เสริมสิริมงคลจาก 9 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในกรุงเทพฯ รับตรุษจีน 2561

  • อ่าน (3,984)
  • ByWebmaster
  • 17:47:13 | 9 ก.พ. 2561

เสริมสิริมงคลจาก 9 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในกรุงเทพฯ รับตรุษจีน 2561

           เทศกาลตรุษจีนกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 นี้ ทีมงานพาลั้ลลาจึงรวบรวมสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ 9 แห่งในกรุงเทพฯ เพื่อเป็นข้อมูลทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปทำบุญ ขอพร และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวันมงคลนี้ ซึ่งมีทั้งวัดวาอาราม และศาลเจ้าขึ้นชื่อมากมายหลายแห่งในกรุงเทพฯ ให้เลือกไปเสริมความเป็นสิริมงคลกัน

1. วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร

           วัดไตรมิตร หรือในชื่อเดิมว่า “วัดสามจีน” ซึ่งมีที่มากจากชาวจีน 3 คนที่ร่วมกันสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นมา ภายในพระมหามณฑปเป็นที่ประดิษฐาน “พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร” หรือ “พระพุทธรูปทองคำสุโขทัยไตรมิตร” พระพุทธรูปที่สร้างด้วยทองคำองค์ใหญ่ที่สุดในโลก พระพุทธรูปทองคำองค์นี้มีหน้าตั้งกว้าง 3.01 เมตร สูง 3.91 เมตร จากฐานองค์พระขึ้นไปเนื้อทองบริสุทธิ์ 40% พระพักตร์มีเนื้อทอง 80% ส่วนพระเกศมีน้ำหนัก 45 กิโลกรัม เป็นเนื้อทองบริสุทธิ์ 99.99%

           นอกจากการนมัสการพระพุทธรูปทองคำ นักท่องเที่ยวยังสามารถเพลิดเพลินกับ ศูนย์ประวัติศาสตร์เยาวราช ซึ่งให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของย่านเยาวราชตั้งแต่ในอดีต ที่บริเวณชั้น 2 และ นิทรรศการพระพุทธรูปทองคำ ซึ่งเล่าเรื่องราวการสร้างพระพุทธรูปตั้งแต่ในสมัยสุโขทัย รวมถึงบอกประวัติความเป็นมาของพระพุทธรูปทองคำ ที่บริเวณชั้น 3 ของพระมหามณฑป

               สถานที่ตั้ง : ตั้งอยู่ที่ถนนมิตรภาพไทย-จีน แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์

               การเดินทางรถไฟใต้ดิน MRT ลงที่ สถานีหัวลำโพง จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 200 เมตร

                               รถประจำทาง สาย 1, 7, 4, 25, 40, 53, 73, 73ก, 177 และ 529

                               แท็กซี่มิเตอร์ เป็นการเดินทางที่สะดวกสบายและได้รับความนิยมอย่างมาก โดยมีอัตราค่าบริการเริ่มต้นที่ 35 บาท และเพิ่มค่าโดยสารกิโลเมตรละ 5.50 บาทในระยะ 1-10 กิโลเมตรแรก สามารถดูรายละเอียดอัตราค่าบริการเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/2laovLG

               ข้อมูลติดต่อ : (+66)89-0022700, (+66)2-6231227, http://www.wattraimitr-withayaram.com

               เวลาเปิดทำการ : เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00-17:00 น.

2. ศาลเจ้าแม่กวนอิม มูลนิธิเทียนฟ้า

           ศาลเจ้าแม่กวนอิม เป็นส่วนหนึ่งของโรงพยาบาลและมูลนิธิเทียนฟ้า มูลนิธิแห่งแรกของประเทศไทยที่ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2445 โดยการรวมตัวกันของกลุ่มชาวจีน 5 ภาษา เพื่อสงเคราะห์ผู้ป่วยที่ยากไร้ ให้ได้รับการรักษาพยาบาล ภายในศาลเจ้ามีรูปเคารพของ เจ้าแม่กวนอิม พระโพธิสัตว์ อวโลกิเตศวร ปางประทานพร รูปเคารพสร้างขึ้นจากไม้จันทน์แกะสลัก รูปแบบศิลปะราชวงศ์ถัง แต่สันนิษฐานว่าสร้างขึ้น ในสมัยของราชวงศ์ซ่งหรือเมื่อประมาณ 800-900 ปีที่ผ่านมา ซึ่งผู้คนนิยมเดินทางมาขอพรเพื่อปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บ และขอให้มีสุขภาพแข็งแรง

               สถานที่ตั้ง : ถนนเยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ (อยู่ใกล้กับวัดไตรมิตรฯ)

               การเดินทางรถไฟใต้ดิน MRT ลงที่ สถานีหัวลำโพง จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 400 เมตร

                                รถประจำทาง สาย 1, 7, 4, 25, 40, 53, 73, 73ก, 177 และ 529

                                แท็กซี่มิเตอร์ เป็นการเดินทางที่สะดวกสบายและได้รับความนิยมอย่างมาก โดยมีอัตราค่าบริการเริ่มต้นที่ 35 บาท และเพิ่มค่าโดยสารกิโลเมตรละ 5.50 บาทในระยะ 1-10 กิโลเมตรแรก สามารถดูรายละเอียดอัตราค่าบริการเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/2laovLG    

               ข้อมูลติดต่อ : (+66)2-2330955, www.thianfah.com

               เวลาเปิดทำการ : เปิดทำการทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

3. วัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) 

           วัดมังกรกมลาวาส หรือวัดเล่งเน่ยยี่ เป็นวัดในสังกัดคณะสงฆ์จีนนิกายแห่งประเทศไทย บางคนเรียกวัดนี้ว่า "วัดมังกร" เพราะคำว่า "เล่ง" หรือ "เล้ง" ในภาษาจีนแต้จิ๋ว แปลว่ามังกร (คำว่า “เน่ย” แปลว่า ดอกบัวและคำว่า “ยี่” แปลว่า วัด) และชื่อวัดอย่างเป็นทางการนั้นได้รับพระราชทานมาจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

           ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐานของเทวรูปศักดิ์ศิทธิ์มากมาย โดยพระประธานหลักของวัดคือ พระโคตมพุทธเจ้า พระอมิตาภพุทธะ พระไภษัชยคุรุพุทธะ ทั้งหมด 3 องค์ หรือ "ซำป้อหุกโจ้ว" พร้อมพระอรหันต์อีก 18 องค์  และยังมีเทพเจ้าคุ้มครองดวงชะตา หรือ "ไท้ส่วย เอี๊ยะ" เทพเจ้าแห่งยาหรือหมอเทวดา "หั่วท้อเซียงซือกง" และที่นิยมไหว้ขอพรมากคือ เทพเจ้าแห่งโชคลาภ "ไฉ่ซิ้งเอี๊ยะ" โดยเทพเจ้าในวัดเล่งเน่ยยี่นั้นมีจำนวทั้งหมด 58 องค์

               สถานที่ตั้ง : ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง ระหว่าง ซอยเจริญกรุง 19 และ 21 เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย

               การเดินทางรถประจำทาง สาย 1, 7, 4, 25, 40, 53, 73, 73ก, 507, 542 และ 529

                                แท็กซี่มิเตอร์ เป็นการเดินทางที่สะดวกสบายและได้รับความนิยมอย่างมาก โดยมีอัตราค่าบริการเริ่มต้นที่ 35 บาท และเพิ่มค่าโดยสารกิโลเมตรละ 5.50 บาทในระยะ 1-10 กิโลเมตรแรก สามารถดูรายละเอียดอัตราค่าบริการเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/2laovLG

               ข้อมูลติดต่อ : (+66)2-2223975

               เวลาเปิดทำการ : เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06:00-18:00 น.

4. ศาลเจ้าไต่ฮงกง มูลนิธิปอเต๊กตึ้ง

           ศาลเจ้าไต้ฮงกง ถูกสร้างขึ้นในปีพ.ศ. 2453 พร้อมกับจัดตั้ง “คณะเก็บศพไต้ฮงกง“ ขึ้นมา เพื่อทำการเก็บศพและจัดการงานศพของผู้ยากไร้และอนาถาในเขตกรุงเทพฯ ตามปณิธานของหลวงปู่ไต่ฮงกง ภิกษุชาวจีนที่ช่วยเหลือประชาชนที่เจ็บป่วย สร้างสะพาน สอนหนังสือ คนจีนสมัยก่อนจึงนับถือเป็นอย่างมาก ต่อมาภายหลังได้เปลี่ยนชื่อคณะเป็น “มูลนิธิฮั่วเคี้ยวป่อเต็กเซี่ยงตึ๊ง“ หรือ “ป่อเต็กตึ๊ง“ ที่เรารู้จักกันดีในปัจจุบัน

           ภายในศาลเจ้าประดิษฐานรูปจำลองของ หลวงปู่ไต้ฮงกง และยังเป็นที่ประดิษฐานองค์เจ้าแม่พระโพธิสัตว์กวงอิมอวโลกิเตศวร และ องค์ตี่จั่งอ๊วง หรือ พระกษิติครรภโพธิสัตว์ ซึ่งผู้คนมักเดินทางมาขอพรทั้งในด้านโชคลาภ สุขภาพ และความเจริญในหน้าที่การงาน

               สถานที่ตั้ง : ถนนพลับพลาไชย แขวงป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย

               การเดินทางรถประจำทาง สาย 1, 7, 4, 25, 40, 53, 73, 73ก, 507, 542 และ 529

                                แท็กซี่มิเตอร์ เป็นการเดินทางที่สะดวกสบายและได้รับความนิยมอย่างมาก โดยมีอัตราค่าบริการเริ่มต้นที่ 35 บาท และเพิ่มค่าโดยสารกิโลเมตรละ 5.50 บาทในระยะ 1-10 กิโลเมตรแรก สามารถดูรายละเอียดอัตราค่าบริการเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/2laovLG

               ข้อมูลติดต่อ : (+66)2-2250020

               เวลาเปิดทำการ : 07:00–22:00 น.

5. ศาลเจ้าเล่งบ้วยเอี๊ยะ

           ศาลเจ้าเล่งบ้วยเอี๊ยะ ถือเป็นศาลเจ้าเก่าแก่มากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย เนื่องจากมีหลักฐานเป็นคำจารึกในภาษาจีนว่าศาลเจ้าแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2201 ซึ่งอยู่ในช่วงอยุธยาตอนกลาง อาคารศาลเจ้าเป็นสถาปัตยกรรมแบบจีนโบราณ มีอาคารหลังเดียว หลังคาใหญ่ปูด้วยกระเบื้องเคลือบสี มีมังกรสองตัวหันหน้าเข้าหากันอยู่ด้านบน

           ภายในศาลเจ้าแห่งนี้มีแท่นบูชา เทพเจ้าเล่งบ๊วยเอี๊ยะ หรือเทพเจ้าหางมังกร ส่วนฝั่งช้ายมือตั้งแท่นบูชาเทพเจ้ากวนอู และฝั่งขวามือเป็นแท่นบูชาพระแม่สวรรค์ นอกจากนี้แล้ว ยังเป็นที่เก็บรักษาโบราณวัตถุต่าง ๆ เช่น ป้ายโบราณที่จารึกในรัชสมัยจักรพรรดิกวังซฺวี่ แห่งราชวงศ์ชิง รวมถึงป้ายจารึกในราชวงศ์หมิง รวมทั้งยังมีระฆังจารึกชื่อ เฉิน ไท จื้อ ที่สร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานที่ศาลเจ้านี้โดยเฉพาะ

               สถานที่ตั้ง : อยู่ระหว่างถนนเยาวราชและถนนเจริญกรุง ซอย 6 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์

               การเดินทางรถประจำทาง สาย 1, 7, 4, 25, 40, 53, 73, 73ก, 507, 542 และ 529

                                แท็กซี่มิเตอร์ เป็นการเดินทางที่สะดวกสบายและได้รับความนิยมอย่างมาก โดยมีอัตราค่าบริการเริ่มต้นที่ 35 บาท และเพิ่มค่าโดยสารกิโลเมตรละ 5.50 บาทในระยะ 1-10 กิโลเมตรแรก สามารถดูรายละเอียดอัตราค่าบริการเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/2laovLG

               ข้อมูลติดต่อ : (+66)81-6145992

               เวลาเปิดทำการ : เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07:00-17:00 น.

6. ศาลเจ้าพ่อเสือ พระนคร

ขอบคุณภาพประกอบจากเฟซบุ๊คศาลเจ้าพ่อเสือ https://www.facebook.com/bkktigershrine/

           ศาลเจ้าพ่อเสือ พระนคร หรือศาลเจ้าพ่อเสือ เสาชิงช้า สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยสถานที่ตั้งในอดีตอยู่บริเวณถนนบำรุงเมือง ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดให้ขยายถนนบำรุงเมือง ได้โปรดให้ย้ายที่ตั้งและพระราชทานที่ให้แก่ศาลเจ้าพ่อเสือมาไว้ที่ทางสามแพร่ง ถนนตะนาว ใกล้กับวัดมหรรณพาราม ซึ่งมีตำนานเกี่ยวกับเจ้าพ่อเสืออยู่แต่เดิม จึงมีการรวมศาลกันเกิดขึ้น จนเป็นศาลเจ้าพ่อเสือในปัจจุบัน

           ภายในศาลแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานของรูปเคารพเทพเอี่ยนเถี้ยนส่งเต้, เจ้าพ่อเสือ, เจ้าพ่อกวนอู และเจ้าแม่ทับทิม โดยเจ้าพ่อเสือนั้นเป็นเทพที่ประชาชนทั้งชาวจีนและชาวไทยให้ความเคารพอย่างมาก โดยเฉพาะคนที่มีลูกน้องบริวารในการควบคุมดูแล หรือต้องการเลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่ง ขอโชคลาภ และคนที่กำลังมีคดีความต้องขึ้นศาล ซึ่งของที่ประชาชนนิยมนำมาถวายเจ้าพ่อเสือ คือ หมูสามชั้นและไข่

               สถานที่ตั้ง : ถนนตะนาว ใกล้เสาชิงช้า เขตพระนคร

               การเดินทางรถประจำทาง สาย 12, 35, 42 และ 508

                                แท็กซี่มิเตอร์ เป็นการเดินทางที่สะดวกสบายและได้รับความนิยมอย่างมาก โดยมีอัตราค่าบริการเริ่มต้นที่ 35 บาท และเพิ่มค่าโดยสารกิโลเมตรละ 5.50 บาทในระยะ 1-10 กิโลเมตรแรก สามารถดูรายละเอียดอัตราค่าบริการเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/2laovLG

               ข้อมูลติดต่อ : (+66)2-2242110, https://www.facebook.com/bkktigershrine/

               เวลาเปิดทำการ : เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06:00-17:00 น.

7. ศาลเจ้าเล่าปุนเถ้ากง (ศาลเจ้าโป๊ยเซียน)

           ศาลเจ้าเล่าปุนเถ้ากงเป็นศาลเจ้าเก่าแก่มีอายุกว่าสองร้อยปี ลักษณะเป็นอาคารสถาปัตยกรรมสกุลช่างจีนแต้จิ๋วแบบซี่เตียมกิม ที่หมายถึง "สี่ตำแหน่งทองคำ" เนื่องจากอาคารนี้หากแบ่งเป็นห้องแล้วจะได้พื้นที่เป็นสี่ห้อง มีขนาดโอ่งโถงและมีการตกแต่งลวดลายอย่างวิจิตร โดยชาวจีนแต้จิ๋วในอดีตร่วมกันสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ ขอให้อำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกป้องคุ้มครองในการดำเนินชีวิตประจำวัน และทำกิจการค้าเจริญรุ่งเรือง

           ภายในศาลเจ้าเป็นที่ประดิษฐานของ "เทพเล่าปูนเถ้ากง" อยู่ในอิริยาบถนั่ง มีหนวดเครายาวสีดำ แต่งกายแบบขุนนางจีน มือขวาถือคฑา (อยู่อี้) จากหลักฐานคำจารึกบริเวณที่ประดิษฐานคาดว่าน่าจะสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2525

               สถานที่ตั้ง : ถนนทรงวาด แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์

               การเดินทางรถประจำทาง สาย 1, 7, 4, 25, 40, 53, 73, 73ก, 507, 542 และ 529

                                เรือด่วนเจ้าพระยา ลงที่ท่าราชวงศ์ จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 400 เมตร

                                แท็กซี่มิเตอร์ เป็นการเดินทางที่สะดวกสบายและได้รับความนิยมอย่างมาก โดยมีอัตราค่าบริการเริ่มต้นที่ 35 บาท และเพิ่มค่าโดยสารกิโลเมตรละ 5.50 บาทในระยะ 1-10 กิโลเมตรแรก สามารถดูรายละเอียดอัตราค่าบริการเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/2laovLG

               ข้อมูลติดต่อ : (+66)2-2216598, (+66)2-6224665

               เวลาเปิดทำการ : เปิดทำการทุกวัน ตั้งแต่ 07:00-17:00 น.

8. ศาลเจ้ากวนอู (คลองสาน)

           ศาลเจ้ากวนอู (คลองสาน) เป็นศาลเจ้ากวนอูที่มีความเก่าแก่มากที่สุดในประเทศไทย สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2279 ในสมัยกรุงศรีอยุธยา และยังมีความเชื่อว่าว่าสมเด็จพระเจ้าตากสิน เคยเสด็จมาสักการะเทพเจ้ากวนอูที่ศาลแห่งนี้ ก่อนที่จะกรีธาทัพไปทำสงคราม มีอาคารสองส่วนคือ ส่วนของศาลเจ้า และเก๋งจีนซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

           ภายในศาลเจ้ามีรูปเคารพของ เทพเจ้ากวนอูทั้งหมด 3 องค์ องค์เล็กสุดเป็นองค์แรกที่เข้ามาในประเทศไทยราวปี พ.ศ.2279 โดยชาวจีนฮกเกี้ยนได้อัญเชิญมาจากมณฑลฮกเกี้ยนโดยทางเรือ ต่อมาในปี พ.ศ.2345 ได้มีผู้อัญเชิญเจ้าพ่อกวนอูองค์กลางมาเพิ่มอีกองค์หนึ่ง และในปีพ.ศ.2365 มีการบูรณะศาลเจ้าให้มีขนาดใหญ่ขึ้น  พร้อมกับได้อัญเชิญเทพเจ้ากวนอูองค์ที่สามมาประทับไว้ร่วมกัน โดยความพิเศษของศาลเจ้าแห่งนี้คือ ผู้ที่จะขอพรต้องจับที่บริเวณเท้าของรูปเคารพเทพกวนอูแล้วอธิษฐาน ซึ่งธรรมเนียมนี้มีข้อห้ามไม่ให้สตรีที่มีประจำเดือนแตะต้องรูปเคารพเด็ดขาด

               สถานที่ตั้ง : ซอยสมเด็จเจ้าพระยา หลังอุทยานสมเด็จย่า แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน

               การเดินทางรถประจำทาง สาย 6, 42, 43, 20 และ 57

                                เรือด่วนเจ้าพระยา ลงที่ท่าราชวงศ์ จากนั้นขึ้นเรือข้ามฟากมาลงที่ท่าเรือท่าดินแดง และเดินต่ออีกประมาณ 900 เมตร

                                แท็กซี่มิเตอร์ เป็นการเดินทางที่สะดวกสบายและได้รับความนิยมอย่างมาก  โดยมีอัตราค่าบริการเริ่มต้นที่ 35 บาท และเพิ่มค่าโดยสารกิโลเมตรละ 5.50 บาทในระยะ 1-10 กิโลเมตรแรก สามารถดูรายละเอียดอัตราค่าบริการเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/2laovLG

               ข้อมูลติดต่อ : (+66)2-4396309

               เวลาเปิดทำการ : เปิดทำการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07:00-18:00 น.

9. หลวงพ่อซำปอกง วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร
 

           วัดกัลยาณมิตรสร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2368 จากการบริจาคที่ดิน ซึ่งแต่เดิมเป็นหมู่บ้านที่มีภิกษุจีนพำนักอยู่ และเรียกกันต่อมาว่า "หมู่บ้านกุฎีจีน" ซึ่งผู้บริจาคคือ เจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต กัลยาณมิตร) พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า “วัดกัลยาณมิตร”

           ภายในพระวิหารหลวงเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ มีขนาดหน้าตักกว้าง 11.75  เมตร สูง 15.46 เมตร นามว่า “พระพุทธไตรรัตนนายก” หรือ “หลวงพ่อโต” พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น ด้วยมีพระประสงค์จะให้เป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่อยู่ริมแม่น้ำแบบเดียวกันกับที่วัดพนัญเชิง จังหวัดอยุธยา โดยพระพุทธรูปองค์นี้ได้รับความเคารพอย่างมากในหมู่คนจีน จนมีชื่อเรียกในภาษาจีนว่า “ซำปอกง” โดยคนจีนส่วนใหญ่ไปขอพรให้ทำมาค้าขึ้น กิจการรุ่งเรืองก้าวหน้า

               สถานที่ตั้ง : ซอยอรุณอมรินทร์ 6 ถนนอรุณอมรินทร์ตัดใหม่ แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี

               การเดินทางรถประจำทาง สาย 3, 4, 7, 7ก, 9, 21, 37, 56, 82

                                เรือด่วนเจ้าพระยา ลงที่ท่าเรือราชินี จากนั้นขึ้นเรือข้ามฟากมาลงที่ท่าเรือวัดกัลยาฯ

                                แท็กซี่มิเตอร์ เป็นการเดินทางที่สะดวกสบายและได้รับความนิยมอย่างมาก โดยมีอัตราค่าบริการเริ่มต้นที่ 35 บาท และเพิ่มค่าโดยสารกิโลเมตรละ 5.50 บาทในระยะ 1-10 กิโลเมตรแรก สามารถดูรายละเอียดอัตราค่าบริการเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/2laovLG

               ข้อมูลติดต่อ : (+66)2-4664643

               เวลาเปิดทำการ : เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06:00-17:00 น.

 

สถานที่อื่นๆที่น่าสนใจ

คู่มือการดำเนินการตามกระบวนการเคลมประกันรถยนต์ฉบับสมบูรณ์

การมีส่วนร่วมในอุบัติเหตุทางรถยนต์หรือประสบความเสียหายต่อยานพาหนะของคุณอาจเป็นประสบการณ์ที่ตึงเครียดและท่วมท้น อย่างไรก็ตาม การทำความเข้าใจขั้นตอนการเคลมประกันรถยนต์สามารถช่วยบรรเทาความวิตกกังวลและแก้ไขปัญหาได้ราบรื่นยิ่งขึ้น

อ่านต่อ

สวนสาธารณะเทศบาลโพธาราม จังหวัดราชบุรี ประเทศไทย

สวนสาธารณะเทศบาลโพธาราม (Muang Photharam Municipal Public Park) เป็นสวนสาธารณะที่ตั้งอยู่ริมเขื่อนแม่น้ำแม่กลองในอำเภอโพธาราม ภายในสวนมีบรรยากาศร่มรื่นจากต้นไม้ใหญ่ และยังมีส่วนของจุดชมวิว สนามหญ้า ทางวิ่งออกกำลังกาย ลานกีฬา เครื่องออกกำลังกาย และสนามเด็กเล่น สวนสาธาณะแห่งนี้เหมาะกับคนทุกวัยที่ต้องการมาเดินเล่น พักผ่อนหย่อนใจ ออกกำลังกาย และชมวิวแม่น้ำแม่กลองที่เป็นแม่น้ำสายหลักของจังหวัดราชบุรี และที่นี่ยังใช้เป็นสถานที่จัดงานกิจกรรมและงานประเพณีต่างๆ ของเมืองโพธารามอีกด้วย

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี จังหวัดราชบุรี ประเทศไทย

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี (Ratchaburi National Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์จากการใช้ศาลากลางหลังเก่าของจังหวัดราชบุรีมาก่อตั้งขึ้นเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อาคารแห่งนี้เป็นอาคารเก่าแก่ที่สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมที่งดงามและอยู่คู่กับจังหวัดราชบุรีมาอย่างนาวนาน และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติอีกด้วย ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรีมีนิทรรศการท้องถิ่นที่น่าสนใจของจังหวัดราชบุรีให้เที่ยวชม โดยจัดแสดงเรื่องราวทางสภาพภูมิศาสตร์และธรรมชาติวิทยา ประวัติศาสตร์และโบราณคดี ชนเผ่าชาติพันธุ์วิทยา มรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรม และบุคคลสำคัญ ไปจนถึงคลังโบราณวัตถุที่หาชมได้ยากตั้งแต่เครื่องปั้นดินเผาไปจนถึงพระพุทธรูปในยุคต่างๆ

อ่านต่อ

น้ำตกเก้าชั้น จังหวัดราชบุรี ประเทศไทย

น้ำตกเก้าชั้น (Kaew Chan Waterfalls) เป็นน้ำตกกลางหุบเขาที่มีความสูง 9 ชั้น โดยแต่ละชั้นมีความสวยงามแตกต่างกันไป ชั้นที่ได้ชื่อว่าสวยงามที่สุดคือบริเวณชั้นที่ 6 น้ำตกเก้าชั้นสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี เพราะมีน้ำไหลทุกฤดูกาล โดยจะมีน้ำมากที่สุดและสวยที่สุดในช่วงฤดูฝน เพราะจะมองเห็นสายน้ำตกสีขาวขนาดใหญ่ไหลลงมาจากหน้าผาสูงท่ามกลางป่าไม้อันเขียวขจีและเสียงของน้ำตก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจที่ได้รับความนิยมอีกแห่งหนึ่งของอำเภอสวนผึ้ง

อ่านต่อ

ตลาดน้ำเหล่าตั๊กลัก จังหวัดราชบุรี ประเทศไทย

ตลาดน้ำเหล่าตั๊กลัก (Lao Tuk Luck Floating Market) เป็นตลาดน้ำแห่งแรกของจังหวัดราชบุรีที่ก่อตั้งขึ้นมาก่อนตลาดน้ำดำเนินสะดวก มีลักษณะเป็นตลาดน้ำขนาดย่อมที่ตั้งอยู่บนเรือนไม้ริมน้ำที่ชุมชนชาวไทย-จีนอาศัยอยู่ ตลาดน้ำเหล่าตั๊กลักมีบรรยากาศเรียบง่ายและคลาสสิก แต่มีความพลุกพล่านน้อยกว่าตลาดน้ำดำเนินสะดวก การเดินทางก็แสนง่าย แค่เพียงแค่ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำจากฝั่งตลาดน้ำดำเนินสะดวกมายังฝั่งตรงข้าม ก็จะได้พบกับเรือนไม้โบราณของชุมชนชาวจีนและลำคลองที่ตัดผ่าน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีอาหารทานง่ายอร่อยๆ ให้เลือกมากมาย และมีมุมถ่ายรูปสวยๆ ให้เก็บความประทับใจ นอกจากนี้ในวันหยุดจะมีเสียงดนตรียุค 80 คลอเคล้าสร้างความเพลิดเพลินในการเดินตลาดอีกด้วย

อ่านต่อ

ตลาดน้ำอโยธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย

ตลาดน้ำอโยธยา (Ayothaya Floating Market) ตลาดน้ำที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองเก่าแห่งนี้

อ่านต่อ

วัดราชบูรณะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย

วัดราชบูรณะ (Wat Ratchaburana) อนุสรณ์สถานแห่งการแย่งชิงราชบัลลังค์ เป็นอีกหนึ่งในวัดที่ใหญ่ และเก่าแก่มากที่สุดในพระนครศรีอยุธยา สร้างโดยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 หรือ เจ้าสามพระยา เมื่อปี พ.ศ. 1967

อ่านต่อ

วัดมเหยงคณ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย

วัดมเหยงคณ์ (Wat Mahaeyong) อดีตพระอารามหลวง และกลายเป็นวัดร้างไปภายหลังกรุงศรีอยุธยาแตกเมื่อ พ.ศ. 2310 ปัจจุบันวัดแห่งนี้ยังทำหน้าที่เป็นสถานปฏิบัติธรรม ใจกลางโบราณสถานที่เก่าแก่ของอยุธยาอีกด้วย

อ่านต่อ

10 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในจังหวัดนครสวรรค์ ประเทศไทย

จังหวัดนครสวรรค์ตั้งอยู่บริเวณภาคกลางตอนบน เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่เป็นแหล่งเกษตรกรรมของไทย อีกทั้งยังได้รับสมญานามว่าเป็นประตูสู่ภาคเหนือ และเป็นพื้นที่ต้นกำเนิดของแม่น้ำเจ้าพระยาอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ จังหวัดนครสวรรค์จึงมีทิวทัศน์ทางธรรมชาติที่สวยงาม และมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายโดยเฉพาะวัดและตลาดที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ของชาวนครสวรรค์ได้เป็นอย่างดี วันนี้ทาง Palanla จึงได้รวบรวม 10 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของจังหวัดนครสวรรค์มาฝากทุกท่านกันในบทความนี้

อ่านต่อ

หอชมเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ประเทศไทย

หอชมเมืองนครสวรรค์ (Nakhon Sawan Observation Tower) เป็นหอชมเมืองที่ตั้งอยู่บนเขาคีรีวงศ์ จุดชมวิวจะตั้งอยู่บริเวณชั้น 10 ของหอชมเมืองซึ่งสามารถชมวิวเมืองนครสวรรค์จากมุมสูงได้โดยรอบ และมองเห็นทิวทัศน์ของธรรมชาติที่อยู่ไกลออกไปได้อย่างเต็มตา นอกจากนี้บริเวณชั้น 1 ยังมีร้านขายของที่ระลึกซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนท้องถิ่นให้เลือกซื้ออีกด้วย หอชมเมืองนครสวรรค์จึงเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กของเมืองปากน้ำโพที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

อ่านต่อ
สถานที่อื่นๆที่น่าสนใจ