อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี ประเทศไทย

  • อ่าน (1,198)
  • ByWebmaster
  • 16:24:07 | 2 ส.ค. 2566

อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี ประเทศไทย

Erawan National Park, Kanchanaburi, Thailand

Erawan National Park

             อุทยานแห่งชาติเอราวัณ (Erawan National Park) สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญของจังหวัดกาญจนบุรี โดยพื้นที่ภายในประกอบไปด้วย น้ำตกเอราวัณ ถ้ำพระธาตุ และถ้ำวังบาดาล อุทยานแห่งชาติเอราวัณเคยได้รับรางวัลยอดเยี่ยมประเภทแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ภาคกลาง จากการประกวดรางวัลอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 6 ประจำปี 2549

Erawan National Park
แผนที่ตั้ง อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี ประเทศไทย

 

ประวัติ

             อุทยานแห่งชาติเอราวัณ (Erawan National Park) ตั้งอยู่ที่ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี มีลักษณะพื้นที่เป็นภูเขาสูงชัน สูงจากระดับน้ำทะเล 165-996 เมตร สลับกับพื้นที่ราบ โดยภูเขาส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาหินปูน อุทยานแห่งชาติแห่งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่น้ำตกเอราวัณ แต่แท้ที่จริงมีสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ภายในอุทยานแห่งชาติ 3 สถานที่ และเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ 3 เส้นทาง ดังนี้
 

สถานที่ท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติเอราวัณ

น้ำตกเอราวัณ (Erawan Waterfall)

             น้ำตกบนเทือกเขาหินปูน มีสีฟ้าอมเขียว ใสสะอาด สวยงาม และมีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของประเทศไทย  น้ำตกแห่งนี้มีระยะทางยาวประมาณ 2,200 เมตร แบ่งออกเป็น 7 ชั้น แต่ละชั้นมีความสวยงามแตกต่างกันไป ดังนี้

             - ชั้นที่ 1 ไหลคืนรัง

             - ชั้นที่ 2 วังมัจฉา

             - ชั้นที่ 3 ผาน้ำตก

             - ชั้นที่ 4 อกนางผีเสื้อ

             - ชั้นที่ 5 เบื่อไม่ลง

             - ชั้นที่ 6 ดงพฤกษา

             - ชั้นที่ 7 ภูผาเอราวัณ ความพิเศษของชั้นนี้ คือเมื่อน้ำตกไหลบ่าจะมีลักษณะคล้ายช้างสามเศียร หรือที่เรียกว่า "ช้างเอราวัณ" จึงเป็นที่มาของ "อุทยานแห่งชาติเอราวัณ"

Erawan National Park
ชั้นที่ 3 ผาน้ำตก เป็นน้ำตกที่ไหลจากผาสูงราวสิบเมตร มีแอ่งน้ำที่กว้างที่สุด
 

ถ้ำพระธาตุ (Pra That Cave)

             ถ้ำพระธาตุ เดิมชื่อ ถ้ำดุสิตมหึมา อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 790 เมตร ความยาวประมาณ 200 เมตร ภายในถ้ำแบ่งเป็น 7 ห้อง คือ กบจำศีล ท้องฟ้าจำลอง หินระฆัง หินพระธาตุ เสาเอก หินปะการัง และม่านลิเก และมีหินงอก หินย้อย ที่มีรูปร่างสวยงามแปลกตา ชาวบ้านมีความเชื่อว่ามีพระธาตุลักษณะเป็นหินสีขาวคล้ายหอยสังข์อยู่ในถ้ำ

Erawan National Park
ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ https://portal.dnp.go.th/Content/nationalpark?contentId=2783
 

ถ้ำวังบาดาล (Wang Bahdan Cave)

             เป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ ปากทางเข้าเป็นห้องเล็กๆ มีหลายห้อง ห้องชั้นล่างมีน้ำไหลผ่านและมีสัตว์น้ำอาศัยอยู่ด้วย นอกจากนี้แต่ละห้องยังมีหินงอกหินย้อย เช่น ห้องม่านพระอินทร์ จะมีลักษณะหินย้อยลงมาคล้ายกับม่าน ห้องเข็มนารายณ์ มีลักษณะคล้ายเข็มแท่งใหญ่ซึ่งความวิจิตรงดงาม

Erawan National Park
ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ https://portal.dnp.go.th/Content/nationalpark?contentId=2786
 

เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ 3 เส้นทาง

เส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าดิบแล้งม่องไล่  : เป็นเส้นทางเดินเลียบลำห้วยม่องไล่ เริ่มจากสะพานค่ายพัก ไปบรรจบเส้นทางเดินในน้ำตกชั้นที่ 3 เส้นทางสภาพป่าเป็นป่าดิบแล้ง และป่าทดแทน มีระยะทางประมาณ 1,010 เมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 45 นาที

เส้นทางศึกษาธรรมชาติเอราวัณ (ป่าไผ่) : เป็นเส้นทางป่าผลัดใบ ป่าไผ่ และป่าเบญจพรรณ มีป้ายสื่อความหมายตลอดเส้นทาง บางช่วงมีความลาดชันแต่ไม่มาก มีระยะทางประมาณ 1,000 เมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 30 นาที

เส้นทางศึกษาธรรมชาติเขาหินล้านปี : เป็นเส้นทางที่มีความหลากหลายของสังคมพืช สามารถจำแนกลักษณะของป่า ออกเป็น 3 ชนิด คือ ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง และป่าเต็งรัง และมีจุดชมวิวที่สวยงามหลายจุด ที่สำคัญสามารถมองเห็นน้ำตกเอราวัณชั้นที่ 7 (หัวช้างเอราวัณ) ในฤดูน้ำหลากได้ชัดเจนที่สุด เส้นทางนี้จึงต้องมีสภาพร่างกายที่แข็งแรงพอสมควรมีระยะทางประมาณ 1,940 เมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 2 ชั่วโมง
 

การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดกาญจนบุรี

             - รถยนต์ (Car) จากกรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดกาญจนบุรีโดยรถยนต์ มีระยะทางประมาณ 150 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที

             - รถไฟ (Train) จากกรุงเทพฯ ขึ้นรถไฟที่สถานีหัวลำโพงหรือสถานีบางซื่อ ลงที่สถานีกาญจนบุรี ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลเวลาเดินรถ และค่าโดยสารได้ที่เว็บไซต์การรถไฟแห่งประเทศไทย https://www.dticket.railway.co.th/DTicketPublicWeb/home/Home

             - รถโดยสารประจำทาง (Bus) จากกรุงเทพฯ ขึ้นรถที่สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ แล้วลงที่สถานีขนส่งกาญจนบุรี มีระยะทางประมาณ 150 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 50 นาที โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลเวลาเดินรถ และค่าโดยสารได้ที่ กาญจนบุรีเอ็กซ์เพรส LINE ID : @k.express
 

การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติเอราวัณ

             - รถยนต์ (Car) จากตัวเมืองกาญจนบุรี ไปยัง อุทยานแห่งชาติเอราวัณ มีระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที

             - รถโดยสารประจำทาง (Bus)  จากสถานีขนส่งกาญจนบุรี ไปยัง อุทยานแห่งชาติเอราวัณ มีระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที รถออกทุกๆ 1 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 08.00 - 17.20 น.
 

เวลาทำการเปิด-ปิด

             เปิดทุกวัน 08.00 – 16.30 น.
 

อัตราค่าเข้าชม

             ค่าเข้าอุทยาน (ชาวไทย) ผู้ใหญ่ 60 บาท เด็ก 30 บาท

             ค่าเข้าอุทยาน (ชาวต่างชาติ) ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 150 บาท

             ค่าบริการสำหรับยานพาหนะ ประเภท รถยนต์ 40 ล้อ 30 บาท

             ค่าบริการสำหรับยานพาหนะ ประเภท รถจักรยานยนต์ 20 บาท
 

เวลาที่เหมาะสมสำหรับการท่องเที่ยว

             ตลอดทั้งปี

Erawan National Park
 

             นักท่องเที่ยวที่สนใจมาเที่ยว อุทยานแห่งชาติเอราวัณ สามารถศึกษา ข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่

                           อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี ประเทศไทย

                           (Erawan National Park, Kanchanaburi, Thailand)

                           ระดับความนิยม :

                           อัตราค่าเข้าชม : ค่าเข้าอุทยาน (ชาวไทย) ผู้ใหญ่ 60 บาท เด็ก 30 บาท

                                                  ค่าเข้าอุทยาน (ชาวต่างชาติ) ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 150 บาท

                           เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน 08.00 – 16.30 น.

                           ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการท่องเที่ยว : ตลอดทั้งปี

                           สถานที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติเอราวัณ หมู่ 4 ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี 71250

                           โทรศัพท์ : (+66) 034-574-222, 034-574-234, 061-652-2627

                           เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/profile.php?id=100066897145164

                           ข้อมูลอื่นๆ ที่ควรรู้ : เว็บไซต์พยากรณ์อากาศ https://www.accuweather.com    

                                                       เว็บไซต์จังหวัดกาญจนบุรี http://www.Kanchanaburi.go.th     

                                                       เว็บไซต์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย https://thai.tourismthailand.org   

 

สถานที่อื่นๆที่น่าสนใจ

สวนสาธารณะเทศบาลโพธาราม จังหวัดราชบุรี ประเทศไทย

สวนสาธารณะเทศบาลโพธาราม (Muang Photharam Municipal Public Park) เป็นสวนสาธารณะที่ตั้งอยู่ริมเขื่อนแม่น้ำแม่กลองในอำเภอโพธาราม ภายในสวนมีบรรยากาศร่มรื่นจากต้นไม้ใหญ่ และยังมีส่วนของจุดชมวิว สนามหญ้า ทางวิ่งออกกำลังกาย ลานกีฬา เครื่องออกกำลังกาย และสนามเด็กเล่น สวนสาธาณะแห่งนี้เหมาะกับคนทุกวัยที่ต้องการมาเดินเล่น พักผ่อนหย่อนใจ ออกกำลังกาย และชมวิวแม่น้ำแม่กลองที่เป็นแม่น้ำสายหลักของจังหวัดราชบุรี และที่นี่ยังใช้เป็นสถานที่จัดงานกิจกรรมและงานประเพณีต่างๆ ของเมืองโพธารามอีกด้วย

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี จังหวัดราชบุรี ประเทศไทย

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี (Ratchaburi National Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์จากการใช้ศาลากลางหลังเก่าของจังหวัดราชบุรีมาก่อตั้งขึ้นเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อาคารแห่งนี้เป็นอาคารเก่าแก่ที่สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมที่งดงามและอยู่คู่กับจังหวัดราชบุรีมาอย่างนาวนาน และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติอีกด้วย ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรีมีนิทรรศการท้องถิ่นที่น่าสนใจของจังหวัดราชบุรีให้เที่ยวชม โดยจัดแสดงเรื่องราวทางสภาพภูมิศาสตร์และธรรมชาติวิทยา ประวัติศาสตร์และโบราณคดี ชนเผ่าชาติพันธุ์วิทยา มรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรม และบุคคลสำคัญ ไปจนถึงคลังโบราณวัตถุที่หาชมได้ยากตั้งแต่เครื่องปั้นดินเผาไปจนถึงพระพุทธรูปในยุคต่างๆ

อ่านต่อ

น้ำตกเก้าชั้น จังหวัดราชบุรี ประเทศไทย

น้ำตกเก้าชั้น (Kaew Chan Waterfalls) เป็นน้ำตกกลางหุบเขาที่มีความสูง 9 ชั้น โดยแต่ละชั้นมีความสวยงามแตกต่างกันไป ชั้นที่ได้ชื่อว่าสวยงามที่สุดคือบริเวณชั้นที่ 6 น้ำตกเก้าชั้นสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี เพราะมีน้ำไหลทุกฤดูกาล โดยจะมีน้ำมากที่สุดและสวยที่สุดในช่วงฤดูฝน เพราะจะมองเห็นสายน้ำตกสีขาวขนาดใหญ่ไหลลงมาจากหน้าผาสูงท่ามกลางป่าไม้อันเขียวขจีและเสียงของน้ำตก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจที่ได้รับความนิยมอีกแห่งหนึ่งของอำเภอสวนผึ้ง

อ่านต่อ

ตลาดน้ำเหล่าตั๊กลัก จังหวัดราชบุรี ประเทศไทย

ตลาดน้ำเหล่าตั๊กลัก (Lao Tuk Luck Floating Market) เป็นตลาดน้ำแห่งแรกของจังหวัดราชบุรีที่ก่อตั้งขึ้นมาก่อนตลาดน้ำดำเนินสะดวก มีลักษณะเป็นตลาดน้ำขนาดย่อมที่ตั้งอยู่บนเรือนไม้ริมน้ำที่ชุมชนชาวไทย-จีนอาศัยอยู่ ตลาดน้ำเหล่าตั๊กลักมีบรรยากาศเรียบง่ายและคลาสสิก แต่มีความพลุกพล่านน้อยกว่าตลาดน้ำดำเนินสะดวก การเดินทางก็แสนง่าย แค่เพียงแค่ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำจากฝั่งตลาดน้ำดำเนินสะดวกมายังฝั่งตรงข้าม ก็จะได้พบกับเรือนไม้โบราณของชุมชนชาวจีนและลำคลองที่ตัดผ่าน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีอาหารทานง่ายอร่อยๆ ให้เลือกมากมาย และมีมุมถ่ายรูปสวยๆ ให้เก็บความประทับใจ นอกจากนี้ในวันหยุดจะมีเสียงดนตรียุค 80 คลอเคล้าสร้างความเพลิดเพลินในการเดินตลาดอีกด้วย

อ่านต่อ

ตลาดน้ำอโยธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย

ตลาดน้ำอโยธยา (Ayothaya Floating Market) ตลาดน้ำที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองเก่าแห่งนี้

อ่านต่อ

วัดราชบูรณะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย

วัดราชบูรณะ (Wat Ratchaburana) อนุสรณ์สถานแห่งการแย่งชิงราชบัลลังค์ เป็นอีกหนึ่งในวัดที่ใหญ่ และเก่าแก่มากที่สุดในพระนครศรีอยุธยา สร้างโดยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 หรือ เจ้าสามพระยา เมื่อปี พ.ศ. 1967

อ่านต่อ

วัดมเหยงคณ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย

วัดมเหยงคณ์ (Wat Mahaeyong) อดีตพระอารามหลวง และกลายเป็นวัดร้างไปภายหลังกรุงศรีอยุธยาแตกเมื่อ พ.ศ. 2310 ปัจจุบันวัดแห่งนี้ยังทำหน้าที่เป็นสถานปฏิบัติธรรม ใจกลางโบราณสถานที่เก่าแก่ของอยุธยาอีกด้วย

อ่านต่อ

10 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในจังหวัดนครสวรรค์ ประเทศไทย

จังหวัดนครสวรรค์ตั้งอยู่บริเวณภาคกลางตอนบน เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่เป็นแหล่งเกษตรกรรมของไทย อีกทั้งยังได้รับสมญานามว่าเป็นประตูสู่ภาคเหนือ และเป็นพื้นที่ต้นกำเนิดของแม่น้ำเจ้าพระยาอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ จังหวัดนครสวรรค์จึงมีทิวทัศน์ทางธรรมชาติที่สวยงาม และมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายโดยเฉพาะวัดและตลาดที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ของชาวนครสวรรค์ได้เป็นอย่างดี วันนี้ทาง Palanla จึงได้รวบรวม 10 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของจังหวัดนครสวรรค์มาฝากทุกท่านกันในบทความนี้

อ่านต่อ

หอชมเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ประเทศไทย

หอชมเมืองนครสวรรค์ (Nakhon Sawan Observation Tower) เป็นหอชมเมืองที่ตั้งอยู่บนเขาคีรีวงศ์ จุดชมวิวจะตั้งอยู่บริเวณชั้น 10 ของหอชมเมืองซึ่งสามารถชมวิวเมืองนครสวรรค์จากมุมสูงได้โดยรอบ และมองเห็นทิวทัศน์ของธรรมชาติที่อยู่ไกลออกไปได้อย่างเต็มตา นอกจากนี้บริเวณชั้น 1 ยังมีร้านขายของที่ระลึกซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนท้องถิ่นให้เลือกซื้ออีกด้วย หอชมเมืองนครสวรรค์จึงเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กของเมืองปากน้ำโพที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

อ่านต่อ

พาสาน อาคารสัญลักษณ์ต้นน้ำเจ้าพระยา จังหวัดนครสวรรค์ ประเทศไทย

พาสาน อาคารสัญลักษณ์ต้นน้ำเจ้าพระยา (Pasaan, The Headwaters of the Chao Phraya River Symbol Building) ตั้งอยู่บริเวณแหลมเกาะยม ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำปิง วัง ยม น่านมาบรรจบกันและก่อกำเนิดเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา พาสานถือเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กของนครสวรรค์ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวชม เดินเล่น ชมวิว ดูพระอาทิตย์ตกดิน และถ่ายภาพความสวยงามของอาคารและทิวทัศน์แม่น้ำโดยรอบกันอย่างเพลิดเพลิน

อ่านต่อ
สถานที่อื่นๆที่น่าสนใจ