7 สะพานสวยเมืองไทย น่าไปเช็กอิน

  • อ่าน (1,233)
  • ByWebmaster
  • 13:28:31 | 8 ก.ย. 2565

7 สะพานสวยเมืองไทย น่าไปเช็กอิน

             หากเอ่ยถึงสะพานสวยๆ ในประเทศไทย แน่นอนว่าคงมีสะพานหลายๆ แห่งที่เคยได้ผ่านหูผ่านตาปรากฏขึ้นมาในจินตภาพของเรา บ้างชัดเจน บ้างเพียงรางๆ… Palanla จะพาไปชม 7 สะพานสวยในประเทศไทยแบบใกล้ๆ ซึ่งนอกจากความสวยงามแล้ว แต่ละแห่งยังมีที่มาที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว


แผนที่แสดงตำแหน่งสะพานทั้ง 7 แห่ง


1. สะพานพุทธยอดฟ้า

             สะพานพุทธยอดฟ้า (Phra Phuttha Yodfa Bridge) ตั้งอยู่ที่ แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2472 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) เนื่องในโอกาสสถาปนากรุงเทพมหานครครบ 150 ปี โดยพระองค์ทรงมีพระราชดำริว่าควรสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเชื่อมฝั่งพระนครและธนบุรีเข้าด้วยกัน เพื่อขยายพระนครและทำให้การคมนาคมสะดวกยิ่งขึ้น ผู้ออกแบบโครงสร้างสะพานแห่งนี้คือกรมรถไฟหลวง ส่วนผู้ก่อสร้างคือบริษัทดอร์แมน ลอง (Dorman Long) ประเทศอังกฤษ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า “สะพานพระพุทธยอดฟ้า” และเสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในการเปิดสะพาน เมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2475

เวลาทำการเปิด – ปิด : เปิดทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

พิกัด GPS : 13°44'21.4"N 100°29'51.3"E

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ สะพานพุทธยอดฟ้า ได้ที่ : https://palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=192


2. สะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย

             สะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย (Ta Pai Memorial Bridge) ตั้งอยู่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน สะพานโครงเหล็กสีเขียวเข้มปูพื้นด้วยไม้ทอดข้ามแม่น้ำปาย อายุราวหนึ่งร้อยปีแห่งนี้เปรียบเสมือนประตูสู่ปาย สร้างขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อครั้งที่กองทัพญี่ปุ่นได้เข้ามาใช้เส้นทางนี้เพื่อไปรบในประเทศพม่าและได้เกณฑ์ชาวไทยในหมู่บ้านให้สร้างสะพานขึ้นมาเพื่อใช้ในการลำเลียงอาวุธและเสบียง ต่อมาเมื่อสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง ทหารญี่ปุ่นได้ถอยทัพกลับและเผาสะพานทิ้ง ส่งผลให้ชาวเมืองที่เคยใช้สะพานร่วมกับทหารญี่ปุ่นเกิดความเดือดร้อนในการสัญจรไปมา จึงได้ช่วยกันสร้างสะพานไม้ขึ้นใหม่ ทว่าไม่นานนักก็เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่จนพัดสะพานไม้หายไป ในขณะนั้นทางเชียงใหม่ได้ทำการสร้างสะพานนวรัฐขึ้นใหม่ ทางอำเภอปายจึงทำเรื่องขอสะพานนวรัฐของเดิมที่ไม่ได้ใช้การแล้ว ขนย้ายมาประกอบขึ้นใหม่กลายเป็นสะพานประวัติศาสตร์ท่าปายที่เราเห็นกันทุกวันนี้ ปัจจุบันสะพานแห่งนี้ไม่ได้ใช้สัญจรเป็นหลักแล้ว แต่กลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งเมืองปายที่ไว้บอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดแม่ฮ่องสอน       

เวลาทำการเปิด – ปิด : เปิดทุกวัน 24 ชั่วโมง

พิกัด GPS : 19°17'49.3"N 98°27'55.1"E

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ สะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย ได้ที่ : https://palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=461


3. สะพานบุญโขกู้โส่ หมู่บ้านแพมบก

             สะพานบุญโขกู้โส่ (Kho Kuu So Bridge at Pambok Village) อยู่ที่หมู่บ้านแพมบก อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอนห่างจากสะพานประวัติศาสตร์ท่าปายไปราวสิบเอ็ดกิโลเมตร เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีวิถีชีวิตเรียบง่าย “โขกู้โส่” เป็นภาษาท้องถิ่น โดยคำว่า โข แปลว่าสะพาน ส่วนคำว่า กู้โส่ แปลว่ากุศลหรือผลบุญ โขกู้โส่ จึงหมายถึง “สะพานบุญ” นั่นเอง สะพานโขกู้โส่ เป็นสะพานไม้ทอดยาวผ่านทุ่งนาอันเขียวขจี สะพานแห่งนี้เป็นสะพานบุญที่สร้างจากความร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้านเพื่อให้พระสงฆ์ที่พำนักอยู่ที่สำนักสงฆ์พุทธอุทยานห้วยคายคีรีที่ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในหมู่บ้านสะดวกในการเดินออกมาบิณฑบาต นอกจากนี้ยังช่วยให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าไปทำบุญที่สำนักสงฆ์ได้อย่างสะดวกขึ้นอีกด้วย ไม่เพียงแต่นักท่องเที่ยวจะได้เดินชมวิวทุ่งนาบนสะพานโขกู้โส่แล้ว ยังมีคาเฟ่ไว้หลบร้อน และมีโฮมสเตย์ไว้บริการอีกด้วย

เวลาทำการเปิด – ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 08.00 น. – 18.00 น.

พิกัด GPS : 19°19'22.9"N 98°23'40.0"E

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ สะพานบุญโขกู้โส่ ได้ที่ : https://palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=464


4. สะพานพ่อขุนผาเมือง (ห้วยตอง)

             สะพานพ่อขุนผาเมือง (สะพานห้วยตอง) (Pho Khun Pha Muang Bridge (Huai Tong)) ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอหล่มสัก บริเวณทางหลวงหมายเลข 12 สะพานแห่งนี้เป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กที่สร้างผ่านหุบเขาโดยเป็นทางเชื่อมภาคเหนือกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าไว้ด้วยกัน ถือเป็นประตูสู่ภาคอีสานและภาคเหนือ และยังเป็นสะพานที่มีตอม่อสูงที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย โดยตอม่อต้นที่สูงที่สุดมีความสูงอยู่ที่ 50 เมตร สะพานมีระยะทาง 103.4 เมตร ใช้เวลาก่อสร้างรวม 6 ปี เปิดใช้อย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2518 สองข้างทางมีทิวทัศน์ของภูเขาและป่าไม้อันเขียวขจีซึ่งมีความสวยงามเป็นอย่างมาก โดยมีจุดชมวิวสะพานให้แวะพักชมทัศนียภาพที่สามารถมองเห็นสะพานท่ามกลางป่าไม้และภูเขา ซึ่งถือเป็นจุดชมวิวอีกแห่งหนึ่งที่เป็นไฮไลต์ของการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบูรณ์

เวลาทำการเปิด – ปิด : เปิดทุกวัน 24 ชั่วโมง

พิกัด GPS : 16°43'46.8"N 101°21'51.3"E

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ สะพานพ่อขุนผาเมือง ได้ที่ : https://palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=745


5. สะพานอัษฎางค์

             สะพานอัษฎางค์ (Asdang Bridge) อยู่ที่พระราชวังจุฑาธุชราชฐาน เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี เป็นสะพานไม้ทรงไทยสีขาวที่ทอดยาวไปในท้องทะเล เป็นหนึ่งในมุมยอดนิยมสำหรับการถ่ายภาพของผู้ที่มาเที่ยวพระราชวังเก่าบนเกาะแห่งนี้ ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของพระเจ้าแผ่นดินถึง 3 พระองค์ด้วยกัน ได้แก่ รัชกาลที่ 4 รัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 โดยรัชกาลที่ 5 ได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชฐานบนเกาะขึ้นเป็นแห่งแรก เพื่อเป็นที่ประทับในช่วงฤดูร้อน และพระราชทานนามว่า “พระจุฑาธุชราชฐาน” นั่นเอง เมื่อขึ้นไปบนจุดชมวิวบนเขาในบริเวณของพระราชฐาน จะสามารถมองเห็นยอดตำหนักสีขาวโดดเด่นขึ้นมาจากหมู่ต้นลีลาวดี ท่ามกลางวิวท้องฟ้าสีฟ้า น้ำทะเลสีคราม และสะพานอัษฎางค์ที่ทอดยาวไปในท้องทะเล พระจุฑาธุชราชฐานได้รับขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ ทั้งยังเป็นพิพิธภัณฑ์และสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ด้วย

เวลาทำการเปิด – ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 09.00 – 17.00 น.

พิกัด GPS : 13°09'02.2"N 100°49'05.0"E

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ สะพานอัษฎางค์  ได้ที่ : https://palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=314


6. สะพานมอญ

             สะพานมอญ หรือ สะพานไม้อุตตมานุสรณ์ (Mon Bridge) ตั้งอยู่ที่ ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดจังหวัดกาญจนบุรี เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ทอดข้ามลำน้ำซองกาเลีย ในอำเภอสังขละบุรี ลำน้ำที่หล่อเลี้ยงผู้คนสองฟากฝั่งแม่น้ำและเชื่อมสัมพันธ์ของสองประเทศคือไทยและพม่าเข้าไว้ด้วยกันมาตั้งแต่อดีต สะพานแห่งนี้ดำเนินการสร้างโดยหลวงพ่ออุตตมะ จุดประสงค์ในการสร้าง คือ ให้คนไทย คนกะเหรี่ยง และคนมอญ ได้เดินข้ามสัญจรไปมาหาสู่กัน เพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์ของคนทั้งสามกลุ่ม จนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่มีมนต์เสน่ห์ สร้างชื่อเสียงให้กับอำเภอแห่งนี้ และกลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญทางการท่องเที่ยวของจังหวัดกาญจนบุรี

เวลาทำการเปิด – ปิด : เปิดทุกวัน 24 ชั่วโมง

พิกัด GPS : 15°08'36.3"N 98°26'59.5"E

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ สะพานมอญ ได้ที่ : https://palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=52


7. สะพานข้ามแม่น้ำแคว

             สะพานข้ามแม่น้ำแคว (River Kwai Bridge) ตั้งอยู่ที่ ตำบลท่ามะขาม อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของจังหวัดกาญจนบุรีเพราะเป็นหนึ่งในเส้นทางรถไฟสายมรณะที่สร้างขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร ได้แก่ ทหารอังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย ฮอลันดา และนิวซีแลนด์ ประมาณ 61,700 คน มาเร่งสร้างสะพานในปลายเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2485 โดยการก่อสร้างใช้การนำเหล็กจากมลายูมาประกอบเป็นชิ้นๆ ตอนกลางทำเป็นสะพานเหล็ก 11 ช่วง จนแล้วเสร็จภายในเวลาเพียงหนึ่งเดือน ซึ่งเป็นงานที่ยากลำบากและโหดร้ายจนทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายหมื่นคน ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2487 สถานที่แห่งนี้ถูกทิ้งระเบิดหลายครั้งจนสะพานท่อนกลางหัก เมื่อสงครามสิ้นสุดลงรัฐบาลไทยจึงได้บูรณะซ่อมแซมสะพานขึ้นใหม่ และในปัจจุบันได้มีการยกย่องให้สถานที่แห่งนี้เป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพและกลายเป็นแลนด์มาร์กประจำจังหวัดกาญจนบุรีนับแต่นั้นมา และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมสะพานเหล็กและชมทิวทัศน์ของแม่น้ำแควเบื้องล่างได้อย่างใกล้ชิด และสะพานข้ามแม่น้ำแควยังเคยใช้เป็นที่ถ่ายทำภาพยนตร์ฉากหนึ่งในเรื่อง The Railway Man ซึ่งเป็นภาพยนตร์ดังระดับโลกที่ถ่ายทอดเหตุการณ์ช่วงสงครามครั้งนั้นเอาไว้อย่างละเอียดอีกด้วย

เวลาทำการเปิด – ปิด : เปิดทุกวัน 24 ชั่วโมง

พิกัด GPS : 14°02'30.2"N 99°30'14.9"E

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ สะพานข้ามแม่น้ำแคว ได้ที่ : https://palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=47


ข้อมูลอื่นๆ ที่ควรรู้
 : เว็บไซต์พยากรณ์อากาศ https://www.accuweather.com/

                             การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) https://thai.tourismthailand.org/

                             บริการขนส่ง (รถทัวร์ประจำทาง) http://www.busticket.in.thhttp://www.thairoute.com   

                             เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร https://bit.ly/2HIt51t 

                             เว็บไซต์สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดแม่ฮ่องสอน https://maehongson.mots.go.th/  

                             เว็บไซต์จังหวัดเพชรบูรณ์ https://phetchabun.mots.go.th

                             เว็บไซต์จังหวัดชลบุรี http://www.chonburimots.go.th/th/  

                             เว็บไซต์จังหวัดกาญจนบุรี http://www.kanchanaburi.go.th/

 

สถานที่อื่นๆที่น่าสนใจ

สวนสาธารณะเทศบาลโพธาราม จังหวัดราชบุรี ประเทศไทย

สวนสาธารณะเทศบาลโพธาราม (Muang Photharam Municipal Public Park) เป็นสวนสาธารณะที่ตั้งอยู่ริมเขื่อนแม่น้ำแม่กลองในอำเภอโพธาราม ภายในสวนมีบรรยากาศร่มรื่นจากต้นไม้ใหญ่ และยังมีส่วนของจุดชมวิว สนามหญ้า ทางวิ่งออกกำลังกาย ลานกีฬา เครื่องออกกำลังกาย และสนามเด็กเล่น สวนสาธาณะแห่งนี้เหมาะกับคนทุกวัยที่ต้องการมาเดินเล่น พักผ่อนหย่อนใจ ออกกำลังกาย และชมวิวแม่น้ำแม่กลองที่เป็นแม่น้ำสายหลักของจังหวัดราชบุรี และที่นี่ยังใช้เป็นสถานที่จัดงานกิจกรรมและงานประเพณีต่างๆ ของเมืองโพธารามอีกด้วย

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี จังหวัดราชบุรี ประเทศไทย

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี (Ratchaburi National Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์จากการใช้ศาลากลางหลังเก่าของจังหวัดราชบุรีมาก่อตั้งขึ้นเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อาคารแห่งนี้เป็นอาคารเก่าแก่ที่สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมที่งดงามและอยู่คู่กับจังหวัดราชบุรีมาอย่างนาวนาน และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติอีกด้วย ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรีมีนิทรรศการท้องถิ่นที่น่าสนใจของจังหวัดราชบุรีให้เที่ยวชม โดยจัดแสดงเรื่องราวทางสภาพภูมิศาสตร์และธรรมชาติวิทยา ประวัติศาสตร์และโบราณคดี ชนเผ่าชาติพันธุ์วิทยา มรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรม และบุคคลสำคัญ ไปจนถึงคลังโบราณวัตถุที่หาชมได้ยากตั้งแต่เครื่องปั้นดินเผาไปจนถึงพระพุทธรูปในยุคต่างๆ

อ่านต่อ

น้ำตกเก้าชั้น จังหวัดราชบุรี ประเทศไทย

น้ำตกเก้าชั้น (Kaew Chan Waterfalls) เป็นน้ำตกกลางหุบเขาที่มีความสูง 9 ชั้น โดยแต่ละชั้นมีความสวยงามแตกต่างกันไป ชั้นที่ได้ชื่อว่าสวยงามที่สุดคือบริเวณชั้นที่ 6 น้ำตกเก้าชั้นสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี เพราะมีน้ำไหลทุกฤดูกาล โดยจะมีน้ำมากที่สุดและสวยที่สุดในช่วงฤดูฝน เพราะจะมองเห็นสายน้ำตกสีขาวขนาดใหญ่ไหลลงมาจากหน้าผาสูงท่ามกลางป่าไม้อันเขียวขจีและเสียงของน้ำตก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจที่ได้รับความนิยมอีกแห่งหนึ่งของอำเภอสวนผึ้ง

อ่านต่อ

ตลาดน้ำเหล่าตั๊กลัก จังหวัดราชบุรี ประเทศไทย

ตลาดน้ำเหล่าตั๊กลัก (Lao Tuk Luck Floating Market) เป็นตลาดน้ำแห่งแรกของจังหวัดราชบุรีที่ก่อตั้งขึ้นมาก่อนตลาดน้ำดำเนินสะดวก มีลักษณะเป็นตลาดน้ำขนาดย่อมที่ตั้งอยู่บนเรือนไม้ริมน้ำที่ชุมชนชาวไทย-จีนอาศัยอยู่ ตลาดน้ำเหล่าตั๊กลักมีบรรยากาศเรียบง่ายและคลาสสิก แต่มีความพลุกพล่านน้อยกว่าตลาดน้ำดำเนินสะดวก การเดินทางก็แสนง่าย แค่เพียงแค่ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำจากฝั่งตลาดน้ำดำเนินสะดวกมายังฝั่งตรงข้าม ก็จะได้พบกับเรือนไม้โบราณของชุมชนชาวจีนและลำคลองที่ตัดผ่าน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีอาหารทานง่ายอร่อยๆ ให้เลือกมากมาย และมีมุมถ่ายรูปสวยๆ ให้เก็บความประทับใจ นอกจากนี้ในวันหยุดจะมีเสียงดนตรียุค 80 คลอเคล้าสร้างความเพลิดเพลินในการเดินตลาดอีกด้วย

อ่านต่อ

ตลาดน้ำอโยธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย

ตลาดน้ำอโยธยา (Ayothaya Floating Market) ตลาดน้ำที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองเก่าแห่งนี้

อ่านต่อ

วัดราชบูรณะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย

วัดราชบูรณะ (Wat Ratchaburana) อนุสรณ์สถานแห่งการแย่งชิงราชบัลลังค์ เป็นอีกหนึ่งในวัดที่ใหญ่ และเก่าแก่มากที่สุดในพระนครศรีอยุธยา สร้างโดยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 หรือ เจ้าสามพระยา เมื่อปี พ.ศ. 1967

อ่านต่อ

วัดมเหยงคณ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย

วัดมเหยงคณ์ (Wat Mahaeyong) อดีตพระอารามหลวง และกลายเป็นวัดร้างไปภายหลังกรุงศรีอยุธยาแตกเมื่อ พ.ศ. 2310 ปัจจุบันวัดแห่งนี้ยังทำหน้าที่เป็นสถานปฏิบัติธรรม ใจกลางโบราณสถานที่เก่าแก่ของอยุธยาอีกด้วย

อ่านต่อ

10 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในจังหวัดนครสวรรค์ ประเทศไทย

จังหวัดนครสวรรค์ตั้งอยู่บริเวณภาคกลางตอนบน เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่เป็นแหล่งเกษตรกรรมของไทย อีกทั้งยังได้รับสมญานามว่าเป็นประตูสู่ภาคเหนือ และเป็นพื้นที่ต้นกำเนิดของแม่น้ำเจ้าพระยาอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ จังหวัดนครสวรรค์จึงมีทิวทัศน์ทางธรรมชาติที่สวยงาม และมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายโดยเฉพาะวัดและตลาดที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ของชาวนครสวรรค์ได้เป็นอย่างดี วันนี้ทาง Palanla จึงได้รวบรวม 10 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของจังหวัดนครสวรรค์มาฝากทุกท่านกันในบทความนี้

อ่านต่อ

หอชมเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ประเทศไทย

หอชมเมืองนครสวรรค์ (Nakhon Sawan Observation Tower) เป็นหอชมเมืองที่ตั้งอยู่บนเขาคีรีวงศ์ จุดชมวิวจะตั้งอยู่บริเวณชั้น 10 ของหอชมเมืองซึ่งสามารถชมวิวเมืองนครสวรรค์จากมุมสูงได้โดยรอบ และมองเห็นทิวทัศน์ของธรรมชาติที่อยู่ไกลออกไปได้อย่างเต็มตา นอกจากนี้บริเวณชั้น 1 ยังมีร้านขายของที่ระลึกซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนท้องถิ่นให้เลือกซื้ออีกด้วย หอชมเมืองนครสวรรค์จึงเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กของเมืองปากน้ำโพที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

อ่านต่อ

พาสาน อาคารสัญลักษณ์ต้นน้ำเจ้าพระยา จังหวัดนครสวรรค์ ประเทศไทย

พาสาน อาคารสัญลักษณ์ต้นน้ำเจ้าพระยา (Pasaan, The Headwaters of the Chao Phraya River Symbol Building) ตั้งอยู่บริเวณแหลมเกาะยม ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำปิง วัง ยม น่านมาบรรจบกันและก่อกำเนิดเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา พาสานถือเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กของนครสวรรค์ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวชม เดินเล่น ชมวิว ดูพระอาทิตย์ตกดิน และถ่ายภาพความสวยงามของอาคารและทิวทัศน์แม่น้ำโดยรอบกันอย่างเพลิดเพลิน

อ่านต่อ
สถานที่อื่นๆที่น่าสนใจ