12 สถานที่เที่ยวยอดนิยมในจังหวัดอุตรดิตถ์ ประเทศไทย

  • อ่าน (11,834)
  • ByWebmaster
  • 15:30:29 | 12 ม.ค. 2567

12 สถานที่เที่ยวยอดนิยมในจังหวัดอุตรดิตถ์ ประเทศไทย

Top 12 Travel Destinations in Uttaradit, Thailand

             อุตรดิตถ์ เมืองเงียบสงบในหุบเขาและ แหล่งท่องเที่ยวมีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแหล่งโบราณคดี ประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ ของกิน และวิถีชีวิตแบบล้านนาโบราณ…Palanla ขอชวนออกเดินทางไปสัมผัส 12 สถานที่เที่ยวยอดนิยมของเมืองลับแลแห่งนี้ไปพร้อมๆ กัน


แผนที่แสดงตำแหน่งของ 12 สถานที่เที่ยวยอดนิยมในจังหวัดอุตรดิตถ์ 


1. อนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก

             อนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก (Phraya Pichai Dab Hak Monument) ประดิษฐานอยู่หน้าศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์ อนุสาวรีย์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติประวัติในความกล้าหาญ รักชาติ และเสียสละ ครั้งที่พระยาพิชัยครองเมืองพิชัยในสมัยธนบุรี โดยเมื่อปี พ.ศ. 2316 พม่าได้ยกทัพมาตีเมืองพิชัย ทว่าท่านได้ยกทัพไปสกัดทัพพม่าจนแตกพ่ายกลับไป การรบในครั้งนั้นดาบคู่มือของพระยาพิชัยข้างขวาได้หักไปหนึ่งเล่ม แต่ก็ยังสามารถรบจนได้ชัยชนะเหนือทัพพม่า ด้วยวีรกรรมดังกล่าวท่านจึงได้สมญานามว่า "พระยาพิชัยดาบหัก" พระยาพิชัยดาบหักถือเป็นอีกหนึ่งวีรบุรุษของชาติในยุคปลายกรุงศรีอยุธยาถึงกรุงธนบุรี     

เวลาเปิด - ปิด : เปิดทุกวัน 24 ชั่วโมง

พิกัด GPS : 17°37'47.1"N 100°05'50.7"E

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ อนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก ได้ที่ https://palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=756


2. ตลาดผลไม้หัวดง

            ตลาดผลไม้หัวดง (Hua Dong Fruit Market) ตั้งอยู่ที่ตำบลหัวดง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นตลาดผลไม้ที่คนรักทุเรียนไม่อาจพลาดเมื่อมาเที่ยวอุตรดิตถ์ โดยเฉพาะ “หลง – หลินลับแล” ทุเรียนสายพันธุ์พื้นเมืองซึ่งเป็นพระเอกของที่นี่ เนื่องจากเป็นสายพันธุ์ทุเรียนพื้นเมืองที่มีเฉพาะพื้นที่อำเภอลับแล และเป็นทุเรียนที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดจังหวัดอุตรดิตถ์ เนื่องจากรับประทานอร่อย รสชาติหอมหวานมัน กลิ่นอ่อน รับประทานแล้วไม่ทำให้เกิดอาการร้อนใน ซึ่งในแต่ละปีจะมีผลผลิตจำนวนไม่มากนัก ช่วงผลผลิตประมาณเดือนพฤษภาคมถึงเดือนสิงหาคมของทุกปี

เวลาเปิด - ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 7.00 – 0.00 น.

พิกัด GPS : 17°42'04.0"N 100°01'00.5"E

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ตลาดผลไม้หัวดง ได้ที่ : https://www.palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=859


3. น้ำตกแม่พูล

             น้ำตกแม่พูล (Mae Phun Waterfall) อยู่ที่หมู่ 4 บ้านต้นเกลือ ตำบลแม่พูล  อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นน้ำตกสูงหลายชั้นที่เกิดจากการตกแต่งธารน้ำโดยการเทปูนให้ลดหลั่นลงมาเป็นชั้นๆ จากภูเขา ด้วยความงามของม่านน้ำตกที่ไหลลดหลั่นกันลงมาเป็นชั้นเล็กชั้นน้อยจึงดูคล้ายน้ำตกธรรมชาติ ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นเย็นสบาย สภาพโดยรอบน้ำตกแม่พูลเต็มไปด้วยป่าไม้หลากหลายสายพันธุ์ มีบรรยากาศแวดล้อมที่สวยงาม รวมทั้งมีศาลานั่งพักผ่อน และร้านอาหารที่สามารถนั่งมองเห็นทิวทัศน์ของน้ำตกแม่พูลได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้บริเวณน้ำตกยังมีร้านจำหน่ายของที่ระลึก ร้านอาหาร และที่จอดรถไว้บริการแก่นักท่องเที่ยวด้วย

เวลาเปิด - ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 06.00 - 17.30 น

พิกัด GPS : 17°43'46.0"N 99°58'40.3"E

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ น้ำตกแม่พูล ได้ที่ : https://www.palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=860


4. ซุ้มประตูเมืองและพิพิธภัณฑ์เมืองลับแล

            ซุ้มประตูเมืองและพิพิธภัณฑ์เมืองลับแล (City Gate & Mueang Lab Lae Museum) หนึ่งในสัญลักษณ์ของเมืองลับแลที่ทำหน้าที่คอยต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง โดยซุ้มประตูเมืองลับแลเป็นซุ้มประตูสีเหลือง มีลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นศิลปะประยุกต์แบบสุโขทัย ด้านข้างซุ้มประตูมีประติมากรรมรูปปั้นหญิงสาวสีหน้าเศร้าสร้อยยืนอุ้มลูกน้อย ข้างๆ มีสามีนั่งก้มหน้าในมือถือถุงย่ามใส่ขมิ้น บริเวณฐานจารึกข้อความ "ขอเพียงสัจจะวาจา" สัญลักษณ์สำคัญของเมืองลับแล ไม่ไกลจากซุ้มประตูเมืองเป็นพิพิธภัณฑ์เมืองลับแล สถานที่รวบรวมเรื่องราวประวัติของเมือง วิถีชีวิต และขนบธรรมเนียมการใช้ชีวิตของผู้คนในเมืองลับแลให้ได้ชมโดยจำลองผ่านเรือนจำลองแต่ละหลัง

เวลาเปิด - ปิด : ซุ้มประตูเมือง เปิดทุกวัน 24 ชั่วโมง พิพิธภัณฑ์เมืองลับแล เปิดทุกวัน เวลา 09.00 - 16.00 น.

พิกัด GPS : 17°39'05.5"N 100°02'40.2"E

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ซุ้มประตูเมืองและพิพิธภัณฑ์เมืองลับแล ได้ที่ : https://www.palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=858


5. วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง

             วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง (Wat Phraborom  Ma That Thung Yang) อยู่ที่หมู่ที่ 3 ตำบลทุ่งยั้ง เดิมวัดแห่งนี้ชื่อ วัดมหาธาตุ เป็นวัดเก่าแก่ที่กล่าวกันว่า สมเด็จพระมหาธรรมราชาลิไท ผู้ครองเมืองสุโขทัย ได้เชิญพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาบรรจุไว้ในถ้ำใต้ดิน โดยขุดลงไปเป็นถ้ำแล้วก่อพระธาตุไว้ โดยลักษณะเดิมของพระบรมธาตุเมืองทุ่งยั้งอาจเป็นรูปเจดีย์พุ่มข้าวบิณฑ์ ทว่าต่อมามีการบูรณะเพิ่มเติมอยู่หลายครั้งด้วยกันกระทั่งเป็นรูปแบบที่ปรากฏในปัจจุบัน ภายในวัดมีโบราณสถานและโบราณวัตถุที่สำคัญ ได้แก่ เจดีย์พระบรมธาตุ วิหารหลวง พระอุโบสถ และหลวงพ่อประธานเฒ่า

เวลาเปิด - ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 8.00 -17.30 น.

พิกัด GPS : 17°36'00.5"N 100°03'20.6"E

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง ได้ที่ : https://www.palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=863


6. วัดพระแท่นศิลาอาสน์

             วัดพระแท่นศิลาอาสน์  (Wat Phra Thaen Sila At) เดิมชื่อ วัดมหาธาตุ ตั้งอยู่เนินเขาเต่า บ้านพระแท่น ตำบลทุ่งยั้ง เป็นวัดโบราณไม่ปรากฏหลักฐานว่าผู้ใดสร้างและสร้างแต่เมื่อใด ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี สังกัดธรรมยุตินิกาย เมื่อปี พ.ศ. 2549 ภาพพระแท่นศิลาอาสน์นั้นได้ปรากฏอยู่ในตราประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ แสดงถึงความศรัทธาเลื่อมใสและความสำคัญขององค์พระแท่นศิลาอาสน์ได้เป็นอย่างดี โดยตัวพระแท่นเป็นศิลาแลงมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกว้าง 8 ฟุต ยาวประมาณ 10 ฟุต สูง 3 ฟุต ที่ฐานพระแท่นประดับด้วยลายกลีบบัวโดยรอบ มีพระมณฑปศิลปะเชียงแสนครอบอยู่ภายในพระวิหาร นอกจากนี้ภายในวัดยังมี “พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น” ตกแต่งแบบล้านนา จัดแสดงภาพเขียน ภาพถ่ายในอดีตของวัดแห่งนี้ ชุดและผ้าไทยโบราณ และจำหน่ายสินค้าจากชุมชนด้วย

เวลาเปิด - ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 08.00 - 17.00 น.

พิกัด GPS : 17°35'53.4"N 100°02'36.7"E

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ วัดพระแท่นศิลาอาสน์ ได้ที่ https://www.palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=862                    


7. อนุสรณ์สถานคู่บารมีกู้แผ่นดิน (วัดคุ้งตะเภา)

             อนุสรณ์สถานคู่บารมีกู้แผ่นดิน (วัดคุ้งตะเภา) (Statues of King Taksin & Phraya Phichai Dap Hak   ที่ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าวัดคุ้งตะเภา วัดเก่าแก่อายุกว่า 200 ปีของจังหวัดอุตรดิตถ์ ในอดีตพื้นที่บริเวณนี้เคยเป็นทุ่งสมรภูมิสวางคบุรี อนุสรณ์สถานคู่บารมีกู้แผ่นดินเป็นพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และพระยาพิชัยดาบหัก ซึ่งเป็นทหารเอกคู่ใจและอดีตเจ้าเมืองคนสำคัญของอุตรดิตถ์ สร้างด้วยทองเหลืองและทองแดงรมดำ สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สิ้นสุดสภาพจลาจลหลังการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง และสามารถรวบรวมแผ่นดินไทยได้สำเร็จ หลังสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี (พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช) ยกทัพปราบชุมนุมเจ้าพระฝางเมืองสวางคบุรีได้เป็นชุมนุมสุดท้าย ในปี พ.ศ. 2313

เวลาเปิด - ปิด : เปิดทุกวัน 24 ชั่วโมง

พิกัด GPS : 17°39'12.8"N 100°08'24.6"E

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ อนุสรณ์สถานคู่บารมีกู้แผ่นดิน ได้ที่ : https://www.palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=864


8. บ่อเหล็กน้ำพี้

             บ่อเหล็กน้ำพี้ (Bo Lek Nam Phi) ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 บ้านน้ำพี้ ตำบลน้ำพี้ อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นโบราณสถานซึ่งมีความสำคัญเนื่องจากเป็นแหล่งเหล็กกล้าที่นำมาทำพระแสงดาบตั้งแต่สมัยโบราณ เดิมมีอยู่ด้วยกันหลายบ่อ มีบ่อหนึ่งเรียกว่า “บ่อพระแสง” เป็นบ่อที่ห้ามมิให้ผู้ใดขุดเหล็กจากบ่อนี้ โดยสงวนไว้ใช้ทำพระแสงดาบสำหรับพระมหากษัตริย์เท่านั้น และ “บ่อพระขรรค์” เป็นบ่อที่ในสมัยโบราณมีช่างทำพระขรรค์ถวายพระมหากษัตริย์ได้นำแร่เหล็กน้ำพี้จากบ่อนี้ไปถลุงทำพระขรรค์ ภายในบริเวณมีพิพิธภัณฑ์บ่อเหล็กน้ำพี้ จัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้โบราณและจัดแสดงหุ่นการถลุงเหล็กแบบโบราณ ให้นักท่องเที่ยวและผู้สนใจได้ศึกษาถึงภูมิปัญญาพื้นบ้าน

เวลาเปิด - ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.

พิกัด GPS : 17°32'24.8"N 100°17'58.7"E

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ บ่อเหล็กน้ำพี้ ได้ที่ https://www.palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=861                         


9. อุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน

             อุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน  (Lam Nam Nan National Park) อยู่ที่ตำบลผาเลือด อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์  และมีพื้นที่บางส่วนของอุทยานฯ อยู่ในจังหวัดแพร่ ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2541 ภูมิทัศน์โดยรอบอุทยานแห่งชาติลำน้ำน่านเป็นทิวเขาสลับซับซ้อนสวยงาม ประกอบด้วยป่านานาชนิดที่ยังคงความสมบูรณ์ และเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนสิริกิติ์ด้วย จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจของอุทยานฯ ในพื้นที่เขตจังหวัดอุตรดิตถ์ คือ  จุดชมวิวทิวทัศน์ทะเลสาบสุริยันต์จันทรา มีลักษณะเป็นอ่างเก็บน้ำรายล้อมด้วยทิวเขาสลับซับซ้อน และยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่งดงามมาก บริเวณริมอ่างเก็บน้ำมีบ้านพักรับรองและพื้นที่สำหรับให้นักท่องเที่ยวกางเต๊นท์ได้

เวลาเปิด - ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 08.00 - 17.00 น.

พิกัด GPS : 17°46'01.0"N 100°29'12.1"E

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ อุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน ได้ที่ https://www.palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=867


10. เขื่อนสิริกิติ์

             เขื่อนสิริกิติ์ (Sirikit Dam) ตั้งอยู่ที่ ตำบลผาเลือด อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ นอกจากจะเป็นเขื่อนดินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์ด้านการชลประทานและการผลิตกระแสไฟฟ้าแล้ว ยังถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดอุตรดิตถ์ ด้วยภูมิทัศน์รอบๆ เขื่อนที่ได้รับการตกแต่งสวยงามและมีบรรยากาศที่ร่มรื่น มีสวนสุมาลัยเนื้อที่ประมาณ 60 ไร่ สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ รวมถึงสะพานแขวนเฉลิมพระเกียรติสีขาวทอดยาว นอกจากนี้บนสันเขื่อนยังมีร้านอาหาร ร้านกาแฟไว้บริการหลายร้านด้วยกัน

เวลาเปิด - ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 8.00 – 18.00 น. 

พิกัด GPS : 17°45'50.0"N 100°33'48.0"E

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เขื่อนสิริกิติ์ ได้ที่ https://www.palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=857


11. อุทยานแห่งชาติต้นสักใหญ่

             อุทยานแห่งชาติต้นสักใหญ่ (Ton Sak Yai National Park) อยู่ที่ ตำบลน้ำไคร้ อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ เดิมชื่อ อุทยานแห่งชาติคลองตรอน กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้มีประกาศเปลี่ยนชื่อเป็นอุทยานแห่งชาติต้นสักใหญ่ในวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ.2555  ในพื้นที่อุทยานมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติหลายแห่ง หนึ่งในจุดสำคัญคือ ต้นสักใหญ่ หรือ  "มเหสักข์" เป็นต้นสักใหญ่ที่สุดในโลกที่ถูกพบเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2470 มีอายุประมาณ 1,500 ปี ด้วยความสูง 47.8 เมตร ความยาวรอบต้น 1,007 เซนติเมตร (วัดเมื่อ 18 มิถุนายน 2543) นอกจากนี้ภายในอุทยานยังมีอาคารซึ่งจัดแสดงนิทรรศการต้นสักใหญ่ รวมทั้งประวัติความเป็นมาต่างๆ รวมถึงมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติด้วย

เวลาเปิด - ปิด :  เปิดทุกวัน เวลา 08.30 - 18.00 น

พิกัด GPS : 17°39'20.6"N 100°34'12.5"E

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ อุทยานแห่งชาติต้นสักใหญ่ ได้ที่ : https://www.palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=865


12. อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว


ขอบคุณภาพประกอบจาก https://thai.tourismthailand.org/

             อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว (Phu Soi Dao National Park) อยู่ที่ ตำบลห้วยมุ่น อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นภูเขาที่สูงเป็นอันดับ 4 ของประเทศไทย ทั่วทั้งบริเวณของอุทยานแห่งชาติภูสอยดาวปกคลุมไปด้วยทุ่งหญ้า มีดอกไม้ป่าหลากหลายชนิดออกดอกหมุนเวียนอวดความงามตลอดทั้งปี โดยในช่วงฤดูฝนจะเป็นช่วงเวลาของดอกหงอนนาค เจ้าของฉายา “นางเอกแห่งภูสอยดาว” ถือเป็นทุ่งดอกหงอนนาคที่ใหญ่ที่สุดและสวยงามที่สุดในเมืองไทย นอกจากนี้อุทยานแห่งชาติภูสอยดาวยังเป็นพื้นที่ที่มีป่าสนสามใบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองไทยด้วย ภายในพื้นที่ของอุทยานฯ มีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจด้วยกันหลายจุด อาทิ ลานสนสามใบภูสอยดาว น้ำตกสายทิพย์ และน้ำตกภูสอยดาว

เวลาเปิด - ปิด : ในช่วงขึ้นภู เปิดให้ขึ้นอุทยานแห่งชาติภูสอยดาวได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 - 14.00 น.

พิกัด GPS : 17°41'46.7"N 100°56'48.3"E

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ได้ที่ : https://www.palanla.com/index.php?op=domesticLocation-detail&id=866
 

ข้อมูลอื่นๆ ที่ควรรู้ : 

- เว็บไซต์พยากรณ์อากาศ

  www.accuweather.com

- ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์

  https://uttaradit.mots.go.th

- การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

  https://thai.tourismthailand.org/ 

- บริการขนส่ง (รถทัวร์ประจำทาง) 

  http://www.busticket.in.th , http://www.thairoute.com 

- สกุลเงินที่ใช้ : บาท (THB)


แอปพลิเคชัน "บริการรถแท็กซี่" ในประเทศไทย

Grab สามารถดาวน์โหลดได้ที่ App Store (iOS) และ Play Store (Android)
 

แอปพลิเคชัน "แผนที่ในการนำทาง" ในประเทศไทย

- Google Map​ สามารถดาวน์โหลดได้ App Store (iOS) และ Play Store (Android)
 

 

สถานที่อื่นๆที่น่าสนใจ

8 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในจังหวัดพะเยา ประเทศไทย

จังหวัดพะเยาเป็นจังหวัดทางภาคเหนือที่เต็มไปด้วยวัดสวยๆ หลายแห่งที่สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมล้านนาอย่างงดงาม และยังเป็นที่ตั้งของวนอุทยานภูลังกาที่มีธรรมชาติอันสวยงามและอุดมสมบูรณ์ รวมถึงอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่อย่างกว๊านพะเยาให้เที่ยวชมอีกด้วย วันนี้ทาง Palanla จึงได้รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นไฮไลท์ของจังหวัดพะเยามาฝากทุกท่านเพื่อเป็นแนวทางในการจัดทริปเที่ยวเหนือกันในวัดหยุดที่กำลังจะมาถึงนี้

อ่านต่อ

วัดพระนั่งดิน จังหวัดพะเยา ประเทศไทย

วัดพระนั่งดิน (Wat Phra Nang Din) เป็นวัดเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดพะเยา ไฮไลท์ของวัดแห่งนี้อยู่ที่องค์พระประธานภายในวิหารของวัด นามว่าพระเจ้านั่งดินที่ประดิษฐานอยู่บนพื้น ซึ่งต่างจากพระพุทธรูปทั่วไปที่ต้องประดิษฐานอยู่บนฐาน ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากในอดีตเกิดเหตุการณ์อัศจรรย์ที่ไม่มีใครสามารถยกพระพุทธรูปขึ้นได้ แม้ต่อมาในยุคสมัยใหม่จะสามารถยกขึ้นประดิษฐานบนฐานได้ แต่หลังจากนั้นก็เกิดฟ้าผ่าลงหลังคาวิหารถึงสามครั้งจนต้องอัญเชิญพระพุทธรูปนี้ลงมาประดิษฐานไว้บนพื้นเช่นเดิม วัดแห่งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวและผู้มีจิตศรัทธาเป็นอย่างมาก

อ่านต่อ

จุดชมวิวภูลังกา จังหวัดพะเยา ประเทศไทย

จุดชมวิวภูลังกา (Phu Lanka Viewpoint) เป็นจุดชมวิวภายในวนอุทยานภูลังกาซึ่งเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของอำเภอเชียงคำและอำเภอปง ไฮไลท์ของจุดชมวิวนี้อยู่ที่สามารถชมทัศนียภาพของภูเขาและหน้าผาต่างๆ ได้แบบพาโนรามา มีความสวยงามแตกต่างกันไปตามแต่ละฤดูกาลและชมวิวได้ไกลถึงฝั่งลาว โดยช่วงเวลาที่ได้รับการยอมรับว่าสวยที่สุดคือช่วงปลายฝนต้นหนาวที่มีทะเลหมอกล่องลอยท่ามกลางยอดดอยและหน้าผา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ได้รับความนิยมที่สุดในจังหวัดพะเยา

อ่านต่อ

๑๒ วัดสวยในภาคเหนือ พุทธศิลป์แห่งอาณาจักรล้านนา

ภาคเหนือ เป็นหนึ่งในภูมิภาคของประเทศไทย ที่มีวิถีชีวิตของชาวพื้นเมือง และขนบธรรมเนียมประเพณีที่เรียบง่าย มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ และมีชื่อเสียงอยู่มากมาย รวมไปถึงมีผลงานพุทธศิลป์แบบล้านนาสุดแสนจะวิจิตร ที่สะท้อนออกมาในรูปแบบของสถาปัตยกรรมและประติมากรรมในวัดวาอารามต่าง ๆ เป็นเอกลักษณ์ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวแวะมากราบสักการะ พร้อมชื่นชมผลงานศิลปะล้านนาที่อ่อนช้อย และทรงคุณค่า วันนี้ Palanla จึงจะขอชวนออกเดินทางไปเที่ยวชม และรับสิริมงคลกับ 12 วัดสวยในภาคเหนือกันค่ะ

อ่านต่อ

อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย

อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ (Doi Inthanon National Park) สถานที่ท่องเที่ยวอันมีชื่อเสียงประจำจังหวัดเชียงใหม่ อุทยานที่สวยงาม และแวดล้อมไปด้วยทิวเขาสูงสลับซับซ้อน น้ำตก ถ้ำ ผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนในทุกๆปี

อ่านต่อ

อุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย ประเทศไทย

อุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า (Phu Chi Fa National Park) ผืนป่าบนยอดดอยที่มีจุดชมทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก ที่มีความสวยงามติดอันดับต้นๆ ของเมืองไทย

อ่านต่อ

วัดจามเทวี จังหวัดลำพูน ประเทศไทย

วัดจามเทวี (Wat Chamdhevi) วัดคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดลำพูน ภายในวัดมีเจดีย์บรรจุอัฐิของพระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์แห่งนครหริภุญไชย วัดแห่งนี้ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์โบราณคดีที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทยด้วย

อ่านต่อ

กู่ช้าง กู่ม้า จังหวัดลำพูน ประเทศไทย

กู่ช้าง กู่ม้า (Khu Chang – Khu Ma) เป็นโบราณสถานที่สำคัญของจังหวัดลำพูน โดยเชื่อว่ากู่ช้าง เป็นสุสานช้างศึกคู่บารมีของพระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์แห่งนครหริภุญชัย ส่วนกู่ม้า เป็นสุสานม้าทรงของพระโอรสในพระนางจามเทวี

อ่านต่อ

พระสถูปเจดีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชราชานุสรณ์ จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย

พระสถูปเจดีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชราชานุสรณ์ (King Naresuan Stupa) เป็นอนุสรณ์สถานที่สร้างขึ้นในรูปแบบของสถูปเจดีย์พร้อมกับพระบรมรูปเพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และรำลึกเหตุการณ์ครั้งที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเคยเสด็จมาประทับแรมที่เมืองงายแห่งนี้ก่อนกรีฑาทัพต่อไปยังเมืองอังวะของพม่าเมื่อปี พ.ศ. 2147 โดยสร้างขึ้นในบริเวณที่เคยเป็นเส้นทางเดินทัพเมื่อในอดีต นักท่องเที่ยวและชาวเมืองเชียงใหม่นิยมมาสักการะและขอพร นอกจากนี้ ภายในบริเวณยังมีส่วนนิทรรศการค่ายหลวงจำลองที่ประทับของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชซึ่งกรมศิลปากรจัดสร้างขึ้นเพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้เที่ยวชมและเรียนรู้ประวัติศาสตร์อีกด้วย

อ่านต่อ

น้ำตกแม่สา จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย

น้ำตกแม่สา (Mae Sa Waterfall) เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติยอดนิยมในอำเภอแม่ริม น้ำตกแห่งนี้เป็นน้ำตกขนาดใหญ่มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 10 ชั้น สามารถเดินขึ้นไปชมความงดงามในแต่ละชั้นได้ตามทางเดินที่ทางอุทยานจัดทำไว้ให้ และหากใครสนใจเล่นน้ำคลายร้อนก็สามารถลงเล่นน้ำได้เช่นกัน โดยชั้นที่เป็นที่นิยมคือชั้นที่ 3-6 เพราะค่อนข้างปลอดภัยและสามารถเล่นได้ทั้งครอบครัว นอกจากนี้ภายในบริเวณยังมีร้านค้า ร้านอาหาร และห้องน้ำให้บริการอีกด้วย

อ่านต่อ
สถานที่อื่นๆที่น่าสนใจ