย์ของวัดอีกด้วย วัดแห่งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งวัดดังของจังหวัดยโสธรที่ควรค่าต่อการมาเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง

อ่านต่อ

8 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในจังหวัดศรีสะเกษ ประเทศไทย

จังหวัดศรีสะเกษเป็นจังหวัดในภาคอีสานตอนล่างที่มีแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ที่เป็นจุดชมวิวอันน่าประทับใจ ไปจนถึงแหล่งโบราณสถานอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และวัดวาอารามที่สร้างขึ้นอย่างงดงามให้เที่ยวชม วันนี้ทาง Palanla ได้รวบรวม 8 สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นไฮไลท์ของจังหวัดศรีเกษมาฝากทุกท่านกันในบทความนี้

อ่านต่อ

ผามออีแดง จังหวัดศรีสะเกษ ประเทศไทย

ผามออีแดง (Pha Mor E Daeng) เป็นหน้าผาที่ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร เป็นจุดชมวิวที่มองเห็นปราสาทเขาพระวิหาร ป่าไม้ และบ้านเมืองของกัมพูชาที่อยู่ไกลออกไปได้ ในยามเช้าของช่วงปลายฝนต้นหนาวจะเป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยงาม ส่วนในยามพระอาทิตย์ตกดินจะมองเห็นฝูงค้างคาวบินออกมาจากถ้ำเพื่อหากิน นอกจากนี้ อีกหนึ่งไฮไลท์ของผามออีแดงคือภาพจิตรกรรมโบราณที่ถูกสลักไว้ริมหน้าผาซึ่งมีความเก่าแก่กว่าหนึ่งพันห้าร้อยปีทีเดียว ถือเป็น Unseen Thailand ที่คุ้มค่าต่อการมาเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง

อ่านต่อ

น้ำตกสำโรงเกียรติ จังหวัดศรีสะเกษ ประเทศไทย

น้ำตกสำโรงเกียรติ (Samrong Kiat Waterfall) เป็นน้ำตกที่มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาบรรทัด น้ำตกแห่งนี้มีเอกลักษณ์ตรงที่บริเวณด้านบนหน้าผาจะมีแอ่งลานหินขนาดใหญ่รองรับธารน้ำเอาไว้ก่อนที่จะไหลตกลงมาตามชั้นหน้าผา น้ำตกสำโรงเกียรติมีน้ำไหลตลอดปี และจะมีน้ำมากที่สุดในช่วงฤดูฝน บรรยากาศโดยรอบมีความร่มรื่นจากป่าไม้ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะกับการมาเล่นน้ำ นั่งพักผ่อนหย่อนใจ และถ่ายภาพสวยๆ ได้อย่างเพลิดเพลิน

อ่านต่อ

เกาะกลางน้ำ จังหวัดศรีสะเกษ ประเทศไทย

เกาะกลางน้ำ (Koh Klang Nam) เป็นเกาะที่อยู่ใจกลางอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำคำในอำเภอเมืองศรีสะเกษ บนเกาะแห่งนี้เป็นสวนสาธาณะขนาดใหญ่และเป็นที่ตั้งของอาคารสำคัญหลายแห่ง เช่น หอศรีลำดวนเฉลิมพระเกียรติที่เป็นหอชมเมืองศรีสะเกษได้รอบทิศ และศรีสะเกษอควาเรียมซึ่งเป็นศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่นี่จึงเป็นทั้งสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของจังหวัดศรีสะเกษอีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมาเที่ยวชมเป็นอย่างมาก

อ่านต่อ

วัดบุไผ่ (วัดบ้านไร่ 2) จังหวัดนครราชสีมา ประเทศไทย

วัดบุไผ่ (วัดบ้านไร่ 2) Wat Bu Pai (Wat Ban Rai 2) เป็นวัดที่ตั้งตระหง่านบนเนินเขาในอำเภอวังน้ำเขียว ประดิษฐานรูปหล่อหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ หรือ พระเทพวิทยาคม พระเกจิดังวัดบ้านไร่องค์ใหญ่ที่สุดในโลก

อ่านต่อ

วัดแสงธรรมวังเขาเขียว จังหวัดนครราชสีมา ประเทศไทย

วัดแสงธรรมวังเขาเขียว (Wat Saeng Tham Wang Khao Khiao) เป็นที่ตั้งของพระมหาเจดีย์ศรีแสงธรรมวิสุทธิมงคล พระมหาเจดีย์รูปทรงดอกบัวสีขาวตั้งตระหง่านสง่างามอยู่กลางคูน้ำ ท่ามกลางสวนหย่อมสีเขียวขนาดใหญ่และแวดล้อมด้วยหุบเขาสีเขียวขจีของอำเภอวังน้ำเขียว

อ่านต่อ

ผาเก็บตะวัน จังหวัดนครราชสีมา ประเทศไทย

ผาเก็บตะวัน (Pha Kep Tawan) หนึ่งในที่เที่ยววังน้ำเขียวที่เป็นจุดชมวิวที่มีทัศนียภาพสวยงาม แวดล้อมด้วยความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ เหมาะแก่การแวะมาชมวิวผ่อนคลาย หรือหากต้องการกางเต็นท์ค้างคืนก็ได้เช่นกัน

อ่านต่อ

วัดป่าโนนสวรรค์ จังหวัดร้อยเอ็ด ประเทศไทย

วัดป่าโนนสวรรค์ (Wat Pa Non Sawan) เป็นวัดที่มีชื่อเสียงของจังหวัดร้อยเอ็ด ภายในวัดมีความน่าตื่นตาตื่นใจของประติมากรรมปูนปั้นมากมายที่ถ่ายทอดเรื่องเกี่ยวกับพุทธประวัติ พระธรรมคำสอน รวมถึงวรรณคดีไทยชื่อดังต่างๆ ให้ได้เดินเที่ยวชม และภายในวัดยังโดดเด่นด้วยองค์เจดีย์ขนาดใหญ่ที่ตกแต่งอย่างงดงาม รวมถึงศิลปะการตกแต่งที่ใช้หม้อดินมาประดับในส่วนต่างๆ โดยรอบจนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว วัดแห่งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดร้อยเอ็ดที่ไม่ควรพลาดชม

อ่านต่อ
สถานที่อื่นๆที่น่าสนใจ