ชม UNSEEN เมืองอุทัยฯ สัมผัสวิถี SLOW LIFE ริมแม่น้ำสะแกกรัง 2 วัน 1 คืน

  • อ่าน (6,486)
  • ByWebmaster
  • 09:47:18 | 15 มี.ค. 2565

ชม UNSEEN เมืองอุทัยฯ สัมผัสวิถี SLOW LIFE ริมแม่น้ำสะแกกรัง : 2 วัน 1 คืน

 

             จังหวัดอุทัยธานีเป็นจังหวัดในภาคกลางที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวจากวิถีชีวิตท้องถิ่นท่ามกลางธรรมชาติของแม่น้ำและป่าไม้ ที่นี่จึงเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่นักท่องเที่ยวมักจะนึกถึงเมื่อต้องการมาพักผ่อนเพื่อสัมผัสธรรมชาติและบรรยากาศแบบสโลว์ไลฟ์แบบไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ซึ่งหากใครพอมีเวลาอยากให้ลองมาเที่ยวอุทัยธานีดูสักครั้ง โดยวันนี้ทาง Palanla จะพาทุกท่านไปเที่ยวอุทัยธานีกันแบบ 2 วัน 1 คืน เพื่อเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของจังหวัดอุทัยธานีกันในทริปนี้

 
แผนที่ เที่ยวอุทัยธานี 2 วัน 1 คืน เส้นสีเหลืองคือเส้นทางของทริปวันที่ 1 ส่วนเส้นสีแดงคือเส้นทางของทริปวันที่ 2

วันที่ 1 และ เช้าวันที่ 2

กรุงเทพฯ - วัดจันทาราม (วัดท่าซุง) - วัดสังกัสรัตนคีรี – แม่น้ำสะแกกรัง - ตลาดเช้าริมแม่น้ำสะแกกรัง

 

             สำหรับวันแรกของการเดินทาง เราจะออกจากกรุงเทพฯ กันในช่วงสายๆ เพื่อไปถึงยังอำเภอเมืองอุทัยธานีกันในช่วงกลางวัน โดยเราพาทุกท่านเดินทางไปเที่ยวกันที่วัดจันทาราม หรือ วัดท่าซุง ซึ่งเป็นวัดที่มีชื่อเสียงประจำจังหวัดอุทัยธานีกันเป็นที่แรก จากนั้นเราจะไปเที่ยวชมความสวยงามของวัดสังกัสรัตนคีรี และแม่น้ำสะแกกรังกันต่อ แล้วจากนั้นในช่วงเย็นเราจะเข้าเช็คอินที่พักในตัวเมืองอุทัยธานีเพื่อที่จะได้ออกมาเดินตลาดเช้าริมแม่น้ำสะแกกรังกันในตอนเช้าวันรุ่งขึ้น


1. วัดจันทาราม (วัดท่าซุง)

 

             วัดจันทาราม หรือ วัดท่าซุง (Wat Chantaram (Wat Tha Sung)) ตั้งอยู่ที่ ตำบลน้ำซึม อำเภอเมืองอุทัยธานี วัดจันทารามเป็นวัดที่สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมที่งดงามและมีการตกแต่งภายในอย่างวิจิตรประณีต ที่นี่จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงประจำจังหวัดอุทัยธานี ภายในวัดมีสิ่งปลูกสร้างที่เป็นไฮไลท์อยู่หลายแห่ง เช่น วิหารพระศรีอาริยเมตไตรยที่ภายในประดับด้วยกระจกรอบด้านซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปพระศรีอาริยเมตไตรย หรือพระวิหารสมเด็จองค์ปฐมที่ภายในตกแต่งด้วยลายแก้วอย่างงดงาม รวมถึงหอพระไตรปิฎก ปราสาททองคำ มหาวิหารแก้ว และเจดีย์พุดตาล อีกทั้งยังเป็นศูนย์รวมแห่งศรัทธาที่มีต่อพระราชพรหมยานหรือหลวงพ่อฤาษีลิงดำที่ชาวอุทัยธานีให้ความเคารพนับถือกันมาช้านานอีกด้วย

การเดินทาง : จาก กรุงเทพฯ ไปยัง วัดจันทาราม (วัดท่าซุง) มีระยะทางประมาณ 223 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง

เวลาทำการเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน 08:00 น. – 16:00 น.

พิกัด GPS : 15°19'48.7"N 100°04'16.9"E

อ่านรายละเอียดเพื่มเติมเกี่ยวกับวัดจันทาราม (วัดท่าซุง)ได้ที่ : https://palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=54


2. วัดสังกัสรัตนคีรี

 

             วัดสังกัสรัตนคีรี (Wat Sangkat Rattana Khiri) ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาสะแกกรัง ในตำบลน้ำซึม อำเภอเมืองอุทัยธานี แต่เดิมเรียกกันว่าวัดเขาสะแกกรังตามลักษณะของภูเขาขนาดย่อมภายในบริเวณวัดและแม่น้ำสะแกกรังที่อยู่ไม่ไกล ภายในวัดสังกัสรัตนคีรีบริเวณตรงข้ามเชิงเขาเป็นที่ตั้งของวิหารที่สร้างขึ้นอย่างงดงาม ภายในเป็นที่ประดิษฐาน “พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยสำริดเก่าแก่ที่มีอายุประมาณ 600-700 ปี สร้างในสมัยพระเจ้าลิไทยโดยฝีมือช่างสุโขทัย ความพิเศษของพระพุทธรูปองค์นี้ คือ ส่วนพระเศียรและส่วนองค์พระต่างเป็นชิ้นส่วนที่นำมาจากพระพุทธรูปองค์อื่น แล้วนำมาซ่อมแซมปฏิสังขรณ์จนเป็นองค์เดียวกัน และได้มีการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่พระเศียร เป็นพระพุทธรูปที่ชาวอุทัยธานีให้ความเคารพนับถือกันมาอย่างช้านาน และนิยมมากราบสักการะบูชาเพื่อขอโชคลาภ และความสำเร็จในการประกอบอาชีพ นอกจากนี้อีกหนึ่งไฮไลท์ของวัดแห่งนี้คือมณฑปสิริมหามายากุฎาคารที่ตั้งอยู่บนยอดเขาซึ่งเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง และยังเป็นจุดชมวิวเมืองอุทัยธานีจากมุมสูงอีกด้วย

การเดินทาง : จาก วัดจันทาราม (วัดท่าซุง) ไปยัง วัดสังกัสรัตนคีรี มีระยะทางประมาณ 10.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที

เวลาทำการเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน 06:00 น. – 20:00 น.

พิกัด GPS : 15°22'43.1"N 100°01'01.0"E

อ่านรายละเอียดเพื่มเติมเกี่ยวกับ วัดสังกัสรัตนคีรี ได้ที่ : https://palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=45


3. แม่น้ำสะแกกรัง

 

             แม่น้ำสะแกกรัง (Sakae Krang River) เป็นแม่น้ำสายสำคัญในจังหวัดอุทัยธานีที่ไหลผ่านพื้นที่ในสามอำเภอ ได้แก่ อำเภอสว่างอารมณ์ อำเภอทัพทัน และอำเภอเมืองอุทัยธานี โดยจุดชมวิวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจะอยู่บริเวณทางเดินริมแม่น้ำตรงข้ามกับวัดอุโบสถารามซึ่งเป็นจุดที่สามารถชมความงามของแม่น้ำได้อย่างเต็มตา และยังมองเห็นวัดที่อยู่ในฝั่งตรงข้ามเป็นฉากหลัง รวมถึงสะพานที่ทอดข้ามฝั่งมาอีกด้วย โดยในช่วงเช้าที่พระอาทิตย์ขึ้น แสงจะส่องกระทบผิวน้ำเกิดเป็นทัศนียภาพที่สวยงามยิ่งขึ้น นักท่องเที่ยวนิยมมาชมวิวและใส่บาตรพระสงฆ์ที่ล่องเรือมาบิณฑบาตรในยามเช้า นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถใช้บริการล่องเรือเที่ยวชมแม่น้ำสะแกกรังเพื่อสัมผัสธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด และชมภาพวิถีชีวิตริมน้ำของชาวบ้าน ชมบ้านเรือนแพ ดูนกที่หากินริมน้ำ และชมทิวทัศน์ทางธรรมชาติได้อย่างเพลิดเพลิน

การเดินทาง : จาก วัดสังกัสรัตนคีรี ไปยัง จุดชมวิวบริเวณทางเดินริมแม่น้ำสะแกกรัง (ฝั่งตรงข้ามวัดอุโบสถาราม) มีระยะทางประมาณ 1.8 เมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 นาที

เวลาทำการเปิด-ปิด : เปิดตลอดเวลา

พิกัด GPS : 15°22'56.7"N 100°01'49.0"E

อ่านรายละเอียดเพื่มเติมเกี่ยวกับ แม่น้ำสะแกกรัง ได้ที่https://www.palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=928 


4. ตลาดเช้าริมแม่น้ำสะแกกรัง

 

             ตลาดเช้าริมแม่น้ำสะแกกรัง (Sakae Krang Riverside Morning Market) ตั้งอยู่บริเวณลานสะแกกรังใกล้กับทางเดินเลียบแม่น้ำฝั่งตรงข้ามกับวัดอุโบสถาราม ตลาดเช้าแห่งนี้เป็นตลาดคู่เมืองอุทัยธานีมาอย่างยาวนาน เปิดตั้งแต่ช่วงเช้ามืดถึงเก้าโมงเช้า พ่อค้าแม่ขายเป็นชาวบ้านในท้องถิ่นที่มาตั้งแผงขายสินค้าต่างๆ เช่น พืชผักสวนครัว อาหารสด อาหารแห้ง กับข้าวต่างๆ ขนมที่หาทานยากอย่างขนมเบื้องโบราณ และอาหารขึ้นชื่ออย่างขนมจีนน้ำยาปลาช่อน และอาหารเช้าทานง่ายๆ อย่างน้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ และโจ๊ก รวมถึงมีปลาท้องถิ่นต่างๆ วางจำหน่าย โดยเฉพาะปลาแรดซึ่งเป็นปลาท้องถิ่นขึ้นชื่อของจังหวัดอุทัยธานี ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวจึงนิยมมาจับจ่ายและซื้อหาของกินกันที่ตลาดแห่งนี้ โดยเอกลักษณ์ของตลาดเช้าริมแม่น้ำสะแกกรังจะมีบรรยากาศแบบท้องถิ่นเรียบง่ายในราคามิตรภาพ พ่อค้าแม่ค้ามีความเป็นกันเอง เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและสเน่ห์ของวิถีชีวิตชุมชนอีกแห่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาด

การเดินทาง : จาก จุดชมวิวบริเวณทางเดินริมแม่น้ำสะแกกรัง (ฝั่งตรงข้ามวัดอุโบสถาราม) ไปยัง ตลาดเช้าริมแม่น้ำสะแกกรัง มีระยะทางประมาณ 300 เมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 นาที

เวลาทำการเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน 05:30 น. – 9:00 น.

พิกัด GPS : 15°23'02.7"N 100°01'42.0"E

อ่านรายละเอียดเพื่มเติมเกี่ยวกับ ตลาดเช้าริมแม่น้ำสะแกกรัง ได้ที่https://www.palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=926 

 

วันที่ 2

หุบป่าตาด - วัดผาทั่ง - ต้นไม้ยักษ์ บ้านสะนำ – วัดถ้ำเขาวง - กรุงเทพฯ

 

             สำหรับวันที่สองของการเดินทาง เมื่อเที่ยวตลาดเช้าริมแม่น้ำสะแกกรังเสร็จแล้วในตอนเช้า เราก็จะเดินทางไปเที่ยวกันต่อที่หุบป่าตาดในอำเภอลานสัก จากนั้นในช่วงบ่ายเราจะเดินทางไปเที่ยวกันที่วัดผาทั่ง ตามด้วยต้นไม้ยักษ์ บ้านสะนำ และวัดถ้ำเขาวง ที่ตั้งอยู่ในอำเภอบ้านไร่ ก่อนที่จะเดินทางกลับกรุงเทพฯ กันในช่วงเย็น

1. หุบป่าตาด

 

             หุบป่าตาด (Hup Pa Tat) ตั้งอยู่ที่ตำบลทุ่งนางาม ในอำเภอลานสัก เป็นหุบเขาที่มีสภาพเหมือนดินแดนป่าดึกดำบรรพ์และได้ชื่อว่าเป็น Unseen แห่งอุทัยธานีอีกด้วย หุบป่าตาดมีลักษณะเป็นโถงถ้ำขนาดใหญ่ที่ทอดตัวสู่ผืนป่าที่เต็มไปด้วยต้นตาดและพืชพันธุ์โบราณแปลกตาหายาก พื้นที่แห่งนี้จึงเป็นพื้นที่อนุรักษ์ซึ่งอยู่ในความดูแลของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน ภายในมีการจัดเส้นทางเดินชมธรรมชาติความยาวประมาณ 700 เมตร นักท่องเที่ยวจะได้เที่ยวชมหินงอกหินย้อย และเดินผ่านโถงถ้ำที่ค่อนข้างมืด ไปยังปลายโถงที่มีแสงสว่างส่องลงมาจากปล่องถ้ำขนาดใหญ่ในช่วงกลางวัน และพบกับป่าตาดขนาดใหญ่อันเขียวขจีที่ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น ซึ่งให้บรรยากาศเหมือนหลุดไปอยู่ในป่ายุคดึกดำบรรพ์เลยทีเดียว และหากใครมาเที่ยวในช่วงฤดูฝนก็อาจจะได้พบกิ้งกือมังกรสีชมพูที่จะออกมาอวดโฉมให้นักท่องเที่ยวได้เห็นอีกด้วย

การเดินทาง : จาก ตลาดเช้าริมแม่น้ำสะแกกรัง ไปยัง หุบป่าตาด มีระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง

เวลาทำการเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน 08:30 น. - 16:30 น.

พิกัด GPS : 15°22'37.6"N 99°37'51.2"E

อ่านรายละเอียดเพื่มเติมเกี่ยวกับ หุบป่าตาด ได้ที่ : https://www.palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=929


2. วัดผาทั่ง

 

             วัดผาทั่ง (Wat Pha Tang) ตั้งอยู่ที่ตำบลห้วยแห้ง อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี วัดแห่งนี้มีบรรยากาศที่สงบและร่มรื่น มีทางเดินพญานาคทอดยาวนำสายตาไปสู่ลานกว้างซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหลวงพ่อโต ปางประทานพร ที่ได้ชื่อว่าใหญ่ที่สุดในจังหวัดอุทัยธานี องค์พระพุทธรูปนี้สร้างขึ้นอย่างสง่างาม มีสีทองอร่าม มีหน้าตักกว้าง 23 เมตร สูง 52 เมตร สร้างขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2532-2540 โดยความร่วมแรงร่วมใจกันของคณะศิษยานุศิษย์ของสมเด็จพระพุทธาจารย์ (โต พรหมรังษี) และชาวบ้าน และบริเวณใต้ฐานหลวงพ่อโตเป็นพื้นที่ของอาคารเอนกประสงค์ที่ใช้เป็นที่ประดิษฐานรูปเสมือนของสมเด็จพระพุทธาจารย์โต หลวงปู่ทวด และหลวงปู่ศุข ซึ่งเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้กราบสักการะบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตอีกด้วย

การเดินทาง : จาก หุบป่าตาด ไปยัง วัดผาทั่ง มีระยะทางประมาณ 53 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง

เวลาทำการเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน 06:00 น. - 18:00 น.

พิกัด GPS : 15°06'42.5"N 99°32'11.7"E

อ่านรายละเอียดเพื่มเติมเกี่ยวกับ วัดผาทั่ง ได้ที่ : https://palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=55


3. ต้นไม้ยักษ์ บ้านสะนำ

 

             ต้นไม้ยักษ์ บ้านสะนำ (Ban Sanum Giant Tree) ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านสะนำ ตำบลบ้านไร่ อำเภอบ้านไร่ ภายในหมู่บ้านเป็นที่ตั้งของป่าหมากและต้นไม้ยักษ์หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าต้นเซียงยักษ์ที่มีอายุสี่ร้อยกว่าปี มีขนาดรอบวงลำต้น 45 เมตร สูง 53 เมตร บริเวณโคนต้นแผ่รากกว้าง และมีพูพอนขนาดใหญ่ ต้นไม้ยักษ์แห่งนี้ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางป่าหมากอันเขียวขจีขนาด 2 ไร่ โดยมีต้นหมากกว่าหลายร้อยต้นโอบล้อมต้นไม้ยักษ์แห่งนี้เอาไว้อย่างสวยงามแปลกตา โดยเมื่อไปยืนถ่ายรูปบริเวณโคนต้นจะยิ่งเห็นได้ชัดถึงความยิ่งใหญ่ ถือเป็น Unseen ของอำเภอบ้านไร่ที่ได้รับการดูแลรักษาไว้เป็นอย่างดีเพื่อให้คนรุ่นหลังได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติในท้องถิ่น และหากใครมาเที่ยวในวันเสาร์และอาทิตย์ก็สามารถแวะชมตลาดต้นไม้ยักษ์ที่ชาวบ้านจะนำสินค้าท้องถิ่นมาวางจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวอีกด้วย ที่นี่จึงเป็นอีกสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวยังจังหวัดอุทัยธานี

การเดินทาง : จาก วัดผาทั่ง ไปยัง ต้นไม้ยักษ์ บ้านสะนำ มีระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที

เวลาทำการเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน 06:00 น. - 18:00 น.

พิกัด GPS : 15°04'14.1"N 99°30'36.2"E

อ่านรายละเอียดเพื่มเติมเกี่ยวกับ ต้นไม้ยักษ์ บ้านสะนำ ได้ที่ : https://www.palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=925


4. วัดถ้ำเขาวง

 

             วัดถ้ำเขาวง (Wat ThamKhao Wong) ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านไร่ อำเภอบ้านไร่ วัดแห่งนี้เป็นวัดป่าและเป็นธรรมสถานเพื่อการปฎิบัติธรรมที่ตั้งอยู่บนเขา ภายในบริเวณวัดตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันสงบและร่มรื่น โดดเด่นด้วยภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านเป็นฉากหลัง และมีบึงน้ำขนาดใหญ่อยู่บริเวณด้านหน้าซึ่งตกแต่งด้วยสะพานไม้ที่ประกอบขึ้นจากไม้ตามธรรมชาติซึ่งไม่ได้ผ่านการปรับแต่งรูปร่างแล้วนำมาประกอบเข้าด้วยกันจึงมีความสวยงามแปลกตา ถือเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวมักเข้ามาถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก เหนือบึงน้ำขึ้นไปโดดเด่นด้วยศาลาทรงไทยประยุกต์ 4 ชั้นที่มีความงดงาม ศาลาแห่งนี้สร้างด้วยไม้สัก ไม้มะค่า และไม้ที่ได้รับบริจาคจากชาวบ้าน รวมถึงไม้เก่าจากเรือนไทยที่มาจากหลายจังหวัด นอกจากนี้ภายในบริเวณวัดยังมีถ้ำที่ใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมอย่างสงบ รวมทั้งเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลองอีกด้วย

การเดินทาง : จาก ต้นไม้ยักษ์ บ้านสะนำ ไปยัง วัดถ้ำเขาวง มีระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 13 นาที

เวลาทำการเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน 08:00 น. - 18:00 น.

พิกัด GPS : 15°01'53.9"N 99°27'20.8"E

อ่านรายละเอียดเพื่มเติมเกี่ยวกับ วัดถ้ำเขาวง ได้ที่ : https://palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=53


ข้อมูลอื่นๆ ที่ควรรู้
 : เว็บไซต์พยากรณ์อากาศ https://www.accuweather.com/

                             การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) https://thai.tourismthailand.org/

                             เว็บไซต์จังหวัดอุทัยธานี http://www.uthaithani.go.th                                

                             บริการขนส่ง (รถทัวร์ประจำทาง) http://www.busticket.in.thhttp://www.thairoute.com 


 

สถานที่อื่นๆที่น่าสนใจ

คู่มือการดำเนินการตามกระบวนการเคลมประกันรถยนต์ฉบับสมบูรณ์

การมีส่วนร่วมในอุบัติเหตุทางรถยนต์หรือประสบความเสียหายต่อยานพาหนะของคุณอาจเป็นประสบการณ์ที่ตึงเครียดและท่วมท้น อย่างไรก็ตาม การทำความเข้าใจขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์สามารถช่วยบรรเทาความวิตกกังวลและแก้ไขปัญหาได้ราบรื่นยิ่งขึ้น

อ่านต่อ

สวนสาธารณะเทศบาลโพธาราม จังหวัดราชบุรี ประเทศไทย

สวนสาธารณะเทศบาลโพธาราม (Muang Photharam Municipal Public Park) เป็นสวนสาธารณะที่ตั้งอยู่ริมเขื่อนแม่น้ำแม่กลองในอำเภอโพธาราม ภายในสวนมีบรรยากาศร่มรื่นจากต้นไม้ใหญ่ และยังมีส่วนของจุดชมวิว สนามหญ้า ทางวิ่งออกกำลังกาย ลานกีฬา เครื่องออกกำลังกาย และสนามเด็กเล่น สวนสาธาณะแห่งนี้เหมาะกับคนทุกวัยที่ต้องการมาเดินเล่น พักผ่อนหย่อนใจ ออกกำลังกาย และชมวิวแม่น้ำแม่กลองที่เป็นแม่น้ำสายหลักของจังหวัดราชบุรี และที่นี่ยังใช้เป็นสถานที่จัดงานกิจกรรมและงานประเพณีต่างๆ ของเมืองโพธารามอีกด้วย

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี จังหวัดราชบุรี ประเทศไทย

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี (Ratchaburi National Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์จากการใช้ศาลากลางหลังเก่าของจังหวัดราชบุรีมาก่อตั้งขึ้นเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อาคารแห่งนี้เป็นอาคารเก่าแก่ที่สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมที่งดงามและอยู่คู่กับจังหวัดราชบุรีมาอย่างนาวนาน และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติอีกด้วย ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรีมีนิทรรศการท้องถิ่นที่น่าสนใจของจังหวัดราชบุรีให้เที่ยวชม โดยจัดแสดงเรื่องราวทางสภาพภูมิศาสตร์และธรรมชาติวิทยา ประวัติศาสตร์และโบราณคดี ชนเผ่าชาติพันธุ์วิทยา มรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรม และบุคคลสำคัญ ไปจนถึงคลังโบราณวัตถุที่หาชมได้ยากตั้งแต่เครื่องปั้นดินเผาไปจนถึงพระพุทธรูปในยุคต่างๆ

อ่านต่อ

น้ำตกเก้าชั้น จังหวัดราชบุรี ประเทศไทย

น้ำตกเก้าชั้น (Kaew Chan Waterfalls) เป็นน้ำตกกลางหุบเขาที่มีความสูง 9 ชั้น โดยแต่ละชั้นมีความสวยงามแตกต่างกันไป ชั้นที่ได้ชื่อว่าสวยงามที่สุดคือบริเวณชั้นที่ 6 น้ำตกเก้าชั้นสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี เพราะมีน้ำไหลทุกฤดูกาล โดยจะมีน้ำมากที่สุดและสวยที่สุดในช่วงฤดูฝน เพราะจะมองเห็นสายน้ำตกสีขาวขนาดใหญ่ไหลลงมาจากหน้าผาสูงท่ามกลางป่าไม้อันเขียวขจีและเสียงของน้ำตก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจที่ได้รับความนิยมอีกแห่งหนึ่งของอำเภอสวนผึ้ง

อ่านต่อ

ตลาดน้ำเหล่าตั๊กลัก จังหวัดราชบุรี ประเทศไทย

ตลาดน้ำเหล่าตั๊กลัก (Lao Tuk Luck Floating Market) เป็นตลาดน้ำแห่งแรกของจังหวัดราชบุรีที่ก่อตั้งขึ้นมาก่อนตลาดน้ำดำเนินสะดวก มีลักษณะเป็นตลาดน้ำขนาดย่อมที่ตั้งอยู่บนเรือนไม้ริมน้ำที่ชุมชนชาวไทย-จีนอาศัยอยู่ ตลาดน้ำเหล่าตั๊กลักมีบรรยากาศเรียบง่ายและคลาสสิก แต่มีความพลุกพล่านน้อยกว่าตลาดน้ำดำเนินสะดวก การเดินทางก็แสนง่าย แค่เพียงแค่ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำจากฝั่งตลาดน้ำดำเนินสะดวกมายังฝั่งตรงข้าม ก็จะได้พบกับเรือนไม้โบราณของชุมชนชาวจีนและลำคลองที่ตัดผ่าน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีอาหารทานง่ายอร่อยๆ ให้เลือกมากมาย และมีมุมถ่ายรูปสวยๆ ให้เก็บความประทับใจ นอกจากนี้ในวันหยุดจะมีเสียงดนตรียุค 80 คลอเคล้าสร้างความเพลิดเพลินในการเดินตลาดอีกด้วย

อ่านต่อ

ตลาดน้ำอโยธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย

ตลาดน้ำอโยธยา (Ayothaya Floating Market) ตลาดน้ำที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองเก่าแห่งนี้

อ่านต่อ

วัดราชบูรณะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย

วัดราชบูรณะ (Wat Ratchaburana) อนุสรณ์สถานแห่งการแย่งชิงราชบัลลังค์ เป็นอีกหนึ่งในวัดที่ใหญ่ และเก่าแก่มากที่สุดในพระนครศรีอยุธยา สร้างโดยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 หรือ เจ้าสามพระยา เมื่อปี พ.ศ. 1967

อ่านต่อ

วัดมเหยงคณ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย

วัดมเหยงคณ์ (Wat Mahaeyong) อดีตพระอารามหลวง และกลายเป็นวัดร้างไปภายหลังกรุงศรีอยุธยาแตกเมื่อ พ.ศ. 2310 ปัจจุบันวัดแห่งนี้ยังทำหน้าที่เป็นสถานปฏิบัติธรรม ใจกลางโบราณสถานที่เก่าแก่ของอยุธยาอีกด้วย

อ่านต่อ

10 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในจังหวัดนครสวรรค์ ประเทศไทย

จังหวัดนครสวรรค์ตั้งอยู่บริเวณภาคกลางตอนบน เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่เป็นแหล่งเกษตรกรรมของไทย อีกทั้งยังได้รับสมญานามว่าเป็นประตูสู่ภาคเหนือ และเป็นพื้นที่ต้นกำเนิดของแม่น้ำเจ้าพระยาอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ จังหวัดนครสวรรค์จึงมีทิวทัศน์ทางธรรมชาติที่สวยงาม และมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายโดยเฉพาะวัดและตลาดที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ของชาวนครสวรรค์ได้เป็นอย่างดี วันนี้ทาง Palanla จึงได้รวบรวม 10 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของจังหวัดนครสวรรค์มาฝากทุกท่านกันในบทความนี้

อ่านต่อ

หอชมเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ประเทศไทย

หอชมเมืองนครสวรรค์ (Nakhon Sawan Observation Tower) เป็นหอชมเมืองที่ตั้งอยู่บนเขาคีรีวงศ์ จุดชมวิวจะตั้งอยู่บริเวณชั้น 10 ของหอชมเมืองซึ่งสามารถชมวิวเมืองนครสวรรค์จากมุมสูงได้โดยรอบ และมองเห็นทิวทัศน์ของธรรมชาติที่อยู่ไกลออกไปได้อย่างเต็มตา นอกจากนี้บริเวณชั้น 1 ยังมีร้านขายของที่ระลึกซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนท้องถิ่นให้เลือกซื้ออีกด้วย หอชมเมืองนครสวรรค์จึงเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กของเมืองปากน้ำโพที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

อ่านต่อ
สถานที่อื่นๆที่น่าสนใจ