พระนารายณ์ราชนิเวศน์ จังหวัดลพบุรี ประเทศไทย

  • อ่าน (4,963)
  • ByWebmaster
  • 16:56:28 | 29 มี.ค. 2566

พระนารายณ์ราชนิเวศน์ จังหวัดลพบุรี ประเทศไทย

Phra Narai Ratchanivet, Lop Buri, Thailand


โบราณสถานที่ยังคงหลงเหลืออยู่ภายในพระนารายณ์ราชนิเวศน์ซึ่งชวนให้หวนระลึกถึงความยิ่งใหญ่ในอดีต

             พระนารายณ์ราชนิเวศน์ (Phra Narai Ratchanivet) หรือวังนารายณ์ เป็นพระราชวังที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราชโปรดให้สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระองค์ เพื่อใช้เป็นที่ประทับที่เมืองลพบุรี ซึ่งพระองค์เสด็จมาประทับที่ลพบุรีทุกปี ปีละหลายๆ เดือน ที่นี่จึงเป็นทั้งที่ประทับ ออกว่าราชการ และต้อนรับแขกเมือง ปัจจุบันคงเหลือเพียงซากปรักหักพังเป็นโบราณสถานอันชนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้ โดยพื้นที่บางส่วนของพระนารายณ์ราชนิเวศน์เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ ซึ่งจัดแสดงโบราณวัตถุในยุคต่างๆ ของเมืองลพบุรี รวมถึงห้องพระบรรทมของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 ที่จัดแสดงเหมือนครั้งที่ยังประทับอยู่ด้วย


แผนที่ตั้ง พระนารายณ์ราชนิเวศน์ (Phra Narai Ratchanivet)จังหวัดลพบุรี ประเทศไทย


ประวัติ

             พระนารายณ์ราชนิเวศน์ตั้งอยู่ในตัวเมืองลพบุรี โดยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โปรดให้สร้างพระราชวังพระนารายณ์ราชนิเวศน์ขึ้นในปี พ.ศ. 2208-2209 บนพื้นที่กว่า 43 ไร่ ด้านหน้าหันเข้าหาตัวเมือง ด้านหลังติดแม่น้ำลพบุรี มีกำแพงสูงใหญ่ล้อมรอบ กลางกำแพงมีป้อมปืนอยู่ 7 ป้อม มีประตูทางเข้า 7 ประตู สถาปัตยกรรมที่ใช้ในพระราชวังเป็นแบบไทยผสมตะวันตก ออกแบบโดยวิศกรชาวฝรั่งเศส

ภายในเขตพระราชวัง แบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วน คือ

             1. เขตพระราชฐานชั้นนอก มีอ่างเก็บน้ำ ตึกสิบสองห้องพระคลัง ตึกเลี้ยงรับรองแขกเมือง ตึกพระเจ้าเหา และโรงช้างหลวง

             2. เขตพระราชฐานชั้นกลาง ภายในประกอบด้วย

                      - พระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาท ซึ่งใช้เป็นท้องพระโรงทรงสูง สำหรับเสด็จออกรับคณะราชทูต ตรงกลางมีสีหบัญชรสำหรับเสด็จออกมามีพระราชปฏิสันถารกับผู้เข้าเฝ้า

                      - พระที่นั่งจันทรพิศาล เป็นหอประชุมองคมนตรี ซึ่งต่อมาในสมัยสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดให้สร้างใหม่ในตำแหน่งเดิมเพื่อใช้เป็นท้องพระโรง

                      - หมู่พระที่นั่งพิมานมงกุฏ เป็นพระที่นั่ง 4 หลัง คือ พระที่นั่งพิมานมงกุฏ เป็นที่ประทับส่วนพระองค์ พระที่นั่งวิสุทธิวินิจฉัย เป็นท้องพระโรง พระที่นั่งไชยศาสตรากร เป็นห้องเก็บอาวุธ และพระที่นั่งอักษรศาสตราคม เป็นห้องทรงพระอักษร

                      - หมู่ตึกพระประเทียบ สร้างขึ้นใหม่ในสมัยสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ใช้เป็นที่พักของข้าราชการฝ่ายใน

             3. เขตพระราชฐานชั้นใน เป็นที่ตั้งของพระที่นั่งสุทธาสวรรย์ เป็นพระที่นั่งที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงเสด็จสวรรคต ซึ่งไม่อนุญาตให้เข้าชม

             หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2399 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้บูรณะพระราชวังของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และให้สร้างพระที่นั่งขึ้นใหม่ และพระราชทานนามว่า "พระนารายณ์ราชนิเวศน์"

             ต่อมาสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ จัดตั้งพิพิธภัณฑ์ “ลพบุรีพิพิธภัณฑสถาน” โดยใช้พื้นที่ของพระที่นั่งจันทรพิศาล เพื่อจัดแสดงโบราณวัตถุและศิลปะวัตถุที่รวบรวมมาจากเมืองลพบุรี เปิดให้เข้าชมครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2467 และเปลี่ยนชื่อเป็น “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์” ในปี พ.ศ. 2504


พระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาท เป็นพระที่นั่งท้องพระโรงทรงสูง


พระบรมรูปสมเด็จพระนารายณ์มหาราชภายในพระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาท  เหนือขึ้นเป็นสีหบัญชรซึ่งเป็นที่เสด็จออกเพื่อทรงมีพระราชปฏิสันถารกับผู้เข้าเฝ้า


ตึกเลี้ยงรับแขกเมือง ซึ่งสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้พระราชทานเลี้ยงแก่คณะทูตจากฝรั่งเศส ณ สถานที่แห่งนี้


บริเวณกำแพงพระราชวัง


โครงสร้างที่ก่อด้วยอิฐและซุ้มประตูหน้าต่างทรงโค้ง


บริเวณถังเก็บน้ำภายในพระราชวังที่ได้ชาวฝรั่งเศสและชาวอิตาลีมาช่วยสร้างระบบระบายน้ำด้วยท่อดินเผาเพื่อลำเลียงน้ำจากห้วยซับเหล็กมาใช้ในพระราชวัง


ภาพประวัติศาสตร์ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์


พื้นที่สักการะพระบรมรูปสมเด็จพระนารายณ์มหาราชภายในอาคารพิพิธภัณฑ์


โบราณวัตถุต่างๆ ที่หาชมได้ยาก


ภายในพระที่นั่งพิมานมงกุฎ


พระพุทธรูปโบราณที่ค้นพบในสมัยต่างๆ ที่จัดแสดงอยู่ภายใน


ทับหลังสลักภาพพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ (ภาพบน) ทับหลังสลักภาพนารายณ์บรรทมสินธุ์ (ภาพล่างซ้าย) และทับหลังสลักลายหน้ากาก (ภาพล่างขวา)


บริเวณส่วนจัดแสดงหุ่นจำลองของจักรพรรดิและจักรพรรดินีแห่งฝรั่งเศส


พระแท่นบรรทมของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4


เงินพดด้วง และเหรียญกษาปณ์ในสมัยรัชกาลที่ 4


นาฬิกาแดด ตู้พระธรรม และกลองมโหระทึก


การเดินทางจากกรุงเทพไปยังจังหวัดลพบุรี

             - รถยนต์ (Car) จากกรุงเทพไปยังจังหวัดลพบุรี มีระยะทางประมาณ 150 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง  

             - รถไฟ (Train) จากกรุงเทพ ขึ้นรถไฟที่สถานีหัวลำโพง ไปลงยังสถานีลพบุรี ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 10 นาที โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลเวลาเดินรถ และค่าโดยสารได้ที่เว็บไซต์การรถไฟแห่งประเทศไทย https://www.dticket.railway.co.th/DTicketPublicWeb/home/Home

             - อื่นๆ (others) หากต้องการเดินทางโดยรถทัวร์ ให้ไปขึ้นรถที่สถานีขนส่งหมอชิต2 แล้วลงที่สถานีขนส่งลพบุรี โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลเวลาเดินรถ และค่าโดยสารได้ที่ เว็บไซต์บริษัทขนส่งจำกัด (บขส) https://ticket.transport.co.th/


การเดินทางไปพระนารายณ์ราชนิเวศน์

             - รถยนต์ (Car) จากตัวเมืองลพบุรี ไปพระนารายณ์ราชนิเวศน์ มีระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8 นาที


เวลาทำการเปิด-ปิด

             - โบราณสถานพระนารายณ์ราชนิเวศน์ เปิดทุกวัน 07:00 น. – 17:30 น.

             - พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ เปิดวันพุธ-อาทิตย์ 09:00 น. - 16:00 น.


อัตราค่าเข้าชม

             พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 150 บาท


เวลาที่เหมาะสมสำหรับการท่องเที่ยว

             ตลอดทั้งปี 


             นักท่องเที่ยวที่สนใจมาเที่ยว พระนารายณ์ราชนิเวศน์ สามารถศึกษา ข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่

                         พระนารายณ์ราชนิเวศน์ จังหวัดลพบุรี ประเทศไทย

                         (Phra Narai Ratchanivet, Lop Buri, Thailand)

                         ระดับความนิยม : 

                         อัตราค่าเข้าชม : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 150 บาท

                         เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน 07:00 น. – 17:30 น.

                         ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการท่องเที่ยว : ตลอดทั้งปี

                         สถานที่ตั้ง : จังหวัดลพบุรี ประเทศไทย

                         โทรศัพท์ : (+66) 036-411-458

                         เว็บไซต์ : https://www.lopburi.org/wangpranarai  

                         ข้อมูลอื่นๆ ที่ควรรู้ : พยากรณ์อากาศ https://www.accuweather.com  

                                          เว็บไซต์จังหวัดลพบุรี http://www.lopburi.go.th

                                          เว็บไซต์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย https://thai.tourismthailand.org/Home

 

สถานที่อื่นๆที่น่าสนใจ

7 เส้นทางประวัติศาสตร์ภาคกลาง

หากเอ่ยถึงเรื่องราวในอดีตของชาติไทย คงมีหลากหลายเหตุการณ์ที่คงไว้ซึ่งประวัติศาสตร์สำคัญๆ แม้ในปัจจุบันนั้น จะเหลือเพียงซากปรักหักพังของโบราณสถาน และอนุสรณ์ของวีรชนบรรพบุรุษไทย แต่ก็ล้วนเป็นสิ่งเตือนใจให้ลูกหลานรำลึกถึงคุณงามความดีของบรรพบุรุษไทย และสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญครั้นอดีตอยู่เสมอ วันนี้ Palanla จะพาท่อง 7 เส้นทางประวัติศาสตร์ที่อยู่ในภูมิภาคกลาง อีกทั้งไม่ไกลจากกรุงเทพฯ อีกด้วยนะคะ แต่ละสถานที่นั้นมีสิ่งที่น่าสนใจ และมีความเป็นมาอย่างไร พร้อมแล้วตามไปเที่ยวได้เลยค่ะ

อ่านต่อ

วัดไชโยวรวิหาร จังหวัดอ่างทอง ประเทศไทย

วัดไชโยวรวิหาร (Wat Chaiyo Worawihan) วัดเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และต่อมาสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ได้มาสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 ทำให้“พระมหาพุทธพิมพ์” หรือ หลวงพ่อโต และวัดไชโยวรวิหารกลายเป็นที่รู้จักและเคารพศรัทธาสืบมาจนปัจจุบัน

อ่านต่อ

วัดหนองโพ (หลวงพ่อเดิม) จังหวัดนครสวรรค์ ประเทศไทย

วัดหนองโพ (หลวงพ่อเดิม) Wat Nong Pho (Wat Luang Por Derm) วัดดังอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดนครสวรรค์ เป็นที่รู้จักในฐานะวัดของพระครูนิวาสธรรมขันธ์ (หลวงพ่อเดิม) พระเกจิชื่อดังกับมงคลของท่านคือมีดหมอ

อ่านต่อ

บึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ ประเทศไทย

บึงบอระเพ็ด (Bueng Borraped Swamp) บึงชื่อคุ้นหูในจังหวัดนครสวรรค์ เป็นบึงทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย บึงอันกว้างใหญ่แห่งนี้มีไฮไลต์คือทุ่งดอกบัวสีสันสวยงาม และบรรดานกน้ำหลากสายพันธุ์ที่มีให้ได้ชมกันอยู่โดยตลอด ส่วนในฤดูหนาวก็จะมีนอพยพจากทางตอนเหนือของโลกมาอาศัยอยู่รอบบึงแห่งนี้

อ่านต่อ

ตลาดร้อยปีชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ประเทศไทย

ตลาดร้อยปีชุมแสง (Chum Saeng 100 Years Market) ชุมชนตลาดใกล้สถานีรถไฟชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ที่มีอายุเก่าแก่กว่าร้อยปี กับบรรยากาศที่ยังคงอบอวลไปด้วยความสวยงามคลาสสิก และของกินอร่อยๆ ให้ได้ลิ้มลอง

อ่านต่อ

พระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย

เมื่อมาเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) (King Ramathibodi 1 Monument) ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาดมาสักการะปฐมกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ซึ่งถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวกรุงเก่า

อ่านต่อ

11 สถานที่เที่ยวยอดนิยมในจังหวัดพิษณุโลก ประเทศไทย

จังหวัดพิษณุโลกตั้งอยู่บริเวณภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ภูเขาและป่าไม้ขนาดใหญ่จึงมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติหลายแห่ง โดยเฉพาะหน้าผา น้ำตก และทุ่งดอกไม้ภายในอุทยานแห่งชาติ นอกจากนี้จังหวัดพิษณุโลกยังเป็นเมืองประวัติศาสตร์อีกด้วย โดยมีการค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีว่าพื้นที่บริเวณนี้มีการตั้งรกรากมาตั้งแต่ก่อนกรุงสุโขทัย ด้วยเหตุนี้จังหวัดพิษณุโลกจึงมีโบราณสถานและวัดวาอารามเก่าแก่ให้เที่ยวชมอีกด้วย ทาง Palanla จึงได้รวบรวม 11 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในจังหวัดพิษณุโลกมาฝากทุกท่านกันวันนี้เพื่อเป็นแนวทางในการท่องเที่ยวในวันหยุดครั้งหน้ากัน

อ่านต่อ

อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง จังหวัดพิษณุโลก ประเทศไทย

อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง (Thung Salaeng Luang National Park) อุทยานฯ เก่าแก่อันดับ 3 ของประเทศ ฉายา “ทุ่งหญ้าสะวันนาเมืองไทย” กับพื้นที่กว้างขวางครอบคลุม 2 จังหวัด อุดมสมบูรณ์ด้วยพันธุ์ไม้และสัตว์ป่านานาชนิด

อ่านต่อ

ชิงช้าต้นไม้ บ้านสวนชมวิวภูรักไทย จังหวัดพิษณุโลก ประเทศไทย

ชิงช้าต้นไม้ บ้านสวนชมวิวภูรักไทย (Wooden Swing at Ban Suan Chom View) จุดชมวิวบนต้นไม้ที่สามารถชมวิวสวยๆ ของทิวเขาและพื้นที่ราบรอยต่อของ 5 จังหวัด

อ่านต่อ

จุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะ จังหวัดเพชรบูรณ์ ประเทศไทย

จุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะ (Khao Ta Kean Ngo View Point) ฐานที่มั่นของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์หรือสมรภูมิรบภูมิเขาค้อในอดีต ปัจจุบันถือเป็นจุดชมวิว 360 องศาที่มีความสวยงามมากอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดเพชรบูรณ์

อ่านต่อ
สถานที่อื่นๆที่น่าสนใจ