เมืองแอนต์เวิร์ป ประเทศเบลเยียม

  • อ่าน (4,131)
  • By Webmaster
  • 17:29:38 | 26 ธ.ค. 2562

เมืองแอนต์เวิร์ป ประเทศเบลเยียม

Antwerp, Belgium

           เมืองท่าสำคัญที่ใหญ่เป็นอันดับสองของเบลเยียมแห่งนี้ คือเมืองที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเยี่ยมเยือนกันไม่ขาดสาย เพราะเปี่ยมไปด้วยความงดงามของสถาปัตยกรรมเก่าแก่ มีสถานที่ท่องเที่ยวระดับแลนด์มาร์กที่โดดเด่นไม่แพ้เมืองบรัสเซลส์หลายแห่ง และด้วยความที่เป็นเมืองท่า ทำให้ต้องมีการติดต่อค้าขายกับคนต่างชาติตลอดเวลา เกิดเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม และแอนต์เวิร์ปยังถือตำแหน่งศูนย์กลางการค้าเพชรระดับโลก ควบเมืองไอคอนแฟชั่นสมัยใหม่ที่มีแบรนด์ดีไซเนอร์ระดับโลกมาตั้งหลักแหล่งอยู่ที่นี่มากมาย


แผนที่ตั้งสถานีรถไฟกลางเมืองแอนต์เวิร์ป เมืองแอนต์เวิร์ป ประเทศเบลเยียม


การเดินทางจากสถานีรถไฟกลางเมืองบรัสเซลส์ไปยังสถานีรถไฟกลางเมืองแอนต์เวิร์ป

            ด้วยความที่เบลเยียมเป็นประเทศที่มีขนาดเล็ก ประกอบกับระบบขนส่งสาธารณะที่มีคุณภาพ และทั่วถึง ทำให้จากเมืองบรัสเซลส์ซึ่งเป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่นที่สุดในประเทศ สามารถเดินทางไปยัง เมืองแอนต์เวิร์ปได้อย่างรวดเร็ว และสะดวกสบาย

              - รถยนต์ จากสถานีรถไฟกลางเมืองบรัสเซลส์ ไปยังสถานีรถไฟกลางเมืองแอนต์เวิร์ป ระยะทางประมาณ 53 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 42 นาที

              - รถไฟ จากสถานีรถไฟกลางเมืองบรัสเซลส์ ให้ขึ้นรถไฟสาย IC เพื่อไปลงที่สถานีรถไฟกลางเมืองแอนต์เวิร์ปได้เลย (V.Acquanera Station) ระยะทางประมาณ 53 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 50 นาที


แผนที่สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองแอนต์เวิร์ป


สถานีรถไฟกลางเมืองแอนต์เวิร์ป (Antwerpen Centraal)

           เพียงก้าวเท้าออกมาจากตู้โบกี้เพื่อเข้าสู่สถานีรถไฟกลางเมืองแอนต์เวิร์ป เราก็จะได้พบกับสถาปัตยกรรมที่ทรงคุณค่า และงดงามที่สุดหลังหนึ่งของเมืองอย่างอาคารที่ตั้งของตัวสถานีรถไฟ  โดยถูกสร้างขึ้นมาครั้งแรกในปี 1895 ตัวอาคารทำจากหิน และเสริมความแข็งแรงด้วยเหล็กกับกระจก ลักษณะโดยรวมของอาคารจะเป็นโดมขนาดใหญ่ซึ่งขนาบด้วยโดมเล็กกว่าอีกสองหลังพร้อมปีกอาคารซ้ายขวา ในส่วนของโถงหลักของสถานีได้รับการออกแบบโดย หลุยส์ เดลาเซนเซรี (Louis Delacenserie) ที่เนรมิตให้พื้นที่ภายในดูสวยงามราวกับพระราชวัง จนถูกยกให้เป็นต้นแบบที่นำไปใช้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสถานีรถไฟอีกหลายแห่งทั่วประเทศเบลเยียม และในปี 2009 นิตยสารอเมริกันชื่อดัง นิวส์วีก (Newsweek) ได้ยกให้สถานีรถไฟกลางเมืองแอนต์เวิร์ป เป็นสถานีรถไฟกลางที่มีขนาดใหญ่ที่สุดอันดับสี่ของโลก และยังได้รางวัลมรดกทางวัฒนธรรมจากสหพันธรัฐมรดกทางวัฒนธรรมแห่งยุโรป (Europa Nostra) ด้วย

           มาที่หัวใจหลักของสถานีอย่างเส้นทางวิ่งของรถไฟ จะแบ่งออกเป็น 4 ชั้น บนดิน 2 ชั้น ใต้ดิน 2 ชั้น รวมทั้งหมด 24 ชานชาลา โดยมีสายบริการตั้งแต่ระดับท้องถิ่นไปจนถึงรถไฟหัวจรวดที่ทอดยาวไปยังประเทศอื่นๆ ในแถบสหภาพยุโรป ส่วนของพื้นที่เชิงพาณิชย์ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับผู้โดยสารที่เข้ามาใช้บริการหนาแน่นทุกวันได้อย่างครอบคลุม บวกกับสถาปัตยกรรมอันวิจิตรทำให้ผู้โดยสารสามารถใช้เวลาเดินเที่ยวอยู่ในสถานีได้แบบเพลิดเพลิน ไม่ต้องเผชิญกับความเบื่อหน่ายในการรอเที่ยวรถไฟนานๆ แน่นอน เรียกว่าเป็นระบบขนส่งสาธารณะขั้นพื้นฐานที่สะท้อนถึงความเท่าเทียมทางสังคม และการเข้าถึงคุณภาพชีวิตที่ดี ที่ชาวเบลเยียมได้รับมานานนับร้อยปี

ค่าเข้าชม : เข้าชมฟรี

เวลาเปิด-ปิด : ตลอดเวลา

ข้อมูลการเดินทาง : จากสถานีรถไฟกลางเมืองบรัสเซลส์ ให้ขึ้นรถไฟสาย IC เพื่อไปลงที่สถานีรถไฟกลางเมืองแอนต์เวิร์ปได้เลย (V.Acquanera Station) ระยะทางประมาณ 53 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 50 นาที

พิกัด GPS : 51°13'02.1"N 4°25'17.4"E


จัตุรัสกลางเมืองแอนต์เวิร์ป (Grote Markt)

           ศูนย์กลางทางสถาปัตยกรรม การดำเนินงาน วัฒนธรรม ตลอดจนการใช้ชีวิตของคนในเมืองแห่งนี้ คือจัตุรัสทรงสามเหลี่ยมปูด้วยหิน ที่แวดล้อมไปด้วยอาคารสำคัญที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ในสถาปัตยกรรมสไตล์เรอเนซองส์ ที่ผสานไปกับวิธีคิดแบบเฟลมิชได้อย่างลงตัว และเป็นเอกลักษณ์ ทั้งศาลาว่าการเมือง หรือจะเป็นกิลด์ฮอลล์ (Guild Hall) กลุ่มอาคารทอดยาวต่อกัน 7 หลังที่ถูกใช้เป็นพื้นที่หลักในการพบปะสังสรรค์ และดำเนินงานสำคัญของกลุ่มกิลด์ สมาคมช่างฝีมือเก่าแก่ของประเทศ โดยความโดดเด่นของอาคารที่สังเกตได้ชัดเจนจะมีตั้งแต่หน้าจั่วที่ได้รับการตกแต่งอย่างวิจิตร และบนหลังคาของอาคารหลายหลังยังมีรูปปั้นสีทองประดับเอาไว้อย่างสวยงาม

           และบริเวณกลางจัตุรัสเชื่อว่าทุกคนจะต้องสังเกตเห็นประติมากรรมที่มีชื่อเสียงที่สุดชิ้นหนึ่งของเมืองแอนต์เวิร์ปอย่าง รูปปั้นน้ำพุบราโว่ (Brabo Fountain) ที่สร้างขึ้นมาในปี 1887 โดยประติมากรชาวเบลเยียมนาม เจฟย์ แลมบักซ์ (Jef Lambeaux) โดยมีตำนานเล่าขานว่าชายที่อยู่ในอิริยาบถกำลังขว้างมือที่ถูกตัดนี้ คือแม่ทัพชาวโรมันที่สามารถตัดมือยักษ์ใจร้ายที่คอยลงโทษชาวเดินเรือซึ่งไม่ยอมจ่ายค่าผ่านทางในการล่องแม่น้ำสเกลต์ (Scheldt River) เข้ามายังเมืองแอนต์เวิร์ป นับเป็นประติมากรรมที่สื่อถึงการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง การปกครองของแอนต์เวิร์ปได้เป็นอย่างดี

           โดยปัจจุบันจัตุรัสกลางเมืองแห่งนี้ยังเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมรื่นเริงต่างๆ หลายงาน ทั้งตลาดคริสต์มาส หรือลานสเก็ตน้ำแข็งในฤดูหนาว และแวดล้อมไปด้วยร้านอาหารท้องถิ่นที่รอให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปหาชิมหลายร้าน นับเป็นย่านที่มีความคึกคัก และเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาตลอดทั้งวัน จนถูกยกให้เป็นแลนด์มาร์กที่ต้องมาเยือนกันให้ได้สักครั้งเวลามาเมืองแอนต์เวิร์ป

ค่าเข้าชม : เข้าชมฟรี

เวลาเปิด-ปิด : ตลอดเวลา

ข้อมูลการเดินทาง : จากสถานีรถไฟกลางเมืองแอนต์เวิร์ป ให้ขึ้นรถรางหมายเลข 9 ที่สถานีรถราง Antwerpen Diamant เพื่อไปลงที่สถานี Antwerpen Groenplaats แล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 350 เมตรก็จะถึงจัตุรัสกลางเมืองแอนต์เวิร์ป ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 9 นาที

พิกัด GPS : 51°13'16.0"N 4°24'01.4"E


ศาลาว่าการเมืองแอนต์เวิร์ป (Antwerp City Hall)

           ศาลาว่าการเมืองเริ่มสร้างขึ้นมาในปี 1561 และเสร็จในปี 1564 เป็นอาคารยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ (Renaissance) ที่เข้ามาทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการดำเนินงานหลังจากแอนต์เวิร์ปก้าวขึ้นมาเป็นท่าเรือการค้าที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในแถบยุโรปตอนเหนือช่วงศตวรรษที่ 16 โดยตัวอาคารจะมีลักษณะเป็นซุ้มโค้งอิฐแดงที่ขนาบด้วยปีกอาคารสูงใหญ่ซ้ายขวา มีเสาไอโอนิกสองต้นประดับอยู่ด้านบนอาคาร ซึ่งตรงกลางของชายคายังมีประติมากรรมรูปปั้นหญิงที่แสดงถึงความยุติธรรม ส่วนภายในอาคารก็ได้รับการออกแบบอย่างหรูหรา และประกอบไปด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังที่บันทึกเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของเมืองแอนต์เวิร์ปได้อย่างสมจริง เป็นที่เก็บมรดกทางวัฒนธรรมชิ้นสำคัญของเมือง มีภาพเขียนผู้ปกครองคนสำคัญของเบลเยียมหลายภาพ และตลอดผนังด้านหน้าของอาคารจะมีธงชาติของประเทศสมาชิกในสหภาพยุโรปเพื่อสื่อถึงสัมพันธภาพอันดีระหว่างกันของแต่ละประเทศ นับเป็นศาลาว่าการเมืองที่สร้างอิทธิพลให้เกิดสถาปัตยกรรมสไตล์เดียวกันเกิดขึ้นอีกหลายแห่งทั่วยุโรป

ค่าเข้าชม : สามารถเข้าชมได้ผ่านการจองทัวร์ที่สำนักงานการท่องเที่ยวเมืองแอนต์เวิร์ป

เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08:30 น. – 17:30 น.

ข้อมูลการเดินทาง : จากสถานีรถไฟกลางเมืองแอนต์เวิร์ป ให้ขึ้นรถรางหมายเลข 9 ที่สถานีรถราง Antwerpen Diamant เพื่อไปลงที่สถานี Antwerpen Groenplaats แล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 300 เมตรก็จะถึงศาลาว่าการเมืองแอนต์เวิร์ป ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 9 นาที

พิกัด GPS : 51°13'16.9"N 4°23'57.3"E


โบสถ์อาวร์เลดี้ (Cathedral of Our Lady)

           โบสถ์ที่มีขนาดใหญ่ และสูงที่สุดในประเทศเบลเยียมแห่งนี้ เป็นโบสถ์อายุกว่า 169 ปี ซึ่งสร้างขึ้นระหว่างปี 1325-1521 โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตัวโบสถ์ก็ได้รับการบูรณะปรับปรุงหลายครั้ง ในรูปแบบสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกันไปทั้ง กอธิค, ฟื้นฟูศิลปวิทยา, บาร็อค ฯลฯ ทำให้โครงสร้างของโบสถ์มีเอกลักษณ์ และแง่มุมน่าเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมในศาสนาคริสต์หลายจุด โดยผู้อุปถัมภ์ของโบสถ์จะเป็นพระแม่มารีย์ (Blessed Virgin Mary) ทำให้ผู้ชมจะพบว่าการออกแบบพื้นที่ภายใน ตลอดจนงานศิลป์ทางศาสนาที่ประดับอยู่ที่โบสถ์ จะเน้นไปที่การเคารพพระแม่มารีย์เป็นหลัก ส่วนทางเข้าด้านหน้าจะเป็นประตูไม้ขนาดใหญ่ที่ประดับไปด้วยประติมากรรมแกะสลักอันตระการตา มาที่หอคอยด้านทิศเหนือจะมีความสูงถึง 123 เมตร ทำให้สามารถมองเห็นตัวโบสถ์ได้จากระยะไกล ส่วนหอคอยด้านทิศใต้จะมีความสูง 65.30 เมตร พื้นที่ด้านในโบสถ์จะมีความยาว 118 เมตร ความกว้าง 67 เมตร ตรงกลางจะมีเสาหินอ่อนงดงามจำนวน 48 ต้น ตั้งเรียงต่อไปถึงแท่นบูชาหลักที่ได้รับการรังสรรค์อย่างละเอียดลออ รองรับผู้มาเยี่ยมชมได้ถึง 2,400 ที่นั่ง มีหอระฆังคาริลจำนวน 49 ใบ ที่พร้อมสร้างเสียงอันไพเราะขับกล่อมผู้มาเยือนตลอดเวลา และระหว่างที่เดินชมมรดกทางศาสนาคริสต์ที่สั่งสมกันมานานนับร้อยปี นักท่องเที่ยวยังจะได้สัมผัสความละลานตาจากหน้าต่างกระจกสีซึ่งบอกเล่าเหตุการณ์ที่พระแม่มารีย์เข้าไปมีบทบาทสำคัญทางศาสนาคริสต์ผ่านหน้าต่าง 55 บาน นับเป็นโบสถ์ที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่สุดหลังหนึ่งของประเทศ และเปิดต้อนรับผู้มาเยือนกว่า 360,000 คนต่อปี

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 8 ยูโร / นักเรียน, นักศึกษา, ผู้สูงอายุ 6 ยูโร / อายุต่ำกว่า 18 ปี เข้าชมฟรี

เวลาเปิด-ปิด : วันจันทร์-วันศุกร์ เปิดเวลา 10:00 น. – 17:00 น. / วันเสาร์ เปิดเวลา 10:00 น. – 15:00 น. / วันอาทิตย์กับวันหยุดประจำชาติ เปิดเวลา 13:00 น. – 17:00 น.

ข้อมูลการเดินทาง : จากสถานีรถไฟกลางเมืองแอนต์เวิร์ป ให้ขึ้นรถรางหมายเลข 9 ที่สถานีรถราง Antwerpen Diamant เพื่อไปลงที่สถานี Antwerpen Groenplaats แล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 300 เมตรก็จะถึงโบสถ์อาวร์เลดี้ ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 9 นาที

พิกัด GPS : 51°13'13.0"N 4°24'05.6"E


สวนสัตว์แอนต์เวิร์ป (ZOO Antwerp)


ทางเข้าด้านหน้าสวนสัตว์แอนต์เวิร์ป

           สวนสัตว์ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 1843 ขึ้นแท่นเป็นสวนสัตว์ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศเบลเยียม โดยตั้งแต่เปิดให้บริการสวนสัตว์แห่งนี้ก็มีการส่งเสริมด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่ามาอย่างต่อเนื่อง และยังเป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับสัตววิทยากับพฤกษศาสตร์ด้วย ซึ่งปัจจุบันมีสัตว์ที่อยู่ในความดูแลของที่นี่กว่า 7,000 สายพันธุ์ และมีสวนที่เต็มไปด้วยพืชอนุรักษ์หลายชนิด ทั้งอาคารต่างๆ ที่ตั้งอยู่ภายในสวนสนุก ยังมีความงดงามทางสถาปัตยกรรม จากการก่อสร้างมานานปี โดยในแต่ละวันทางสวนสัตว์จะมีกิจกรรม,  การแสดงโชว์, นิทรรศการ ฯลฯ เกี่ยวกับสัตว์ต่างๆ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้า ตลอดจนความสนุกสนานแก่ผู้เข้ามาใช้บริการที่รับรองว่าจะได้เห็นแง่มุมที่งดงาม และความรู้สึกดีๆ จากเพื่อนร่วมโลกต่างสายพันธุ์กลับไปแบบเต็มเปี่ยมแน่นอน

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 23 ยูโร / นักเรียน-นักศึกษา 20.50 ยูโร / ผู้สูงอายุ 22 ยูโร / อายุต่ำกว่า 3 ปีเข้าชมฟรี

เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 10:00 น. - 16:45 น.

ข้อมูลการเดินทาง : จากสถานีรถไฟกลางเมืองแอนต์เวิร์ป สามารถเดินไปยังสวนสัตว์แอนต์เวิร์ป ได้เลย ระยะทางประมาณ 150 เมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 3 นาที

พิกัด GPS : 51°12'58.8"N 4°25'24.9"E


ปราสาทหิน (Het Steen Castle)


บริเวณด้านหน้าปราสาทหินเมืองแอนต์เวิร์ป

           ปราสาทหินที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสเกลต์ (Scheldt River) นี้ คือด่านหน้าหลักของแนวรบในสมัยอดีต มีป้อมปราการหลักที่ผ่านจุดเปลี่ยนทางประวัติศาสตร์ของเมืองแอนต์เวิร์ปมาหลากยุคสมัย โดยในปี 1520 ปราสาทแห่งนี้ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ให้กลายมาเป็นปราสาทสำคัญของประเทศ และเคยถูกใช้เป็นคุกสำหรับขังนักโทษในปี 1827 – 1846 ก่อนที่ต่อมาในปี 1890 ปราสาทแห่งนี้จะถูกปรับให้เป็นพิพิธภัณฑ์โบราณคดี และอนุสรณ์สถานจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งจุดเด่นอีกอย่างของปราสาทคืองานประติมากรรมขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าอย่าง แลงค์ แวปเปอร์ (Lange Wapper) ตัวละครยักษ์ในตำนานจากนิทานพื้นบ้านเก่าแก่ของเมืองแอนต์เวิร์ป ซึ่งเป็นมุมถ่ายรูปยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวไม่เคยพลาดเวลามาเยือนปราสาท

ค่าเข้าชม : ปัจจุบันปราสาทหินกำลังปิดปรับปรุงพื้นที่ภายใน แต่นักท่องเที่ยวยังสามารถมาเยี่ยมชมพื้นที่โดยรอบปราสาทได้ฟรี

เวลาเปิด-ปิด : ตลอดเวลา

ข้อมูลการเดินทาง : จากสถานีรถไฟกลางเมืองบรัสเซลส์ สามารถขึ้นรถรางหมายเลข 3 หรือหมายเลข 5 ที่สถานี Antwerpen Astrid ไปลงที่สถานี Antwerpen Groenplaats แล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 500 เมตร ก็จะถึงปราสาทหิน ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 13 นาที

พิกัด GPS : 51°13'21.8"N 4°23'50.6"E


แอนต์เวิร์ป ไชน่าทาวน์ (Antwerp Chinatown)


ซุ้มประตูบอกเขตแดนไชน่าทาวน์ที่ตั้งอยู่ในเมืองแอนต์เวิร์ป

           แอนต์เวิร์ป ไชน่าทาวน์ นับเป็นย่านที่มีความเข้มข้นทางวัฒนธรรมของชาวจีนที่สุดของเมือง จุดกำเนิดของไชน่าทาวน์แห่งนี้ เริ่มมาจากธุรกิจร้านอาหารจีนที่เข้ามาเปิดในเมืองก่อนจะพัฒนามาเป็นพื้นที่ทางสังคมของคนจีนที่มีความเก่าแก่ และได้รับสถานะให้เป็นไชน่าทาวน์ในปี 2001

ค่าเข้าชม : เข้าชมฟรี

เวลาเปิด-ปิด : ตลอดเวลา

ข้อมูลการเดินทาง : จากสถานีรถไฟกลางเมืองบรัสเซลส์ สามารถเดินไปยังแอนต์เวิร์ป ไชน่าทาวน์ ได้เลย ระยะทางประมาณ 300 เมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 3 นาที

พิกัด GPS : 51°13'12.3"N 4°25'14.7"E


สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจอื่นๆ ภายในเมืองแอนต์เวิร์ป

           นอกจากแลนด์มาร์กต่างๆ ที่นำมาฝากกันในบทความแล้ว ทาง Palanla ยังมีการนำภาพสวยๆ ที่เก็บตกมาจากการตระเวนเที่ยวเมืองแอนต์เวิร์ปมาให้ชมกันเพิ่มเติมด้วย


ร้านอาคารริมแม่น้ำเมืองแอนต์เวิร์ป


อาคารและถนนหนทางภายในเมืองแอนต์เวิร์ป


อาคารและถนนหนทางภายในเมืองแอนต์เวิร์ป


สถาปัตยกรรมของโรงแรมในเมืองแอนต์เวิร์ป


           นักท่องเที่ยวที่สนใจไปเที่ยว เมืองแอนต์เวิร์ป สามารถศึกษา ข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่

                       เมืองแอนต์เวิร์ป ประเทศเบลเยียม

                       (Antwerp, Belgium)

                       ระดับความนิยม :

                       อัตราค่าเข้าชม : เข้าชมฟรี

                       เวลาเปิด-ปิด : เปิดตลอดเวลา

                       ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการท่องเที่ยว : ตลอดทั้งปี

                       สถานที่ตั้ง : เมืองแอนต์เวิร์ป, ประเทศเบลเยียม

                       โทรศัพท์ : (+32) 3-232-01-03

                       เว็ปไซต์ : https://www.visitantwerpen.be/en/home

                       ข้อมูลอื่นๆ ที่ควรรู้ : เว็บไซต์สำนักงานการท่องเที่ยวประเทศเบลเยียม http://walloniabelgiumtourism.co.uk/

                                        เว็บไซต์สำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองแอนต์เวิร์ป https://www.visitantwerpen.be/en/home

                                        เว็บไซต์สำหรับตรวจสอบสภาพอากาศ https://www.accuweather.com/

 

สถานที่อื่นๆที่น่าสนใจ

ล่องบอลลูนชม 2 ดินแดนมรดกโลก…พุกาม & คัปปาโดเชีย

หากเอ่ยถึง “พุกาม” (Bagan) เชื่อว่าคงจะนึกถึงสิ่งอื่นใดไปไม่ได้ นอกจากทะเลเจดีย์นับพันที่สร้างมาตั้งแต่สมัยโบราณ ตั้งเรียงรายอยู่บริเวณพื้นที่ของเขตเขตมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมาร์ และหากเอ่ยถึง “คัปปาโดเชีย” (Cappadocia) ประเทศตุรกีหรือตุรเคีย แน่นอนว่าก็คงจะต้องมีภาพของบอลลูนหลากสีลอยล่องอยู่เหนือภูมิประเทศแปลกตา ที่เต็มไปด้วยกลุ่มภูเขาหินรูปกรวยโผล่ขึ้นมาจากพื้นดิน... ในครั้งนี้ Palanla จะพาออกเดินทางไปสัมผัสกับความน่าอัศจรรย์ของ 2 ดินแดนมรดกโลก “พุกาม” และ “คัปปาโดเชีย” ด้วยมุมมองจากบนท้องฟ้าผ่านการล่องบอลลูนลมร้อน พร้อมแล้วไปด้วยกัน!

อ่านต่อ

เกรย์ไฟรเออร์บ็อบบี้ (Greyfriars Bobby Statue) & ฮาจิโกะ (Hachiko)

สุนัข ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนที่แสนดีและซื่อสัตย์ของมนุษย์มายาวนานอยู่ทุกหนแห่งของโลกใบนี้ หลายๆ เรื่องราวถูกถ่ายทอดความประทับใจออกมาผ่านภาพยนตร์ หนังสือ ตลอดจนสร้างเป็นรูปปั้นอนุสรณ์สถานเพื่อเชิดชูและระลึกถึงความรักอันบริสุทธิ์ที่เจ้าตูบและมนุษย์มีต่อกัน เช่นเดียวกับรูปปั้นของสุนัขผู้ซื่อสัตย์ 2 แห่งที่ Palanla จะพาไปชมในวันนี้ ที่แรกคือ รูปปั้นสุนัขเกรย์ไฟรเออร์บ็อบบี้ (Greyfriars Bobby Statue) เมืองเอดินเบอระ ประเทศสกอตแลนด์ และอีกที่คือ รูปปั้นสุนัขฮาจิโกะ (Hachiko) ที่เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

อ่านต่อ

8 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในเมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี

อิสตันบูล (Istanbul) เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นนคร 2 ทวีป ซึ่งมีช่องแคบบอสฟอรัสเป็นเส้นแบ่งระหว่างยุโรปและเอเชียแห่งนี้ คือเมืองที่รุ่มรวยไปด้วยประวัติศาสตร์ความเป็นมานับพันๆ ปี จึงไม่น่าแปลกใจหากอิสตันบลูจะเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่มีสถาปัตยกรรมเก่าแก่และงดงามทรงคุณค่ามากมายที่บอกเล่าเรื่องราวความเป็นยุโรปและเอเชียจากอดีตจนถึงปัจจุบัน Palanla จะพาไปชม 8 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในเมืองอิสตันบูลที่หากมีโอกาสไปเยือนประเทศตุรกีไม่ควรพลาด

อ่านต่อ

ล่องเรือชมวิวช่องแคบบอสฟอรัส เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี

ช่องแคบบอสฟอรัส เป็นช่องแคบเล็กๆ ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของตุรกี เคยเป็นทั้งเส้นทางการค้าที่สำคัญ และยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญมาจนถึงปัจจุบัน การล่องเรือชมวิวช่องแคบบอสฟอรัส (Bosphorus Cruise) จึงเป็นวิธีที่ดีที่จะได้สัมผัสบรรยากาศ สถาปัตยกรรม และวัฒนธรรมที่หลากหลายของอิสตันบูล

อ่านต่อ

อุโมงค์เก็บน้ำเยเรบาตัน เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี

อุโมงค์เก็บน้ำเยเรบาตัน (Yerebatan Sarnici) คือหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ของตุรกี ดินแดนที่เต็มไปด้วยประวัติความเป็นมามากกว่าพันปี อุโมงค์เก่าแก่ขนาดใหญ่แห่งนี้คือสถานที่เก็บน้ำในสมัยโบราณที่ยังคงความยิ่งใหญ่และงดงาม กับเอกลักษณ์โดดเด่นอย่างเสากรีกที่ค้ำเรียงรายมากถึง 336 ต้น และเสาเมดูซ่าพร้อมตำนานที่เล่าขานกันมาหลายชั่วอายุคน รวมถึงซากโบราณของพระราชวังใต้ดินแห่งกรุงคอนสแตนติโนเปิลสมัยไบเซนไทน์อีกด้วย

อ่านต่อ

ตลาดเครื่องเทศ เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี

ตลาดเครื่องเทศ (Historical Spice Bazaar / Egyptıan Spıce Bazaar) ในอิสตันบูล เป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในโลก ตลาดแห่งนี้มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 ในสมัยจักรวรรดิออตโตมัน เดิมทีเป็นจุดแลกเปลี่ยนเครื่องเทศ ผ้าไหม และสินค้าอื่นๆ จากเอเชียมาสู่ยุโรป

อ่านต่อ

10 สถานที่เที่ยวยอดนิยมในเมืองบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี

บูดาเปสต์ (Budapest) เป็นเมืองหลวงของประเทศฮังการี ตัวเมืองถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่งด้วยแม่น้ำดานูบที่ไหลผ่านกลางเมือง ทำให้ในเมืองเต็มไปด้วยบรรยากาศโรแมนติกจากสถาปัตยกรรมอันสวยงามเปี่ยมเสน่ห์ที่รอคอยให้นักท่องเที่ยวไปเยี่ยมเยือน Palanla ได้รวบรวมเอา 10 สถานที่เที่ยวยอดนิยมในเมืองบูดาเปสต์มาให้แล้วในบทความนี้

อ่านต่อ

12 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในเมืองปราก สาธารณรัฐเช็ก

ปราก (Prague) เมืองหลวงของสาธารณรัฐเช็ก ประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลนี้ ตั้งอยู่ใจกลางของทวีปยุโรป ในอดีต เมืองปรากเคยเป็นศูนย์กลางการปกครองอันยิ่งใหญ่ของทวีปยุโรป ซึ่งอารยธรรมแห่งความยิ่งใหญ่ และเปี่ยมไปด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานนั้น ก็ยังคงสะท้อนอยู่ในวิถีชีวิตของชาวเมือง วัฒนธรรมประเพณี สถาปัตยกรรม ฯลฯ ราวกับมรดกที่สืบทอด และรักษากันมาอย่างดี จนถูกยกให้เป็นเมืองที่มีความน่าหลงใหล ควรค่าแก่การไปสัมผัสความเป็นยุโรปมากที่สุด โดยเมืองปรากยังได้รับการประกาศให้เป็นเมืองมรดกโลก จากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ด้วย ปัจจุบันเมืองนี้นับเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญ ของบรรดานักท่องเที่ยวที่มาเยือนทวีปยุโรป ไปชม 12 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในเมืองปรากพร้อมๆ กันกับ Palanla!

อ่านต่อ

ถนนแฟชั่นบูดาเปสต์ เมืองบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี

ถนนแฟชั่นบูดาเปสต์ (Fashion Street Budapest) เป็นถนนช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงในใจกลางเมืองบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี ถนนสายนี้เป็นที่รู้จักในด้านร้านค้าแฟชั่นชั้นนำจากแบรนด์ระดับโลก อาทิ Gucci, Louis Vuitton, Dior, Armani, Prada และ Chanel ถนนสายนี้ยังเต็มไปด้วยร้านอาหาร บาร์ และคาเฟ่มากมาย จึงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวและชาวเมืองบุดาเปสต์เองด้วย

อ่านต่อ

ล่องเรือดินเนอร์ในบูดาเปสต์ เมืองบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี

ล่องเรือดินเนอร์ในบูดาเปสต์ (Dinner Cruise Budapest) เป็นวิธียอดเยี่ยมในการชมความสวยงามของเมืองบูดาเปสต์ โดยขณะที่เรือล่องไปตามแม่น้ำดานูบ (Danube River) นักท่องเที่ยวจะได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพที่สวยงามของสะพาน พระราชวัง และสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ รวมทั้งอิ่มอร่อยกับอาหารรสเลิศและเครื่องดื่มแสนอร่อย

อ่านต่อ
สถานที่อื่นๆที่น่าสนใจ