3 จุดชมวิวที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น

  • อ่าน (1,634)
  • By Webmaster Webmaster
  • 09:46:32 | 30 ม.ค. 2567

3 จุดชมวิวที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น

Nihon Sankei, Japan

Nihon Sankei

             ญี่ปุ่น ประเทศที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามและมีการจัดอันดับให้กับที่ต่างๆ อยู่มากมาย และแน่นอนว่าการจัดอันดับให้กับจุดชมวิวระดับท็อปของประเทศก็เป็นสิ่งที่ชาวญี่ปุ่นไม่อาจพลาดไปได้เช่นกัน วันนี้ Palanla จะพาไปชม 3 จุดชมวิวที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น หรือที่ในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า ”Nihon Sankei” ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 โดย Hayashi Razan นักปรัชญาในสมัยรัฐบาลเอโดะ จุดชมวิวที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นทั้ง 3 แห่งที่ว่านี้ ได้แก่ 1. อามาโนะ ฮาชิดาเตะ (Amanohashidate) จังหวัดเกียวโต  2. เกาะมิยาจิมะ (Miyajima) จังหวัดฮิโรชิมะ และ 3. อ่าวมัตสึชิมะ (Matsushima Bay) จังหวัดมิยางิ

Nihon Sankei
แผนที่แสดงตำแหน่งที่ตั้งของ 3 จุดชมวิวที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น
 

1. อามาโนะฮาชิดาเตะ วิวแลนด์ (Amanohashidate View Land) จังหวัดเกียวโต

Nihon Sankei

             อามาโนะฮาชิดาเตะ วิวแลนด์ (Amanohashidate View Land) ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของสันทรายอามาโนะฮาชิดาเตะ ในจังหวัดเกียวโต ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดติด 1 ใน 3 ของญี่ปุ่นมาเป็นเวลานานและมีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี โดยมีชื่อปรากฏอยู่ในบทกวีโบราณตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 1020 จุดชมวิวแห่งนี้เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อปี ค.ศ. 1970 จากจุดนี้สามารถมองเห็นสันทรายอามาโนะฮาชิดาเตะ ยาว 3.6 กิโลเมตร ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติกลางอ่าวมิยาซุ (Miyazu)

             มีตำนานเกี่ยวกับการเกิดสันทรายแห่งนี้เล่าต่อกันมาว่า กาลครั้งหนึ่งมีเทพเจ้าบนสรวงสวรรค์องค์หนึ่ง หลงรักกับเทพธิดาที่อยู่บนโลกมนุษย์ จึงสร้างสะพานทอดยาวลงมายังโลกมนุษย์เพื่อพบกัน แต่แล้ววันหนึ่งสะพานแห่งนั้นพังทลายลง และกลายเป็นหาดทรายขาวพาดผ่านทะเลที่เรียกว่า อามาโนะฮาชิดาเตะ ทำหน้าที่เป็นทางเชื่อมระหว่างแผ่นดิน 2 ฝั่งอ่าวเข้าด้วยกัน บนแผ่นดินทั้ง 2 ฝั่งของอามาโนะฮาชิดาเตะเป็นชุมชนเก่าแก่ที่ปัจจุบันเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวและร้านค้าจำนวนมาก

             ด้านบนของจุดชมวิวมีสวนสนุกเล็กๆ อยู่ด้วย ประกอบด้วยเครื่องเล่นต่างๆ อาทิ ม้าหมุน ชิงช้าสวรรค์ รถบั๊ม รวมถึงเครื่องเล่นสุดตื่นเต้นอย่างการขี่จักรยานบนรางลอยฟ้า (Cycle-car) ที่จะเผยให้เห็นทัศนียภาพรอบๆ แบบ 360 องศาจากบนเครื่องเล่นนี้ด้วย หนึ่งในกิจกรรมสนุกๆ ที่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวจุดชมวิวอามาโนะฮาชิดาเตะ วิวแลนด์ มักทำกันคือ การก้มลงมองลอดใต้หว่างขาจากจุดชมวิว โดยเมื่อทำเช่นนี้ฝั่งนี้จะได้เห็นสันทรายในมุมมองที่ต่างออกไป เป็นรูปมังกรตัวใหญ่กำลังเหาะทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้านั่นเอง  

การเดินทาง : จากสถานี Kyoto Station ขึ้นรถสาย Kyoto Eki ไปลงป้าย Amanohashidate Eki mae ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง แล้วเดินต่ออีกประมาณ 5 นาทีเพื่อไปยังอามาโนะฮาชิดาเตะ วิวแลนด์

เวลาทำการเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 9.00 -17.00 น.    

พิกัด GPS : 35°33'09.9"N 135°10'55.6"E

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ อามาโนะฮาชิดาเตะ วิวแลนด์ ได้ที่ : https://www.palanla.com/th/abroadLocation/detail/2399
 

2. เกาะมิยาจิมะ (Miyajima Island) จังหวัดฮิโรชิมะ

Nihon Sankei

             มิยาจิมะ (Miyajima) เป็นเมืองเล็กๆ บนเกาะอิสึคุชิมะ (Itsukushima) ทางตะวันตกของจังหวัดฮิโรชิมะ หลายคนเรียกเกาะนี้ว่าเกาะมิยาจิมะ คืออีก 1 ใน 3 จุดชมวิวสวยที่สุดของญี่ปุ่น บนเกาะที่มีพื้นที่เพียง 30.39 ตารางกิโลเมตรแห่งนี้มีบ้านเรือนอยู่ประปราย เป็นเมืองเล็กๆ ที่อยู่กันอย่างเรียบง่าย พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าเขาอันอุดมสมบูรณ์โดยมีเขามิเซนเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดบนเกาะ ซึ่งเมื่อนั่งเรือข้ามฟากมาที่เกาะจะเห็นเสาโทริอิขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางทะเล เป็นเสาของศาลเจ้าอิสึคุชิมะ (Itsukushima Shrine) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโก (UNESCO) ในปี ค.ศ. 1996 ด้วย

             คำว่า “มิยาจิมะ” มาจากคำว่า “มิยะ” ที่แปลว่าศาลเจ้า กับคำว่า “ชิมะ” ที่แปลว่าเกาะ ซึ่งมีความหมายถึงเกาะแห่งศาลเจ้านั่นเอง เล่ากันว่า ศาลเจ้าอิสึคุชิมะ ดั้งเดิมนั้นสร้างขึ้นบนเกาะมิยาจิมะโดยซาเอกิ คุราชิกิ เพื่อบูชาเทพเจ้าทั้งสาม คือ อะมะเทระสึ (Amaterasu Omikami) เทพีแห่งดวงอาทิตย์, ซูซาโน่ (Susanoo no Mikoto) เทพแห่งลม และสึคุโยมิ (Tsukuyomi) เทพีแห่งดวงจันทร์ ตามตำนานเทพเจ้าของญี่ปุ่น ในปีค.ศ. 593 ซึ่งเป็นปีที่จักรพรรดินีซุยโกะขึ้นครองราชย์

             บนเกาะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่งและสามารถเดินไปได้จากท่าเรือ เริ่มจากถนนช้อปปิ้งโอโมเตะซันโด (Miyajima OmotesandO) ไปต่อที่ศาลเจ้าอิสึคุชิมะ วัดไดกันจิ วัดไดโชอิน ก่อนจะไปต่อยังพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และนิทานพื้นบ้านมิยาจิมะ (Miyajima History and Folklore Museum) และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำมิยาจิมะ (Miyajima Public Aquarium) บนเกาะแห่งนี้ยังมีสวนโมมิจิดานิ (Momijidani Park) ที่มีสัตว์ป่าอยู่มากมาย ทั้งลิง กวาง แรคคูน และยังเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ขึ้นชื่ออีกด้วย 

การเดินทาง : จากสถานี Hiroshima Station ให้ขึ้นรถไฟสาย Sanyo Line ไปลงที่สถานี Miyajimaguchi Station ใช้เวลาประมาณ 30 นาที แล้วเดินไปท่าเรือ JR Miyajima Ferry ลงเรือเฟอรี (ใช้ตั๋ว JR Pass ลงเรือฟรี) ไปขึ้นที่ท่าเรือ Miyajima Matsudai-kisen Ferry ใช้เวลาประมาณ 20 นาที

เวลาทำการเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน 24 ชั่วโมง

พิกัด GPS : 34°17'51.4"N 132°19'26.3"E

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เกาะมิยาจิมะ ได้ที่ : https://www.palanla.com/th/abroadLocation/detail/1243
 

3. อ่าวมัตสึชิมะ (Matsushima Bay) จังหวัดมิยางิ

Nihon Sankei

Nihon Sankei
บรรยากาศของเรือเฟอรีล่องอ่าวมัตสึชิมะ

             อ่าวมัตสึชิมะ (Matsushima Bay) ตั้งอยู่จังหวัดมิยางิ โดยการนั่งเรือออกจากฝั่งไปเพียงแค่ 30 นาที อ่าวแห่งนี้เป็น 1 ใน 3 สถานที่ที่ได้รับการยกย่องว่ามีทิวทัศน์สวยงามที่สุดของญี่ปุ่น รอบๆ อ่าวมัตสึชิมะรายล้อมไปด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยกว่า 260 เกาะซึ่งมีรูปร่างแตกต่างกันไป

             การชื่นชมความสวยงามของทิวทัศน์อ่าวมัตสึชิมะมีหลากหลายวิธี ตั้งแต่การยืนชมวิวริมอ่าว ไปจนถึงกิจกรรมยอดนิยมที่ช่วยให้ผู้มาเยือนได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์รอบๆ อ่าวได้อย่างทั่วถึงอย่างการล่องเรือชมวิว ไฮไลต์สำคัญอีกอย่างหนึ่งของการมาเที่ยวอ่าวมัตสึชิมะ คือการถ่ายภาพสะพานสีแดงหรือวิหารโกะไดโด (Godaido) วัดซุยกันจิ (Zuiganji Temple) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของอ่าวมัตสึชิมะแห่งนี้

             แม้ว่าปัจจุบันพื้นที่รอบๆ อ่าวมัตสึชิมะจะมีชื่อเสียงที่สุดในแง่ของความสวยงาม แต่ในด้านประวัติศาสตร์ที่นี่ก็มีความสำคัญโดยเป็นสถานที่สำหรับแสวงบุญทางพุทธศาสนามาอย่างยาวนานด้วย 

การเดินทาง : จากสถานี JR Sendai โดยสารรถไฟสาย JR Senseki Line ไปลงสถานี Matsushimakaigan ใช้เวลา 40 นาที จากนั้นเดิน 5 นาทีไปยังท่าเรือท่องเที่ยว  ซึ่งสามารถซื้อตั๋วล่องเรือรอบอ่าวมัตสึชิมะได้ โดยเรือมี 3 รอบต่อวัน เวลา 5.00, 9.00, 13.00 น.

พิกัด GPS : 38°19'51.5"N 141°05'42.9"E 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ อ่าวมัตสึชิมะ ได้ที่ : https://palanla.com/th/abroadLocation/detail/2369
 


 

ข้อมูลอื่นๆที่ควรรู้ : เว็บไซต์องค์การการท่องเที่ยวญี่ปุ่น https://www.jnto.go.jp/eng/

                            เว็บไซต์ทางการ 3 จุดชมวิวที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น https://nihonsankei.jp/eng/

                            เว็บไซต์สำหรับตรวจสอบสภาพอากาศ https://www.accuweather.com/

                            เว็บไซต์การเดินทางขนส่งมวลชนญี่ปุ่น http://www.hyperdia.com/

                            สกุลเงินที่ใช้ : เยน (JPY)

                            ตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ https://www.xe.com/currencyconverter/

                            สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย https://www.th.emb-japan.go.jp/
 

แอปพลิเคชั่นแนะนำสำหรับเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ในญี่ปุ่น

           - Uber สามารถดาวน์โหลดได้ที่ App Store (iOS) และ Play Store (Android)

           - JapanTaxi สามารถดาวน์โหลดได้ที่ App Store (iOS) และ Play Store (Android)


อัตราค่าบริการ (TAXI FARE)


อัตราค่าครองชีพ (DAILY COST)


สภาพอากาศ (WEATHER)

 

สถานที่อื่นๆที่น่าสนใจ

โบราไกย์ เกาะสวรรค์แห่งฟิลิปปินส์ ประเทศฟิลิปปินส์

เกาะโบราไกย์ (Boracay Island) เกาะสวรรค์แห่งฟิลิปปินส์ ขึ้นชื่อเรื่องหาดทรายขาว และสะอาด อีกทั้งยังได้รับการการันตีว่าเป็น “เกาะที่ดีที่สุดในโลก ปี 2012” ในการโหวตจากนิตยสาร “ทราเวล แอนด์ เลเชอร์” (Travel + Leisure)

อ่านต่อ

พระใหญ่หลิงซาน เมืองอู๋ซี มณฑลเจียงซู ประเทศจีน

พระใหญ่หลิงซาน (หลิงซานต้าฝอ , 灵山大佛) หนึ่งในพระพุทธรูปที่สูงที่สุดในโลก และสวยงามที่สุดในประเทศจีน อีกทั้ง ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวประจำชาติระดับสูงสุดที่ 5A (National AAAAA Tourist Attraction) อีกด้วย

อ่านต่อ

9 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในมณฑลกานซู ประเทศจีน

มณฑลกานซู (Gansu) ตั้งอยู่ทางภาคเหนือตอนกลางของประเทศจีน พื้นที่แถบนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่งซึ่งกระจายตัวอยู่ตามเมืองดังต่างๆ เช่น เมืองตุนหวง (Dunhuang) และ เมืองจางเย่ (Zhangye) อีกทั้ง การเดินทางมาเที่ยวที่พื้นที่บริเวณนี้ก็มีความสะดวกสบายเป็นอย่างมาก เพราะมณฑลกานซูมีสนามบินหลันโจวจงฉวน (Zhongchuan Airport : LHW) ซึ่งเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่สามารถนั่งเครื่องบินจากไทยมาลงได้โดยตรง และยังสามารถต่อเที่ยวบินท้องถิ่นเพื่อไปมาระหว่างเมืองอื่นในจีนได้ตามต้องการอีกด้วย

อ่านต่อ

วัดลาบรัง วัดทิเบตโบราณ มณฑลกานซู ประเทศจีน

วัดลาบรัง (Labrang Monastery) เป็นวัดและมหาวิทยาลัยสงฆ์ในพุทธศาสนานิกายทิเบตที่มีความเก่าแก่เป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีอาณาบริเวณกว้างใหญ่เทียบเท่าได้กับเมืองขนาดย่อมใจกลางหุบเขา หมู่อารามต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอุโบสถ ศาลา หอสวดมนต์ หอพระสูตร อาคารเรียน เจดีย์ และที่พำนักสงฆ์ ล้วนถูกสร้างขึ้นด้วยสถาปัตกรรมวิหารทิเบตอย่างงดงาม นักท่องเที่ยวสามารถซื้อบริการทัวร์เที่ยวชมภายในวัด หรือจะซื้อตั๋วเข้าชมภายในวัดด้วยตนเองตามอัธยาศัยก็ได้ โดยการเที่ยวชมภายในวัดลาบรังจะยกเว้นบริเวณที่พำนักสงฆ์ และห้ามภ่ายภาพภายในสถานที่สำคัญบางแห่งที่มีป้ายถ่ายภาพ ไฮไลท์ของการเที่ยวชมวัดลาบรังได้แก่บริเวณหอสามชั้นซึ่งสร้างขึ้นแบบทิเบตดั้งเดิม บริเวณห้องโถงฮายากริวาที่มีจิตรกรรมฝาผนังอันวิจิตรงดงาม และบริเวณเจดีย์สีทอง รวมถึงบริเวณจุดชมวิวต่างๆ ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์อันน่าทึ่งของหมู่อารามทั้งหมดที่โอบล้อมด้วยภูเขา วัดลาบรังได้รับการยกย่องให้เป็น "สถาบันทิเบตศาสตร์แห่งโลก" และถือเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่มาเยือนมณฑลกานซูเป็นอย่างมาก

อ่านต่อ

15 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม

โฮจิมินห์ (Ho Chi Minh) หรือที่รู้จักกันในชื่อไซ่ง่อน เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันยาวนานของเวียดนาม ทั้งยังคึกคักและเต็มไปด้วยชีวิตชีวา Palanla ขอนำเสนอ 15 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในโฮจิมินห์ที่มัดรวมเข้าด้วยกันแล้วรับรองว่าจะสามารถบอกเล่าเรื่องราวของความเป็น “ไซ่ง่อน” ได้อย่างดีเยี่ยม

อ่านต่อ

8 สถานที่เที่ยวยอดนิยมในเมืองเว้ ประเทศเวียดนาม

เว้ (Thua Thien Hue) เป็นหนึ่งในเมืองอันดับต้นๆ ของเวียดนามที่รวบรวมเอาสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเป็นชาติเวียดนามเอาไว้มากมาย ผ่านสถาปัตยกรรมที่สวยงามและมีนัยยะสำคัญทางความหมาย ทั้งจากอดีตและในปัจจุบัน หากต้องการรู้จักเวียดนาม แน่นอนว่าเราจึงไม่อาจปฏิเสธการมาเยี่ยมชมเมืองเว้ไปได้ Palanla จะพาไปชม 8 สถานที่เที่ยวยอดนิยมในเมืองเว้ ประเทศเวียดนามพร้อมๆ กัน

อ่านต่อ

10 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในจังหวัดหล่าวกาย ประเทศเวียดนาม

จังหวัดหล่าวกายเป็นจังหวัดในพื้นที่ภูเขาทางตะวันตกเฉียงเหนือของเวียดนาม พื้นที่บริเวณนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่ง โดยเฉพาะในเมืองซาปาอันโด่งดังที่โอบล้อมด้วยภูเขา และมีทิวทัศน์ของท้องนาขั้นบันไดอันงดงามท่ามกลางป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ วันนี้ทาง Palanla จึงได้คัดสรรสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของจังหวัดหล่าวกายมาฝากทุกท่าน โดยมีทั้งจุดชมวิวที่น่าตื่นตาตื่นใจไปจนถึงแลนด์มาร์กสำคัญที่ต้องไปเช็คอินให้ได้ โดยรวบรวมสถานที่สำคัญทั้งหมดสิบแห่งไว้ในบทความนี้เพื่อเป็นแนวทางท่องเที่ยวหล่าวกายในช่วงวันหยุดที่กำลังจะมาถึงนี้

อ่านต่อ

หมู่บ้านกั๊ตกั๊ต จังหวัดหล่าวกาย ประเทศเวียดนาม

หมู่บ้านกั๊ตกั๊ต (Cat Cat Village) เป็นหมู่บ้านกลางหุบเขาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากทิวทัศน์ของภูเขาและนาขั้นบันได นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะได้สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นของชาวม้ง เที่ยวชมบ้านเรือนที่สร้างด้วยไม้แบบดั้งเดิม และตื่นตาตื่นใจไปกับทัศนียภาพอันน่าทึ่งของหมู่บ้านที่จะสวยงามแตกต่างกันไปตามแต่ละฤดูกาล รวมทั้งได้เที่ยวชมตลาดท้องถิ่นที่มีสินค้าแฮนด์เมดสวยๆ และอาหารท้องถิ่นที่น่าลิ้มลอง นอกจากนี้ อีกหนึ่งโซนที่พลาดไม่ได้ภายในหมู่บ้านคือบริเวณน้ำตกกั๊ตกั๊ตที่มีความสวยงามและร่มเย็นเป็นอย่างมาก ซึ่งน้ำจะไหลตลอดทั้งปี และจะไหลแรงที่สุดในช่วงฤดูฝนประมาณเดือนพฤษภาคมถึงกันยายน

อ่านต่อ

หมู่บ้านเมืองฮัว จังหวัดหล่าวกาย ประเทศเวียดนาม

หมู่บ้านเมืองฮัว (Muong Hoa Village) เป็นหมู่บ้านชาวม้งที่ตั้งอยู่ในหุบเขาเมืองฮัวของเมืองซาปา ไฮไลท์ของที่นี่คือทิวทัศน์ทางธรรมชาติอันสวยงามของนาข้าวขั้นบันไดท่ามกลางภูเขาและป่าไม้ โดยจะมีความสวยงามที่สุดในช่วงเดือนกันยายนซึ่งเป็นช่วงที่รวงข้าวสุกงอมเป็นสีทองอร่ามไปทั้งไหล่เขาท่ามกลางภูเขาที่โอบล้อม และในบางช่วงเวลาจะมีสายหมอกปกคลุม เป็นจุดชมวิวธรรมชาติที่สวยงามและมีบรรยากาศที่เงียบสงบ นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีร้านอาหารท้องถิ่นและที่พักแบบโฮมสเตย์ไว้รองรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย

อ่านต่อ

สะพานแก้วมังกรเมฆ จังหวัดหล่าวกาย ประเทศเวียดนาม

สะพานแก้วมังกรเมฆ (Glass Bridge Rong May) เป็นสะพานกระจกแก้วแห่งแรกของเวียดนามที่สร้างขึ้นบนเทือกเขาฮว่างเลียนเซิน ไฮไลท์ของสะพานกระจกแก้วนี้คือความสูงราวสองพันเมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นจุดชมวิวที่น่าตื่นเต้นจากการได้เดินชมวิวบนสะพานพื้นกระจกใส ท่ามกลางสายหมอกและเมฆที่ลอยอยู่ ซึ่งมองไปจะเห็นวิวอันน่าทึ่งภูเขานับพันลูก ทุ่งนาขั้นบันได และถนนคดเคี้ยวด้านล่าง โดยการเดินทางขึ้นมายังสะพานแก้วมังกรเมฆนี้มีความสะดวกสบายเป็นอย่างมากจากบริการลิฟต์แก้วที่ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีในการขึ้นไปถึงสะพานแก้วบนยอดเขา

อ่านต่อ
สถานที่อื่นๆที่น่าสนใจ