วัดภูตะเภาทอง จังหวัดอุดรธานี ประเทศไทย

  • อ่าน (8,182)
  • ByWebmaster
  • 23:47:23 | 25 พ.ย. 2564

วัดภูตะเภาทอง จังหวัดอุดรธานี ประเทศไทย

Wat Phu Taphao Thong, Udon Thani, Thailand

 

             วัดภูตะเภาทอง (Wat Phu Taphao Thong) แหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมะและประวัติศาสตร์ บนเทือกเขาภูพานอันเป็นที่ตั้งของหินเรือสำเภาอายุ 2,500 ปีซึ่งมี “รอยฝ่ามือแดง” อายุใกล้เคียงกับภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ที่ผาแต้มปรากฏอยู่ รวมถึงรูปปั้นพญานาคราชสีทองนาม “มุจลินท์” ซึ่งเจ้าอาวาสได้สร้างขึ้นตามนิมิต

 


ประวัติ

             วัดภูตะเภาทอง ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 15 ไร่ ของเทือกเขาภูพานในพื้นที่อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี โดยเป็นพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้จัดตั้งวัดอย่างถูกต้อง นอกจากวัดแห่งนี้จะเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของชาวบ้านและเป็นแหล่งศึกษาดูงานของคนต่างพื้นที่แล้ว ปัจจุบันยังเปิดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมะและประวัติศาสตร์ด้วย

             พื้นที่บริเวณรอบๆ วัดภูตะเภาทองส่วนมากเป็นลานหิน มีก้อนหินขนาดใหญ่รูปร่างแปลกตามากกว่า 30 ลูก ทางขึ้นหินแต่ละก้อนเชื่อมกันด้วยบันไดไม้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปชมทัศนียภาพที่สวยงามของผืนป่าโดยรอบอย่างเพลิดเพลิน นักวิชาการสันนิษฐานว่าพื้นที่บริเวณนี้เดิมเคยเป็นทะเลมาก่อน ต่อมาเกิดการยกตัวขึ้นเป็นลานหินและพื้นดินดังเช่นที่ปรากฏในปัจจุบัน

             สำหรับหินก้อนที่โดดเด่นที่สุดคือ หินก้อนใหญ่ที่ถูกเรียกขานว่า “เรือสำเภา” เนื่องจากมีรูปร่างคล้ายเรือ ชาวบ้านเชื่อกันว่าหากได้มาลอดใต้ท้องหินจะได้รับสิริมงคล ประสบโชคดี เจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน คล้ายกับการลอดท้องช้าง ข้างหินก้อนใหญ่มีรอยฝ่ามือแดงปรากฏอยู่ กรมศิลปากรได้ตรวจสอบและมีผลยืนยันว่ารอยฝ่ามือแดงนี้มีอายุประมาณ 2,500 ปี อายุใกล้เคียงกับภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ที่ผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี คาดว่าในยุคก่อนประวัติศาสตร์เคยมีกลุ่มคนผู้เลี้ยงสัตว์ หรือนายพรานใช้เป็นเส้นทางในการหากิน

             นอกจากนี้ วัดภูตะเภาทองยังมีจุดเด่นคือพญานาคราชสีทองนามว่า “มุจลินท์” มีความงดงามและศักดิ์สิทธิ์ โดยเจ้าอาวาสได้สร้างขึ้นตามนิมิตเกี่ยวเนื่องกับพื้นที่บริเวณวัดซึ่งเป็นที่อยู่ของพญานาค

 
รูปปั้นพญานาคราชสีทองนามว่า มุจลินท์

 
มุมมองสวยๆ ของพญานาคพ่นน้ำ

 
บริเวณรอบๆ วัดภูตะเภาทองส่วนมากเป็นลานหิน มีก้อนหินขนาดใหญ่รูปร่างแปลกตามากกว่า 30 ลูก


การเดินทางไปจังหวัดอุดรธานี

 

             - เครื่องบิน (Flight) การเดินทางโดยเครื่องบินจากสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิ ไปสนามบินจังหวัดอุดรธานีใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง

             - รถยนต์ (Car/ Bus) การเดินทางโดยรถยนต์จากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดอุดรธานี มีระยะทาง 576 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8 ชั่วโมง    

             - รถไฟ (Train) การเดินทางโดยรถไฟจากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดอุดรธานี ใช้เวลาเร็วสุดประมาณ 10 ชั่วโมง ทั้งนี้อาจใช้เวลานานกว่านี้ขึ้นอยู่กับประเภทของรถไฟ  


การเดินทางไปวัดภูตะเภาทอง

             วัดภูตะเภาทอง ตั้งอยู่ที่ ตำบลกุดหมากไฟ อำเภอหนองวัวซอ อยู่ห่างจากตัวจังหวัดอุดรธานี 63 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที


เวลาทำการเปิด – ปิด

             เปิดทุกวัน เวลา 7.00 – 17.00 น.


อัตราค่าเข้าชม

             ไม่เสียค่าเข้าชม


สิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยววัดภูตะเภาทอง

             ชมหินเรือสำเภาอายุ 2,500 ปีซึ่งมี “รอยฝ่ามือแดง” อายุใกล้เคียงกับภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ที่ผาแต้มปรากฏอยู่ ชมความงดงามและกราบสักการะพญานาคราชสีทองเพื่อความเป็นสิริมงคล

 
นักท่องเที่ยวกราบสักการะพญานาคสีทอง


เวลาที่เหมาะสมสำหรับการท่องเที่ยว

             สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

 


             
นักท่องเที่ยวที่สนใจไปเที่ยวชม วัดภูตะเภาทอง สามารถศึกษา ข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่

                      วัดภูตะเภาทอง จังหวัดอุดรธานี ประเทศไทย

                      (Wat Phu Taphao Thong, Udon Thani Province, Thailand)

                      ระดับความนิยม :  

                      อัตราค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชม

                      เวลาทำการเปิด – ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 7.00 – 17.00 น.

                      ตั้งอยู่ที่ : ต.กุดหมากไฟ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี

                      โทรศัพท์ : (+66) 093 067 5359

                      เว็บไซต์ : -

                      ข้อมูลอื่นๆ ที่ควรรู้ : พยากรณ์อากาศ https://www.accuweather.com 

                                       ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานี https://udonthani.mots.go.th

                                       ศูนย์ข้อมูลการเดินทางจังหวัดอุดรธานี https://www.dlt.go.th/site/udonthani/m-about/6907

                                       ศูนย์บริการข้อมูลท่องเที่ยวประเทศไทย https://thai.tourismthailand.org

 

สถานที่อื่นๆที่น่าสนใจ

5 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในจังหวัดยโสธร ประเทศไทย

จังหวัดยโสธรเป็นจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างของไทยที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำชี จังหวัดยโสธรมีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรมหลายแห่ง เพราะเป็นเมืองที่ผ่านประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยทวาราวดี วันนี้ทาง Palanla จึงได้รวบรวมสถานที่ที่เป็นไฮไลท์ของจังหวัดยโสธรมาฝากทุกท่านไว้ในบทความนี้

อ่านต่อ

วัดพระพุทธบาทยโสธร จังหวัดยโสธร ประเทศไทย

วัดพระพุทธบาทยโสธร (Wat Phra Buddhabat Yasothon) เป็นวัดที่มีความสวยงามจากหมู่อาคารสีขาวท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ นักท่องเที่ยวที่มาเยือนนิยมมาเที่ยวชมวัดและสักการะโบราณวัตถุทางพุทธศาสนาอันได้แก่ รอยพระพุทธบาท พระพุทธรูปปางนาคปรก และศิลาจารึกโบราณที่มีอายุราวห้าร้อยปี รวมทั้งพระพุทธรูปหยกขาวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยที่ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ และพระบรมสารีริกธาตุที่ประดิษฐานอยู่ภายในเจดีย์ของวัดอีกด้วย วัดแห่งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งวัดดังของจังหวัดยโสธรที่ควรค่าต่อการมาเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง

อ่านต่อ

8 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในจังหวัดศรีสะเกษ ประเทศไทย

จังหวัดศรีสะเกษเป็นจังหวัดในภาคอีสานตอนล่างที่มีแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ที่เป็นจุดชมวิวอันน่าประทับใจ ไปจนถึงแหล่งโบราณสถานอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และวัดวาอารามที่สร้างขึ้นอย่างงดงามให้เที่ยวชม วันนี้ทาง Palanla ได้รวบรวม 8 สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นไฮไลท์ของจังหวัดศรีเกษมาฝากทุกท่านกันในบทความนี้

อ่านต่อ

ผามออีแดง จังหวัดศรีสะเกษ ประเทศไทย

ผามออีแดง (Pha Mor E Daeng) เป็นหน้าผาที่ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร เป็นจุดชมวิวที่มองเห็นปราสาทเขาพระวิหาร ป่าไม้ และบ้านเมืองของกัมพูชาที่อยู่ไกลออกไปได้ ในยามเช้าของช่วงปลายฝนต้นหนาวจะเป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยงาม ส่วนในยามพระอาทิตย์ตกดินจะมองเห็นฝูงค้างคาวบินออกมาจากถ้ำเพื่อหากิน นอกจากนี้ อีกหนึ่งไฮไลท์ของผามออีแดงคือภาพจิตรกรรมโบราณที่ถูกสลักไว้ริมหน้าผาซึ่งมีความเก่าแก่กว่าหนึ่งพันห้าร้อยปีทีเดียว ถือเป็น Unseen Thailand ที่คุ้มค่าต่อการมาเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง

อ่านต่อ

น้ำตกสำโรงเกียรติ จังหวัดศรีสะเกษ ประเทศไทย

น้ำตกสำโรงเกียรติ (Samrong Kiat Waterfall) เป็นน้ำตกที่มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาบรรทัด น้ำตกแห่งนี้มีเอกลักษณ์ตรงที่บริเวณด้านบนหน้าผาจะมีแอ่งลานหินขนาดใหญ่รองรับธารน้ำเอาไว้ก่อนที่จะไหลตกลงมาตามชั้นหน้าผา น้ำตกสำโรงเกียรติมีน้ำไหลตลอดปี และจะมีน้ำมากที่สุดในช่วงฤดูฝน บรรยากาศโดยรอบมีความร่มรื่นจากป่าไม้ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะกับการมาเล่นน้ำ นั่งพักผ่อนหย่อนใจ และถ่ายภาพสวยๆ ได้อย่างเพลิดเพลิน

อ่านต่อ

เกาะกลางน้ำ จังหวัดศรีสะเกษ ประเทศไทย

เกาะกลางน้ำ (Koh Klang Nam) เป็นเกาะที่อยู่ใจกลางอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำคำในอำเภอเมืองศรีสะเกษ บนเกาะแห่งนี้เป็นสวนสาธาณะขนาดใหญ่และเป็นที่ตั้งของอาคารสำคัญหลายแห่ง เช่น หอศรีลำดวนเฉลิมพระเกียรติที่เป็นหอชมเมืองศรีสะเกษได้รอบทิศ และศรีสะเกษอควาเรียมซึ่งเป็นศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่นี่จึงเป็นทั้งสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของจังหวัดศรีสะเกษอีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมาเที่ยวชมเป็นอย่างมาก

อ่านต่อ

วัดบุไผ่ (วัดบ้านไร่ 2) จังหวัดนครราชสีมา ประเทศไทย

วัดบุไผ่ (วัดบ้านไร่ 2) Wat Bu Pai (Wat Ban Rai 2) เป็นวัดที่ตั้งตระหง่านบนเนินเขาในอำเภอวังน้ำเขียว ประดิษฐานรูปหล่อหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ หรือ พระเทพวิทยาคม พระเกจิดังวัดบ้านไร่องค์ใหญ่ที่สุดในโลก

อ่านต่อ

วัดแสงธรรมวังเขาเขียว จังหวัดนครราชสีมา ประเทศไทย

วัดแสงธรรมวังเขาเขียว (Wat Saeng Tham Wang Khao Khiao) เป็นที่ตั้งของพระมหาเจดีย์ศรีแสงธรรมวิสุทธิมงคล พระมหาเจดีย์รูปทรงดอกบัวสีขาวตั้งตระหง่านสง่างามอยู่กลางคูน้ำ ท่ามกลางสวนหย่อมสีเขียวขนาดใหญ่และแวดล้อมด้วยหุบเขาสีเขียวขจีของอำเภอวังน้ำเขียว

อ่านต่อ

ผาเก็บตะวัน จังหวัดนครราชสีมา ประเทศไทย

ผาเก็บตะวัน (Pha Kep Tawan) หนึ่งในที่เที่ยววังน้ำเขียวที่เป็นจุดชมวิวที่มีทัศนียภาพสวยงาม แวดล้อมด้วยความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ เหมาะแก่การแวะมาชมวิวผ่อนคลาย หรือหากต้องการกางเต็นท์ค้างคืนก็ได้เช่นกัน

อ่านต่อ

วัดป่าโนนสวรรค์ จังหวัดร้อยเอ็ด ประเทศไทย

วัดป่าโนนสวรรค์ (Wat Pa Non Sawan) เป็นวัดที่มีชื่อเสียงของจังหวัดร้อยเอ็ด ภายในวัดมีความน่าตื่นตาตื่นใจของประติมากรรมปูนปั้นมากมายที่ถ่ายทอดเรื่องเกี่ยวกับพุทธประวัติ พระธรรมคำสอน รวมถึงวรรณคดีไทยชื่อดังต่างๆ ให้ได้เดินเที่ยวชม และภายในวัดยังโดดเด่นด้วยองค์เจดีย์ขนาดใหญ่ที่ตกแต่งอย่างงดงาม รวมถึงศิลปะการตกแต่งที่ใช้หม้อดินมาประดับในส่วนต่างๆ โดยรอบจนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว วัดแห่งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดร้อยเอ็ดที่ไม่ควรพลาดชม

อ่านต่อ
สถานที่อื่นๆที่น่าสนใจ