พระราชวังบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย

  • อ่าน (6,388)
  • ByWebmaster
  • 10:28:25 | 25 พ.ย. 2563

พระราชวังบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย

Bang Pa In Palace, Ayutthaya Province, Thailand

             พระราชวังบางปะอิน (Bang Pa In Palace) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์แห่งสำคัญที่แม้จะผ่านกาลเวลามาแล้วยาวนาน ทว่ายังคงความงดงาม และน้อยคนนักจะพลาดเมื่อไปเที่ยวจังหวัดอยุธยา


ประวัติ

             พระราชวังบางปะอินเป็นพระราชวังโบราณที่สร้างขึ้นสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง และยังมีบทบาทเป็นพระราชวังฤดูร้อนสำหรับพระมหากษัตริย์กรุงศรีอยุธยาเรื่อยมาจนกระทั่งเสียกรุงศรีฯ ให้แก่พม่า หลังจากการเสียกรุงพระราชวังบางปะอินก็ได้ถูกปล่อยให้รกร้าง และกลับมาเป็นที่รู้จักอีกครั้งเมื่อครั้งสุนทรภู่ ซึ่งได้ตามเสด็จรัชกาลที่ 1 ไปนมัสการพระพุทธบาทสระบุรี และได้ประพันธ์ถึงพระราชวังบางปะอินไว้ในนิราศพระบาท

             จนกระทั่งในสมัยรัชกาลที่ 4 จึงได้เริ่มมีการบูรณะพระราชวัง และได้มีการบูรณะครั้งใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยได้สร้างพระที่นั่ง พระตำหนัก และตำหนักต่างๆ ขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ประทับรับรองพระราชอาคันตุกะและพระราชทานเลี้ยงในโอกาสต่างๆ รวมถึงพระที่นั่งซึ่งมีความโดดเด่นอย่างพระที่นั่งไอศวรรย์ทิพย์อาสน์ ซึ่งเป็นปราสาทอยู่กลางสระด้วย โดยพระที่นั่งหลังเดิมนั้นสร้างด้วยเครื่องไม้ทั้งองค์ ต่อมารัชกาลที่ 6 ทรงโปรดให้เปลี่ยนเสาและพื้นเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กทั้งหมด

             ปัจจุบัน พระราชวังบางปะอินอยู่ในความดูแลของสำนักพระราชวัง และยังใช้เป็นสถานที่แปรพระราชฐานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ รวมถึงประกอบพระราชพิธีสังเวยพระป้าย ทั้งนี้ได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าชมได้

             พื้นที่ของพระราชวังบางปะอิน แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ เขตพระราชฐานชั้นนอก และเขตพระราชฐานชั้นใน

เขตพระราชฐานชั้นนอก ประกอบด้วย


หอเหมมณเฑียรเทวราช

             - หอเหมมณเฑียรเทวราช หรือ ศาลพระเจ้าปราสาททอง มีลักษณะเป็นปรางค์ศิลาจำลองแบบจากปรางค์ขอม ภายในประดิษฐานเทวรูปพระเจ้าปราสาททอง ตั้งอยู่ ณ ริมสระน้ำใต้ต้นโพธิ์


พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์

             - พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ เป็นพระที่นั่งทรงปราสาท จำลองมาจากพระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาทในพระบรมมหาราชวัง รัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระบรมรูปหล่อสำริดของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวขนาดเท่าพระองค์จริงในฉลองพระองค์เต็มยศจอมพลทหารบก เพื่อนำมาประดิษฐาน ณ พระที่นั่งองค์นี้จนถึงปัจจุบัน


สภาคารราชประยูร 

             - สภาคารราชประยูร เป็นตึก 2 ชั้น ตั้งอยู่ริมน้ำ ใช้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอฯ ในรัชกาลที่ 5 สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ และเจ้านายฝ่ายหน้า ปัจจุบันใช้เป็นที่แสดงนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชวังบางปะอิน


กระโจมแตร 

             - กระโจมแตร เป็นกระโจมขนาดกลางแบบ Gazebo สร้างในสมัยรัชกาลที่ 6 ตั้งอยู่เยื้องกับพระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์

             - เรือนแพพระที่นั่ง เป็นเรือนแพแบบไทยสร้างด้วยไม้สักทอง หลังคามุงด้วยจาก ภายในจัดแบ่งห้องเป็นสัดส่วนรัชกาลที่ 5 ทรงใช้เป็นที่ประทับในการเสด็จประพาสต้นและทรงสำราญพระอิริยาบถทางน้ำ โดยพระองค์เคยประทับเรือนแพพระที่นั่ง ไปทรงรับพระราชชายาเจ้าดารารัศมีจากเมืองเชียงใหม่ด้วย

             - พระที่นั่งวโรภาษพิมาน เป็นอาคาร 2 ชั้น ศิลปะแบบคอรินเทียนออร์เดอร์ รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่เสด็จออกว่าราชการและใช้เป็นที่ประทับ ปัจจุบันพระที่นั่งองค์นี้ยังใช้เป็นที่ประทับแรมของพระบรมวงศ์เมื่อเสด็จแปรพระราชฐานมาประทับ ณ พระราชวังบางปะอิน


เขตพระราชฐานชั้นใน ประกอบด้วย


พระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียร

             - พระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียร เป็นพระที่นั่งองค์ประธานของพระราชวังบางปะอิน เดิมเป็นเรือนไม้ 2 ชั้น ทาสีเขียวอ่อนและเขียวแก่สลับกัน เป็นที่ประทับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดปรานมากที่สุดโดยได้เสด็จแปรพระราชฐานมาประทับบางคราวถึงสามครั้งต่อปี เมื่อปี พ.ศ. 2481 เกิดไฟไหม้พระที่นั่ง และในปี พ.ศ.2537 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 จึงได้ขอพระบรมราชานุญาตให้สร้างพระที่นั่งองค์นี้ขึ้นมาใหม่ เพื่อเป็นที่ประทับในการเสด็จแปรพระราชฐานและรับรองพระราชอาคันตุกะ


หอวิฑูรทัศนา

             - หอวิฑูรทัศนา ใช้เป็นที่ทอดพระเนตรโขลงช้างป่า และภูมิประเทศโดยรอบพระราชวัง เป็นหอสูง 3 ชั้น ทาสีเหลืองสลับแดง


พระที่นั่งเวหาศน์จำรูญ 

             - พระที่นั่งเวหาศน์จำรูญ เป็นพระที่นั่งองค์สุดท้ายที่สร้างขึ้น มีรูปแบบสถาปัตยกรรมจีน เป็นพระที่นั่งที่สร้างขึ้นโดยชาวสยามเชื้อสายจีนฮากกาเพื่อถวายแด่รัชกาลที่ 5 และพระที่นั่งองค์นี้ยังใช้ประกอบพระราชพิธีสังเวยพระป้ายจนถึงปัจจุบัน


หมู่พระตำหนักฝ่ายใน 

             - หมู่พระตำหนักฝ่ายใน เป็นอาคารที่มีสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกชั้นเดียวและสองชั้นตั้งเรียงรายกัน แต่ในปัจจุบัน ได้มีการรื้อตำหนักบางส่วนลง


อนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์

             - อนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ เป็นอนุสาวรีย์ที่รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ ซึ่งสวรรคตในระหว่างการเสด็จแปรพระราชฐานทางเรือพระที่นั่งมายังพระราชวังบางปะอิน โดยมีจารึกคำไว้อาลัยเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษที่ทรงพระราชนิพนธ์ด้วยพระองค์เอง


ประตูเทวราชครรไล

             - ประตูเทวราชครรไล เดิมเรียกว่า ประตูเทวราชดำรงศร ตั้งอยู่แนวกำแพงด้านใต้ ลักษณะเป็นอาคารตึกชั้นเดียว อาคารโค้งครึ่งวงกลม ใช้เป็นเส้นทางสำหรับเสด็จฯ ผ่านเข้าเขตพระราชฐานชั้นใน ปัจจุบันใช้จัดนิทรรศการ

             - อนุสาวรีย์ราชานุสรณ์ ในปี พ.ศ.2430 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเศร้าโศกเสียพระทัยเป็นอย่างยิ่งอีกครั้ง ด้วยทรงสูญเสียพระอัครชายาเธอฯ และพระราชโอรสและพระธิดาถึง 3 พระองค์ในคราวเดียวกัน

             - เก๋งบุปผาประพาส เรือนสีชมพูสร้างขึ้นในรัชกาลที่ 5 ทรงใช้เป็นที่พักผ่อนพระราชอิริยาบถภายในพระราชอุทยาน


การเดินทางไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจากกรุงเทพมหานคร

             - รถยนต์ (Car/ Bus) การเดินทางโดยรถยนต์จากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีระยะทาง 80 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที   

             - รถไฟ (Train) การเดินทางโดยรถไฟจากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที  


การเดินทางไปพระราชวังบางปะอิน

             พระราชวังบางปะอินอยู่ห่างจากตัวเมืองพระนครศรีอยุธยาประมาณ 22 กม. มีบริการรถสองแถวสาย อยุธยา – บางปะอิน วิ่งจากตัวเมืองอยุธยาไปยังบางปะอิน ราคาประมาณ 30 บาท ใช้เวลาเดินทาง 50 นาที


เวลาทำการเปิด – ปิด

             เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. หมายเหตุ เวลาจำหน่ายบัตร 08.00 – 16.00 น.)


ป้ายทางเข้า


อัตราค่าเข้าชม

             ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก นักเรียน นักศึกษา 20 บาท นักท่องเที่ยวต่างชาติ 100 บาท


สิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวพระราชวังบางปะอิน

             ชมความสวยงามสถาปัตยกรรมส่วนต่างๆ ของพระราชวังบางปะอิน ทั้งเขตพระราชฐานชั้นนอก และเขตพระราชฐานชั้นใน  


เวลาที่เหมาะสมสำหรับการท่องเที่ยว

             สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี


ข้อมูลอื่นๆ ที่ควรรู้

             นักท่องเที่ยวควรแต่งกายด้วยชุดสุภาพ และขณะเข้าชมไม่ควรส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น


             
นักท่องเที่ยวที่สนใจไปเที่ยวชม พระราชวังบางปะอิน สามารถศึกษา ข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่

                         พระราชวังบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย

                         (Bang Pa In Palace, Ayutthaya Province, Thailand)

                         ระดับความนิยม : 

                         อัตราค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก นักเรียน นักศึกษา 20 บาท นักท่องเที่ยวต่างชาติ 100 บาท

                         เวลาเปิด – ปิด : เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น. หมายเหตุเวลาจำหน่ายบัตร 08.00 – 15.30 น.)

                         ตั้งอยู่ที่ : 27 ม.8 อุดมสรยุทธิ์ ต.บ้านเลน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

                         โทรศัพท์ : (+66) 035 261 044

                         เว็บไซต์ : -

                         ข้อมูลอื่นๆที่ควรรู้ : พยากรณ์อากาศ https://www.accuweather.com

                                         เว็บไซต์จังหวัดอยุธยา http://ww2.ayutthaya.go.th/frontpage

                                         เฟซบุ๊คการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยประจำจังหวัดอยุธยา https://www.facebook.com/TatAyutthaya/

 

 

สถานที่อื่นๆที่น่าสนใจ

แจกพิกัด 14 อุทยานแห่งชาติทั่วไทย

อุทยานแห่งชาติ (National Park) สถานที่ท่องเที่ยวที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ มีพี่ๆเจ้าหน้าที่ที่ใจดีคอยให้ข้อมูล มีที่พัก และอาหารไว้บริการในราคาย่อมเยา และยังมีจุดกางเต็นท์ให้นักท่องเที่ยวสายแคมปิ้งได้ดื่มด่ำธรรมชาติกันอย่างเพลิดเพลิน ในวันนี้ palanla เลยจะมาบอกพิกัด 14 อุทยานแห่งชาติที่กระจายอยู่ทั่วภูมิภาค และมีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆของประเทศไทย ไว้ให้นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติตามไปเช็คอินกัน

อ่านต่อ

อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี ประเทศไทย

อุทยานแห่งชาติเอราวัณ (Erawan National Park) สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญของจังหวัดกาญจนบุรี โดยพื้นที่ภายในประกอบไปด้วย น้ำตกเอราวัณ ถ้ำพระธาตุ และถ้ำวังบาดาล อุทยานแห่งชาติเอราวัณเคยได้รับรางวัลยอดเยี่ยมประเภทแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ภาคกลาง จากการประกวดรางวัลอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 6 ประจำปี 2549

อ่านต่อ

7 เส้นทางประวัติศาสตร์ภาคกลาง

หากเอ่ยถึงเรื่องราวในอดีตของชาติไทย คงมีหลากหลายเหตุการณ์ที่คงไว้ซึ่งประวัติศาสตร์สำคัญๆ แม้ในปัจจุบันนั้น จะเหลือเพียงซากปรักหักพังของโบราณสถาน และอนุสรณ์ของวีรชนบรรพบุรุษไทย แต่ก็ล้วนเป็นสิ่งเตือนใจให้ลูกหลานรำลึกถึงคุณงามความดีของบรรพบุรุษไทย และสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญครั้นอดีตอยู่เสมอ วันนี้ Palanla จะพาท่อง 7 เส้นทางประวัติศาสตร์ที่อยู่ในภูมิภาคกลาง อีกทั้งไม่ไกลจากกรุงเทพฯ อีกด้วยนะคะ แต่ละสถานที่นั้นมีสิ่งที่น่าสนใจ และมีความเป็นมาอย่างไร พร้อมแล้วตามไปเที่ยวได้เลยค่ะ

อ่านต่อ

วัดไชโยวรวิหาร จังหวัดอ่างทอง ประเทศไทย

วัดไชโยวรวิหาร (Wat Chaiyo Worawihan) วัดเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และต่อมาสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ได้มาสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 ทำให้“พระมหาพุทธพิมพ์” หรือ หลวงพ่อโต และวัดไชโยวรวิหารกลายเป็นที่รู้จักและเคารพศรัทธาสืบมาจนปัจจุบัน

อ่านต่อ

วัดหนองโพ (หลวงพ่อเดิม) จังหวัดนครสวรรค์ ประเทศไทย

วัดหนองโพ (หลวงพ่อเดิม) Wat Nong Pho (Wat Luang Por Derm) วัดดังอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดนครสวรรค์ เป็นที่รู้จักในฐานะวัดของพระครูนิวาสธรรมขันธ์ (หลวงพ่อเดิม) พระเกจิชื่อดังกับมงคลของท่านคือมีดหมอ

อ่านต่อ

บึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ ประเทศไทย

บึงบอระเพ็ด (Bueng Borraped Swamp) บึงชื่อคุ้นหูในจังหวัดนครสวรรค์ เป็นบึงทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย บึงอันกว้างใหญ่แห่งนี้มีไฮไลต์คือทุ่งดอกบัวสีสันสวยงาม และบรรดานกน้ำหลากสายพันธุ์ที่มีให้ได้ชมกันอยู่โดยตลอด ส่วนในฤดูหนาวก็จะมีนอพยพจากทางตอนเหนือของโลกมาอาศัยอยู่รอบบึงแห่งนี้

อ่านต่อ

ตลาดร้อยปีชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ประเทศไทย

ตลาดร้อยปีชุมแสง (Chum Saeng 100 Years Market) ชุมชนตลาดใกล้สถานีรถไฟชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ที่มีอายุเก่าแก่กว่าร้อยปี กับบรรยากาศที่ยังคงอบอวลไปด้วยความสวยงามคลาสสิก และของกินอร่อยๆ ให้ได้ลิ้มลอง

อ่านต่อ

พระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย

เมื่อมาเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) (King Ramathibodi 1 Monument) ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาดมาสักการะปฐมกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ซึ่งถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวกรุงเก่า

อ่านต่อ

11 สถานที่เที่ยวยอดนิยมในจังหวัดพิษณุโลก ประเทศไทย

จังหวัดพิษณุโลกตั้งอยู่บริเวณภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ภูเขาและป่าไม้ขนาดใหญ่จึงมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติหลายแห่ง โดยเฉพาะหน้าผา น้ำตก และทุ่งดอกไม้ภายในอุทยานแห่งชาติ นอกจากนี้จังหวัดพิษณุโลกยังเป็นเมืองประวัติศาสตร์อีกด้วย โดยมีการค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีว่าพื้นที่บริเวณนี้มีการตั้งรกรากมาตั้งแต่ก่อนกรุงสุโขทัย ด้วยเหตุนี้จังหวัดพิษณุโลกจึงมีโบราณสถานและวัดวาอารามเก่าแก่ให้เที่ยวชมอีกด้วย ทาง Palanla จึงได้รวบรวม 11 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในจังหวัดพิษณุโลกมาฝากทุกท่านกันวันนี้เพื่อเป็นแนวทางในการท่องเที่ยวในวันหยุดครั้งหน้ากัน

อ่านต่อ

อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง จังหวัดพิษณุโลก ประเทศไทย

อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง (Thung Salaeng Luang National Park) อุทยานฯ เก่าแก่อันดับ 3 ของประเทศ ฉายา “ทุ่งหญ้าสะวันนาเมืองไทย” กับพื้นที่กว้างขวางครอบคลุม 2 จังหวัด อุดมสมบูรณ์ด้วยพันธุ์ไม้และสัตว์ป่านานาชนิด

อ่านต่อ
สถานที่อื่นๆที่น่าสนใจ