ค้นหา : เยอรมนี

บทความ

สะพานโฮเอินซอลเลิร์น เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี

สะพานโฮเอินซอลเลิร์น (Hohenzollern Bridge / ชื่อภาษาเยอรมันคือ Hohenzollernbrücke) เป็นสะพานข้ามแม่น้ำไรน์ (Rhine River) และเป็นแลนด์มาร์กของเมืองโคโลญเคียงคู่กับมหาวิหารโคโลญ (Cologne Cathedral) สะพานแห่งนี้นอกจากจะเชื่อมพื้นที่กลางเมืองทั้งสองฝั่งแม่น้ำเข้าไว้ด้วยกัน แต่ยังเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของเหล่าคู่รักที่นิยมมาคล้องกุญแจแห่งความรัก (love locks) บริเวณรั้วบนสะพานแห่งนี้อีกด้วย ปัจจุบันมีแม่กุญแจหลากสีหลายขนาดคล้องไว้บริเวณรั้วบนสะพานโฮเอินซอลเลิร์นหลายพันชิ้น บางชิ้นมีการสลักชื่อ ติดสติ๊กเกอร์ และตกแต่งในแบบที่แตกต่างกันจากนักท่องเที่ยวทั่วทุกมุมโลก เป็นอีกสีสันหนึ่งของการท่องเที่ยวเมืองโคโลญในปัจจุบัน

อ่านต่อ
บทความ

สวนสัตว์เมืองโคโลญ เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี

สวนสัตว์เมืองโคโลญ (Cologne Zoological Garden / ชื่อภาษาเยอรมันคือ Zoologische Garten Köln / Kölner Zoo) เป็นสวนสัตว์ที่มีสัตว์มากกว่าหนึ่งหมื่นชีวิตและมากกว่าแปดร้อยสายพันธุ์จากทั่วโลกอาศัยอยู่บนพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ที่ได้รับการจัดสรรให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมตามถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ชนิดต่างๆ และยังเป็นศูนย์อนุรักษ์สัตว์ป่าที่หายากและใกล้สูญพันธุ์อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีส่วนจัดนิทรรศการและการแสดงจากสัตว์แสนรู้ เป็นหนึ่งในสถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวเมื่อมาเยือนเมืองโคโลญ

อ่านต่อ
บทความ

รถไฟเล็กวอลเตอร์บิมเมลบาเนนชมเมืองโคโลญ เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี

รถไฟเล็กวอลเตอร์บิมเมลบาเนน (Wolters Bimmelbahnen) เป็นรถไฟขนาดเล็กสีเขียวคาดเหลืองขับเคลื่อนบนถนนแบบไม่ต้องใช้ราง เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัย เพราะมีความสะดวกสบายในการเดินทางเที่ยวชมทัศนียภาพสองข้างทางของเมือง มีบรรยายภาษาอังกฤษ และแวะจอดที่สถานที่ท่องเที่ยวหลักในเมืองโคโลญอย่างมหาวิหารโคโลญ พิพิธภัณฑ์ช็อคโกแลต และสวนสัตว์โคโลญ โดยมีสองเส้นทางให้เลือกคือ เส้นทางไปพิพิธภัณฑ์ช็อคโกแลต (Chocolate-Express) ผ่านทางย่านเมืองเก่า และเส้นทางไปสวนสัตว์ (Zoo-Express) โดยทางเลียบแม่น้ำไรน์ โดยทั้งสองเส้นทางจะมีจุดเริ่มต้นที่เดียวกันคือมหาวิหารโคโลญ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อตั๋วรถไฟได้ทั้งแบบเที่ยวเดียวและแบบไปกลับ โดยจุดซื้อตั๋วและขึ้นรถไฟนี้อยู่ที่ศูนย์บริการการท่องเที่ยวเมืองโคโลญ (Cologne Tourist Board Service Centre / ชื่อภาษาเยอรมันคือ KölnTourismus GmbH) ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามมหาวิหารโคโลญ

อ่านต่อ
บทความ

แหล่งช้อปปิ้งชิลเดอร์กัส เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี

แหล่งช้อปปิ้งชิลเดอร์กัส (Schildergasse Shopping Centre)เป็นถนนช้อปปิ้งที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเมืองโคโลญ และยังเป็นหนึ่งในแหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมของประเทศเยอรมนีอีกด้วย โดยอาคารที่เป็นจุดเด่นของที่นี่คือห้าง Weltstadthaus ที่ตัวตึกล้อมรอบด้วยกระจกทั้งหลัง และถ้ามองจากด้านบนจะมีรูปทรงเหมือนปลาวาฬแหวกว่ายอยู่ท่ามกลางแหล่งช้อปปิ้ง ด้านในเป็นที่ตั้งของร้านเสื้อผ้า Peek & Cloppenburg นอกจากนี้ยังมีห้างร้านของสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำมากมายตั้งอยู่ในแหล่งช้อปปิ้งชิลเดอร์กัส อาทิเช่น Galeria Kaufhof, H&M, Zara, Adidas, Tommy Hilfiger และที่พลาดไม่ได้คือ The House of 4711 Original Eau De Cologne แหล่งต้นกำเนิดน้ำหอมชื่อดัง No. 4711 ที่นี่จึงเป็นถนนคนเดินที่ถูกใจนักช้อปปิ้งอีกแห่งหนึ่งของประเทศเยอรมนี

อ่านต่อ
บทความ

หอชมเมืองโคโลญไทรแองเกิล เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี

หอชมเมืองโคโลญไทรแองเกิล (Cologne Triangle / ชื่อภาษาเยอรมันคือ KölnTriangle) ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามมหาวิหารโคโลญ บริเวณด้านบนอาคารชั้นดาดฟ้าเป็นที่ตั้งของหอชมเมืองที่สามารถชมทัศนียภาพเมืองโคโลญอันสวยงามตราตรึงใจได้ในแบบพาโนรามา ผ่านรั้วกระจกที่มีชื่อสถานที่และภาพสัญลักษณ์กำกับไว้ให้นักท่องเที่ยวรู้จักสถานที่ที่เห็นผ่านกระจกบริเวณนั้นได้อย่างเข้าใจง่ายและรวดเร็ว จัดเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กและสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเมืองโคโลญ

อ่านต่อ
บทความ

10 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในเมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี

เมืองโคโลญ (Cologne / ชื่อภาษาเยอรมันคือ Köln) เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับที่สี่ของประเทศเยอรมนี รองจากเมืองเบอร์ลิน แฮมเบิร์ก และมิวนิค เมืองโคโลญตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศเยอรมนีในเขตลุ่มแม่น้ำไรน์ จึงมีสภาพภูมิประเทศเป็นพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำ

อ่านต่อ
บทความ

การเดินทางโดยการใช้ขนส่งสาธารณะในเมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

การเดินทางโดยการใช้ขนส่งสาธารณะในเมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี Traveling by Public Transportation in Berlin, Germany

อ่านต่อ
บทความ

การเดินทางโดยการใช้ขนส่งสาธารณะในเมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี

เมืองโคโลญเป็นเมืองเล็กๆ ที่มีเส้นทางของระบบขนส่งสาธารณะครอบคลุมทั่วเมืองทั้งรถไฟและรถประจำทาง โดยการเดินทางที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจะเป็นรถไฟ เพราะมีความสะดวกสบายและมีสถานีใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมต่างๆ โดยสถานีหลักของเมืองโคโลญคือ สถานีรถไฟกลางโคโลญ (Cologne Central Station)

อ่านต่อ
บทความ

10 มุมสวยถ่ายภาพมหาวิหารโคโลญ เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี

เมืองโคโลญเป็นเมืองเล็กๆ อยู่ทางตะวันตกของประเทศเยอรมนี มีสภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำไรน์เป็นแม่น้ำสายหลักไหลผ่านกลางตัวเมือง ทำให้เกิดพื้นที่ริมแม่น้ำขึ้นสองฝั่ง เมืองโคโลญไม่เพียงแค่มีทัศนียภาพทางธรรมชาติอันสวยงามแต่ยังมีความยิ่งใหญ่และมีเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของแลนด์มาร์กประจำเมือง อย่างมหาวิหารโคโลญที่มีหอคอยคู่ตั้งตระหง่านตัดกับสีของท้องฟ้าที่ต่างกันไปในแต่ละช่วงวัน และสะพานโฮเอินซอลเลิร์นที่ทอดข้ามแม่น้ำไรน์เชื่อมพื้นที่สองฝั่งเข้าไว้ด้วยกัน ปัจจัยเหล่านี้ทำให้มีบรรยากาศที่เหมาะแก่การพักผ่อนและเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังมีมุมถ่ายภาพที่สวยงามมากมายให้เก็บภาพความประทับใจอีกด้วย และ Palanla.com ได้รวบรวมมุมสวยถ่ายภาพแลนด์มาร์กยอดนิยมแห่งเมืองโคโลญมาฝากผู้ที่รักการเดินทางท่องเที่ยวและการถ่ายภาพไว้ดังต่อไปนี้

อ่านต่อ
บทความ

ย่านเมืองเก่าโคโลญ เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี

ย่านเมืองเก่าโคโลญ (Cologne Old Town / ชื่อภาษาเยอรมันคือ Altstädter Köln) เป็นเมืองเก่าที่มีอาคารบ้านเรือนเรียงรายอยู่ในตรอกทางเดินที่ปูด้วยหินใกล้กับสวนริมแม่น้ำไรน์และโบสถ์เกรทเซนต์มาร์ติน ด้านในมีโรงเบียร์ ผับ และร้านอาหารมากมายให้นักท่องเที่ยวได้มาลิ้มลองเครื่องดื่มขึ้นชื่ออย่างดราฟท์เบียร์ Kölsch หรืออาหารท้องถิ่นอย่างแซนด์วิช Halver Hahn นอกจากนี้ในบริเวณย่านเมืองเก่าโคโลญยังมีพิพิธภัณฑ์ อนุเสาวรีย์ อนุสรณ์สถานและประติมากรรมอันสวยงามและแปลกตาของน้ำพุ และรูปปั้นต่างๆ อีกด้วย

อ่านต่อ
บทความ

สถานีรถไฟกลางโคโลญ เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี

สถานีรถไฟกลางโคโลญ (Cologne Central Station / ชื่อภาษาเยอรมันคือ Köln Hauptbahnhof) เป็นสถานีหลักของเมืองโคโลญ และเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการรถไฟที่สำคัญที่สุดอีกแห่งหนึ่งในยุโรป เป็นจุดเชื่อมต่อขนส่งสาธารณะหลักที่มีเส้นทางครอบคลุมเมืองหลักๆ ในประเทศเยอรมนี และประเทศอื่นๆ ในแถบยุโรป ในทุกๆ วันจะมีรถไฟมากกว่า 1,300 ขบวนวิ่งให้บริการในเส้นทางระหว่างเมืองโคโลญไปยังจุดหมายปลายทางต่างๆ ในประเทศเยอรมนีและในประเทศที่อยู่รอบนอก จุดเด่นของสถานีรถไฟนี้คือมีรถไฟความเร็วสูงให้บริการไปมายังสนามบินโคโลญบอนน์ (Cologne/Bonn Airport station) และเมืองแฟรงค์เฟิร์ตที่สถานี Köln-Deutz railway station ในส่วนของขนส่งสาธารณะท้องถิ่นในก็มีความสะดวกสบายไม่แพ้กัน โดยมีเส้นทางครอบคลุมเขตต่างๆ ของเมืองโคโลญ และมีเวลาเดินรถให้เลือกได้ตามความต้อง

อ่านต่อ
บทความ

โบสถ์เกรทเซนต์มาร์ติน เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี

โบสถ์เกรทเซนต์มาร์ติน (Great St. Martin Church / ชื่อภาษาเยอรมันคือ Kath. Kirche Groß St. Martin) เป็นโบสถ์นิกายโรมันคาทอลิกตั้งอยู่ย่านเมืองเก่าริมแม่น้ำไรน์มาตั้งแต่ยุคกลาง ด้วยสถาปัตยกรรมที่มีลักษณะโดดเด่น มีหอคอยสี่ทิศล้อมรอบหลังคาโบสถ์ยอดแหลมประดับด้วยไม้กางเขนที่ด้านบน สามารถมองเห็นได้จากริมแม่น้ำไรน์ จึงเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กยอดนิยมของเมืองโคโลญ

อ่านต่อ
บทความ

มหาวิหารโคโลญ เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี

มหาวิหารโคโลญ (Cologne Cathedral / ชื่อภาษาเยอรมันคือ Kölner Dom) ตั้งอยู่กลางเมืองโคโลญ ริมแม่น้ำไรน์ (Rhine River) เป็นโบสถ์นิกายโรมันคาทอลิก สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิก โดดเด่นด้วยหอคอยคู่ตั้งตระหง่านอย่างยิ่งใหญ่ด้วยความสูง 157.38 เมตร ตัดกับเส้นขอบฟ้าที่เป็นฉากหลัง จัดเป็นแลนด์มาร์กของเมืองโคโลญคู่กับสะพานโฮเอินซอลเลิร์น (Hohenzollern Bridge) ที่ทอดข้ามแม่น้ำไรน์ นอกจากนี้มหาวิหารโคโลญยังเป็นที่ประดิษฐานหีบสามกษัตริย์ จึงเป็นหนึ่งในสถานที่แสวงบุญที่สำคัญที่สุดในยุโรป อีกทั้งยังเป็นสถานที่เก็บรวมรวมทรัพย์สมบัติทางประวัติศาสตร์อีกมากมาย และมีจุดชมวิวพาโนรามาบนหอคอยสูงอันน่าตื่นตาตื่นใจ มหาวิหารโคโลญได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) World Heritage Sites ในปี ค.ศ. 1996

อ่านต่อ
บทความ

พิพิธภัณฑ์ช็อกโกแลตเมืองโคโลญ เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี

พิพิธภัณฑ์ช็อกโกแลตเมืองโคโลญ (Cologne Chocolate Museum / ชื่อภาษาเยอรมันคือ Schokoladenmuseum Köln) เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งเมืองโคโลญ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำไรน์ (Rhine River) บริเวณท่าเรือไรโน (Rheinau harbour) ไม่ไกลจากมหาวิหารโคโลญ พิพิธภัณฑ์ช็อกโกแลตจัดแสดงเกี่ยวกับประวัติของช็อกโกแลตตั้งแต่แรกเริ่มจากการปลูกเมล็ดโกโก้ไปจนถึงกระบวนการผลิตช็อกโกแลตในโรงงาน รวมถึงวัฒนธรรมและของสะสมของแต่ละท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับช็อกโกแลตตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน และที่เป็นจุดเด่นที่สุดของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็คือ น้ำพุช็อคโกแลตความสูงราวสามเมตรนอกจากนี้ยังมีส่วนของคาเฟ่และร้านขายช็อกโกแลต ให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มลองรสชาติของช็อคโกแลตและขนมที่ทำจากช็อคโกแลตอันแสนอร่อยอีกด้

อ่านต่อ
บทความ

พิพิธภัณฑ์ลุดวิก เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี

พิพิธภัณฑ์ลุดวิก (Museum Ludwig) ก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ. 1976 เป็นสถานที่จัดแสดงผลงานศิลปะสมัยใหม่ (modern art) และยังเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกในเมืองโคโลญที่จัดแสดงศิลปะสมัยใหม่ นอกจากนี้ที่นี่ยังจัดแสดงงานศิลปะแนว Pop art และมีการจัดแสดงภาพเขียน Russian Avant-garde ที่มีอายุอยู่ในช่วงค.ศ. 1906 - ค.ศ. 1930 อีกทั้งยังมีผลศิลปะงานนับร้อยชิ้นของ Pablo Picasso อีกด้วย

อ่านต่อ
บทความ

กระเช้าลอยฟ้าโคโลญ เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี

กระเช้าลอยฟ้าโคโลญ (Cologne Cable Car / ชื่อภาษาเยอรมันคือ Rhein-Seilbahn) เป็นกระเช้าลอยฟ้าข้ามแม่น้ำไรน์ (Rhine River) ไปมาระหว่างฝั่งสวนสัตว์โคโลญทางด้านตะวันตก กับฝั่งสวนสาธารณะไรน์พาร์ค (Rheinpark) ทางด้านตะวันออกเพื่อชมวิวเมืองโคโลญอันน่าประทับใจจากด้านบนกระเช้า เป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทุกวัย โดยสามารถเลือกได้ว่าจะขึ้นเที่ยวเดียวหรือไปกลับ กระเช้าเปิดบริการทุกวันตั้งแต่เดือนเมษายนถึงเดือนตุลาคมของทุกปี

อ่านต่อ
บทความ

10 สถานที่เที่ยวยอดนิยมในเมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

เมืองเบอร์ลิน (Berlin) เมืองหลวงของประเทศเยอรมนี (Germany) ชื่อทางการของประเทศคือ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (Federal Republic of Germany) เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดและมีจำนวนประชากรมากที่สุดในประเทศ และมากเป็นอันดับสองของสหภาพยุโรปรองจากเมืองลอนดอน ทางด้านสภาพภูมิศาสตร์ ตัวเมืองเบอร์ลินตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ โดยมีลักษณะเป็นพื้นที่ราบลุ่มที่มีแม่น้ำสายหลักคือแม่น้ำชเปร (Spree) ตัดผ่านกลางตัวเมือง หนึ่งในสามของเมืองเป็นพื้นที่สีเขียวอย่างเช่น พื้นที่ป่า สวนสาธารณะ และแม่น้ำคูคลองต่างๆ ทางด้านสภาพภูมิอากาศ เบอร์ลินเป็นเมืองที่มีสภาพอากาศดี มีฤดูร้อนที่อบอุ่น และฤดูหนาวที่ไม่รุนแรง โดยฤดูร้อนจะอยู่ในช่วงเดือนเมษายน ถึง เดือนกันยายน มีอุณหภูมิเฉลี่ยราว 23 องศาเซลเซียส และฤดูหนาวอยู่ในช่วงเดือนตุลาคม ถึง เดือนมีนาคม มีอุณหภูมิเฉลี่ยราว 3 องศาเซลเซียส มีฝนตกเกือบตลอดปี ซึ่งช่วงที่มีปริมาณน้ำฝนสูงสุดของปีคือช่วงระหว่างเดือนมิถุนายน ถึง เดือนสิงหาคม

อ่านต่อ
บทความ

เสาชัยชนะ เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

เสาชัยชนะ (Victory Culumn / ชื่อภาษาเยอรมันคือ Siegessäule) เป็นอนุเสาวรีย์ที่มีความสูง 67 เมตร ด้านบนสุดประดับด้วยรูปปั้นเทพีวิกตอเรียสีทอง ซึ่งเป็นเทพีแห่งชัยชนะในตำนานของกรีกโรมันโบราณ ในอดีตสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะในสงครามของปรัสเซีย ปัจจุบันถือเป็นจุดแลนด์มาร์กยอดนิยมอีกแห่งของเมืองเบอร์ลินที่มีจุดชมวิวแบบพาโนรามา เสาชัยชนะตั้งอยู่ใจกลางสวนสาธารณะเทียร์การ์เทน (Tiergarten) บริเวณเกาะกลางของวงเวียน Der Große Stern (The Great Star) ที่มีถนนห้าสายมาบรรจบกัน ที่นี่ยังเป็นสถานที่ที่นายบารัค โอบามา ได้มากล่าวสุนทรพจน์ในปีค.ศ. 2008 ก่อนที่เขาจะได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาอีกด้วย

อ่านต่อ
บทความ

พระราชวังชาร์ล็อทเทินบวร์ค เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

พระราชวังชาร์ล็อทเทินบวร์ค (Schloss Charlottenburg) เป็นพระราชวังเก่า ครั้งหนึ่งเคยเป็นพระราชวังฤดูร้อน สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมรอคโคโค (Rococo architecture) ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะฝรั่งเศสผสมผสานกับสถาปัตยกรรมบาโรก เป็นการออกแบบตกแต่งที่เน้นความโอ่อ่าและหรูหรา ออกแบบโดยนายสถาปนิกโยฮัน อาร์น็อลท์ เนริง (Johann Arnold Nering) ชื่อของพระราชวังตั้งตามพระนามของพระนางโซฟี ชาร์ล็อท (Sophie Charlotte) พระชายาองค์แรกของพระเจ้าฟรีดริชที่ 3 แห่งนครบรันเดินบวร์คและดยุคแห่งรัฐปรัสเซีย ปัจจุบันเป็นพระราชวังที่งดงามและใหญ่โตที่สุดในกรุงเบอร์ลิน และเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนกรุงเบอร์ลินอีกด้วย

อ่านต่อ
บทความ

ศาลากลางสีแดง เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

ศาลากลางสีแดง (Rotes Rathaus) คือ ศาลากลางประจำเมืองเบอร์ลิน (Berlin City Hall) เป็นทั้งสำนักงานของนายกเทศมนตรี และสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของเมืองเบอร์ลิน ตัวอาคารสร้างด้วยอิฐสีแดงจึงเป็นที่มาของชื่ออาคารว่า Rotes Rathaus (ภาษาเยอรมัน rotes แปลว่า สีแดง และ rathaus แปลว่า ศาลากลาง) ศาลากลางนี้เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่ตั้งอยู่ใกล้กับ Alexanderplatz และ TV Tower ภายในอาคารมีห้องโถงและห้องจัดนิทรรศการที่ตกแต่งอย่างสวยงามหลายห้องไว้สำหรับจัดงานพิธีสำคัญต่างๆ และไว้ให้นักท่องเที่ยวได้มาเยี่ยมชม

อ่านต่อ
บทความ

อนุสรณ์สถานการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

อนุสรณ์สถานการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว (Memorial to the Murdered Jews of Europe) เป็นอนุสรณ์สถานที่สร้างอุทิศแด่เหยื่อชาวยิวกว่าหกล้านคนในเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และให้คนรุ่นหลังรำลึกถึงความหายนะในอดีต ความทรงจำอันน่าเศร้าสลด และยังเป็นเครื่องเตือนใจสำหรับคนยุคใหม่อีกด้วย สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 19,000 ตารางเมตร ใจกลางกรุงเบอร์ลิน ออกแบบโดย Peter Eisenman สถาปนิกชาวนิวยอร์ก ด้วยการวางแท่งคอนกรีตจำนวน 2,711 แท่งที่มีขนาดความสูงต่ำแตกต่างกันไปบนพื้นที่ที่ลาดเอียงเล็กน้อย โดยมีระยะช่องทางเดินในแต่ละช่อง เมื่อมองเผินๆ โครงสร้างโดยรวมจะคล้ายคลื่นไม่ว่าคุณจะยืนอยู่ตรงไหนก็ตาม โดยสถาปัตยกรรมนี้มีชื่อเรียกว่า Field of Stelae ที่นี่ยังแตกต่างจากอนุสรณ์สถานทั่วไปเพราะไม่มีจุดศูนย์กลางของสถานที่อย่างเช่น รูปปั้น หรือ เสาธง เหมือนอย่างที่อื่น เนื่องจากเป็นการออกแบบเชิงนามธรรม (Abstract) เปิดกว้างให้ผู้ที่มาเยือนตีความความรู้สึกที่สัมผัสได้เอาเอง เช่น บางคนอาจรู้สึกอึดอัด หรือบางคนอาจสัมผัสได้ถึงความไม่มั่นคง ความไม่แน่นอน นอกจากนี้ที่นี่ยังมีศูนย์ข้อมูล (Information Centre) ขนาด 800 ตารางเมตรตั้งอยู่ชั้นใต้ดิน จัดแสดงข้อมูลของเหยื่อ เช่น ชีวประวัติสั้นๆ รวมถึงหลักฐานทางประวัติศาสตร์อย่างเช่น จดหมายอำลา หรือภาพถ่ายของสถานที่ที่เกิดเหตุการณ์การทำลายล้าง และเนื่องจากศูนย์บริการข้อมูลนี้อาจมีภาพหรือเนื้อหาเกี่ยวกับความรุนแรง จึงมีการจำกัดอายุผู้เข้าชมสำหรับบุคคลอายุ 14 ปีขึ้นไปเท่านั้น

อ่านต่อ
บทความ

สะพานโอเบอร์บวม เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

สะพานโอเบอร์บวม (Oberbaum Bridge / ชื่อภาษาเยอรมันคือ Oberbaumbrücke) เป็นสะพานข้ามแม่น้ำชเปร (Spree) มีลักษณะเป็นสะพานสองชั้น ชั้นบนเป็นทางรถไฟ ชั้นล่างสำหรับยานพาหนะทั่วไป และมีทางเท้าสำหรับคนสัญจรไปมา โดยสะพานแห่งนี้ได้เชื่อมพื้นที่เขต Friedrichshain ในฝั่งตะวันออก กับเขต Kreuzberg ในฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเข้าไว้ด้วยกัน เหตุผลที่สะพานแห่งนี้นับเป็นจุดแลนด์มาร์กอีกแห่งหนึ่งของเมืองเบอร์ลิน ไม่ใช่เพียงแค่มีทัศนียภาพอันสวยงาม และสถาปัตยกรรมของสะพานที่โดดเด่นเท่านั้น แต่ยังเป็นสะพานประวัติศาสตร์ในช่วงการแบ่งแยกเยอรมนีอีกด้วย โดยสะพานโอเบอร์บวมเป็นเขตชายแดนที่เป็นจุดผ่านแดนระหว่างเยอรมนีตะวันออกและตะวันตก ซึ่งให้เฉพาะคนฝั่งตะวันตกผ่านเข้าฝั่งตะวันออกเท่านั้น และหลังการล่มสลายของกำแพงเบอร์ลินสะพานแห่งนี้จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ในเชิงเอกภาพที่เชื่อมกรุงเบอร์ลินทั้งสองฝั่งให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอีกครั้งหนึ่ง

อ่านต่อ
บทความ

หอส่งสัญญาณโทรทัศน์ เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

หอส่งสัญญาณโทรทัศน์ (TV Tower / ชื่อภาษาเยอรมันคือ Berliner Fernsehturm) สถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์แห่งกรุงเบอร์ลิน เมืองหลวงของประเทศเยอรมนี ด้วยความสูงเสียดฟ้าถึง 368 เมตรรวมเสาอากาศจึงเป็นแลนด์มาร์กที่สังเกตเห็นได้ง่ายที่สุดของเมือง และจัดเป็นหอคอยที่สูงที่สุดในยุโรปที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ด้านบนเป็นที่ตั้งของหอชมเมืองที่ระดับความสูง 203 เมตรที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพในมุมมอง 360 องศารอบเมืองเบอร์ลินและเมืองใกล้เคียงในระยะประมาณ 60 กิโลเมตรในวันที่ท้องฟ้าเปิด ภายในหอคอยยังมีห้องอาหารที่ระดับความสูง 207 เมตรที่จะหมุนรอบตัวเอง 360 องศาภายในเวลาครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมง ให้แขกที่มาเยือนได้นั่งรับประทานอาหารไปและชมวิวไปพร้อมกัน

อ่านต่อ
บทความ

สวนสาธารณะเทียร์การ์เทน เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

สวนสาธารณะเทียร์การ์เทน (Tiergarten) เป็นพื้นที่สีเขียวที่เปรียบเสมือนปอดของเมืองเบอร์ลิน ด้วยพื้นที่ครอบคลุมเนื้อที่ราว 210 เฮคตาร์ (1 เฮคตาร์ เท่ากับ 10,000 ตารางเมตร ดังนั้น 210 เฮคตาร์จึงเท่ากับพื้นที่ราว 2,100,000 ตารางเมตร) ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าไฮด์พาร์ค (Hyde Park) ของเมืองลอนดอนเล็กน้อย เป็นสถานที่ที่ชาวเมืองนิยมมาพักผ่อนหย่อนใจ ขี่จักรยาน เล่นเสก็ตบอร์ด เดินเล่นชมสวน วิ่งออกกำลังกาย นั่งปิกนิกบนสนามหญ้า พายเรือ และเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ ในบริเวณสวนตามอัธยาศัย สวนนี้ตั้งอยู่ใกล้กับศูนย์กลางของเมืองและสถานที่ท่องเที่ยวหลักอย่างเช่น ประตูบรันเดินบวร์ค (Brandenburg Gate) เสาชัยชนะ (Victory Column) สวนสัตว์เบอร์ลิน (Berlin Zoo) และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเบอร์ลิน (Aquarium Berlin)

อ่านต่อ
บทความ

จัตุรัสเจนดาร์เมนมาร์ค เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

จัตุรัสเจนดาร์เมนมาร์ค (Gendarmenmarkt) จัดเป็นจัตุรัสที่สวยที่สุดในกรุงเบอร์ลิน และตั้งอยู่ในศูนย์กลางของสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เป็นหนึ่งในบริเวณที่พลุกพล่านคึกคักของเมืองหลวง มีนักท่องเที่ยวมากกว่าล้านคนมาเยือนในแต่ละปี ด้วยทำเลที่นอกจากจะมีทั้งร้านค้า โรงแรม ร้านอาหาร ธนาคาร และห้างสรรพสินค้า และยังเป็นสถานที่รายล้อมด้วยอาคารที่มีสถาปัตยกรรมเก่าแก่สวยงาม เช่น อาคารจัดแสดงคอนเสิร์ต (Concert Hall) โบสถ์ฝรั่งเศส (French church) และโบสถ์เยอรมัน (German church) ให้เที่ยวชมและเรียนรู้ถึงวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในที่จัดงานตลาดคริสต์มาส (Christmas market) ของเมืองเบอร์ลินอีกด้วย

อ่านต่อ
บทความ

พิพิธภัณฑ์อัลเทอ เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

พิพิธภัณฑ์อัลเทอ (Alte Museum) หรือหอศิลป์แห่งชาติหลังเก่า (Old National Gallery / ภาษาเยอรมันคือ Alte Nationalgalerie) ของกรุงเบอร์ลิน สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 ช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งที่สามในจำนวนห้าพิพิธภัณฑ์ที่สร้างขึ้นบนเกาะพิพิธภัณฑ์ (Museum Island / Museumsinsel) กลางแม่น้ำชเปร (Spree) ตัวอาคารถูกออกแบบให้มีลักษณะคล้ายกับวิหาร บริเวณด้านบนของบันไดด้านหน้าที่ทอดยาวขึ้นสู่ตัวพิพิธภัณฑ์มีพระบรมรูปทรงม้าของกษัตริย์ฟรีดริชวิลเฮ็ล์มที่ 4 (King Friedrich Wilhelm IV) ตั้งอยู่รับกับตัวอาคารที่เป็นฉากหลังอย่างสง่างาม ภายในจัดแสดงผลงานศิลปะโบราณในช่วงสมัยศตวรรษที่17-19 อันมีชื่อเสียง อาทิเช่น ภาพเขียนของ Adolph Menzel รูปปั้นคู่ของ Princesses Luise และ Friederike of Prussia โดยฝีมือของ Johann Gottfried Schadow ภาพเขียนสีน้ำมันชื่อ Monk by the Sea โดย Caspar David Friedrich ศิลปินชาวเยอรมัน และภาพเขียนสีน้ำมันชื่อ In Summer โดย Pierre-Auguste Renoir เป็นต้น

อ่านต่อ
บทความ

พิพิธภัณฑ์นอยเอส เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

พิพิธภัณฑ์นอยเอส (Neues Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งที่สองที่ถูกสร้างขึ้นบนเกาะพิพิธภัณฑ์ (Museum Island / Museumsinsel) กลางแม่น้ำชเปร (Spree) ในกรุงเบอร์ลิน ปัจจุบันที่นี่จัดแสดงของล้ำค่าหาชมได้ยากกว่า 9,000 ชิ้น โดยแบ่งออกเป็นสามโซน ได้แก่ ผลงานศิลปะและของสะสมของชาวอียิปต์โบราณ สิ่งของโบราณที่มีอายุก่อนประวัติศาสตร์ และผลงานศิลปะของกรีกโรมันโบราณ ซึ่งสิ่งเหล่านี้นับเป็นชิ้นส่วนสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ได้จากการสำรวจพบจากดินแดนของยุโรป และดินแดนตะวันออกกลางในอดีต บางส่วนมีอายุตั้งแต่ก่อนยุคหินไปจนถึงยุคกลาง ตัวอย่างสิ่งที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากเช่น ประติมากรรมจำลองราชินีเนเฟอร์ตีติ (Nefertiti Bust) รูปสลักกรีนเฮด (Green Head) จารึกต่างๆ บนกระดาษปาปิรุส (Papyrus texts) จากดินแดนอียิปต์โบราณ รวมถึงสิ่งที่เก่าแก่ที่สุดอย่างขวานโบราณอายุ 700,000 ปีจากยุคหินเก่า เรียกได้ว่าพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นแหล่งรวบรวมวิวัฒนาการทางด้านศิลปะ และสถาปัตยกรรมของมนุษย์ในแต่ละยุคสมัยจากดินแดนเกือบทั่วโลกเอาไว้ในที่เดียว

อ่านต่อ
บทความ

พิพิธภัณฑ์เพอร์กามอน เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

พิพิธภัณฑ์เพอร์กามอน (Pergamon Museum / Pergamonmuseum) เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งที่ห้าตั้งอยู่บนเกาะพิพิธภัณฑ์ (Museum Island) กลางแม่น้ำชเปร (Spree) ในเมืองเบอร์ลิน พิพิธภัณธ์แห่งนี้เต็มไปด้วยสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับผู้ที่หลงใหลในโบราณสถานและโบราณวัตถุ เพราะได้เก็บรักษาและรวบรวมสิ่งที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของตะวันออกโบราณ อิหร่าน คาบสมุทรแถบเอเชียตะวันตก อียิปต์ และดินแดนยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีทั้งโบราณวัตถุและโบราณสถานที่เคยยิ่งใหญ่รุ่งเรืองในยุคหลายร้อยปีก่อนและหลังคริสตกาล บางส่วนผุพังและได้รับความเสียหายไปตามกาลเวลา แต่เมื่อถูกค้นพบ จึงได้รับการบูรณะซ่อมแซมแล้วย้ายมาเก็บรักษาไว้ที่นี่ ตัวอย่างเช่น ประตูเมืองอิชตาร์แห่งนครบาบิโลน (Ishtar Gate of Babylon) แท่นบูชาเพอร์กามอน (Pergamon Altar) อายุ 150 ปีก่อนคริสตกาล ของกรีกโบราณ (ส่วนนี้ปิดปรับปรุงถึงปี 2024) ประตูตลาดมิเลตุส (Market Gate of Miletus) ช่วงศตวรรษที่ 2 หลังคริสตกาลในสมัยโรมัน และกำแพงหินมัชชาตาฟาเคด (Mschatta Façade) หนึ่งในชิ้นส่วนโบราณสถานของปราสาทในทะเลทรายประเทศจอร์แดนที่สะท้อนศิลปะของชาวอิสลามโบราณ ดังนั้นสิ่งที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงนับว่ามีคุณค่ามหาศาล คุ้มค่าต่อการเข้าชม เพราะไม่สามารถหาดูได้จากที่ไหนได้อีก

อ่านต่อ
บทความ

พิพิธภัณฑ์โบด เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

พิพิธภัณฑ์โบด (Bode Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งที่สี่ในห้าพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ตั้งอยู่บนเกาะพิพิธภัณฑ์ (Museum Island / Museumsinsel) กลางแม่น้ำชเปร (Spree) ใจกลางกรุงเบอร์ลิน ซึ่งเกาะนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) World Heritage Sites ในปี ค.ศ. 1999 พิพิธภัณฑ์โบดตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดบนเกาะพิพิธภัณฑ์ เป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากบรรดานักท่องเที่ยวผู้หลงใหลในผลงานศิลปะ เพราะที่นี่จัดแสดงผลงานประติมากรรม ชุดสะสมเหรียญโบราณ และผลงานศิลปะในยุคไบแซนไทน์ (Byzantine Art) ในช่วงศตวรรษที่ 13 ถึง 18 อันเก่าแก่ ทรงคุณค่า และหาดูได้ยากไว้อย่างมากมาย

อ่านต่อ
บทความ

จัตุรัสอเล็กซานเดอร์พลัทซ์ เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

จตุรัสอเล็กซานเดอร์พลัทซ์ (Alexanderplatz) หรือที่คนส่วนใหญ่เรียกสั้นๆ ว่า อเล็กซ์ (Alex) เป็นจัตุรัสกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเยอรมนี เป็นสถานที่ที่มีความคึกคักและพลุกพล่านแห่งหนึ่งของกรุงเบอร์ลิน มีจำนวนผู้คนสัญจรไปมากว่าสามแสนคนต่อวัน เพราะเป็นศูนย์กลางทางตะวันออกของกรุงเบอร์ลินและเป็นจุดเชื่อมต่อขนส่งสาธารณะแห่งใหญ่ที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นรถไฟ รถราง และรถประจำทาง ที่นี่เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้า ร้านค้า โรงภาพยนตร์ ร้านอาหาร และในละแวกนั้นยังมีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ในระยะที่สามารถเดินท่องเที่ยวได้ อย่างเช่น หอกระจายภาพโทรทัศน์ (TV Tower) ที่ว่าการเมืองสีแดง (Rotes Rathaus) และมหาวิหารเบอร์ลิน (Berlin Cathedral) เป็นต้น จัดได้ว่าเป็นจุดนัดพบและจุดศูนย์กลางในการเริ่มต้นท่องเที่ยวเมืองเบอร์ลิน นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นที่จัดนิทรรศการขนาดใหญ่อยู่เสมอ และมี Christmas market ในช่วงปลายปีอีกด้วย

อ่านต่อ
บทความ

พิพิธภัณฑ์อัลเทส เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

พิพิธภัณฑ์อัลเทส (Altes Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์เก่าแก่ และเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกในจำนวนห้าพิพิธภัณฑ์ ที่ถูกสร้างขึ้นบนเกาะพิพิธภัณฑ์ (Museum Island / ภาษาเยอรมันคือ Museumsinsel) กลางแม่น้ำชเปร (Spree) ในกรุงเบอร์ลิน ตัวอาคารมีความอลังการโดดเด่น สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ผู้ที่มาเที่ยวชม เพราะถูกสร้างโดยอิงแบบจากวิหารแพนธีออน (The Pantheon) ในกรุงโรม (Rome) ด้วยสถาปัตยกรรมกรีกโรมันโบราณ (Neoclassical architecture) ในรูปแบบเสาหินขนาดมหึมาจำนวนสิบแปดต้นเรียงรายทอดยาวสร้างความโอ่อ่าให้กับตัวอาคาร รวมถึงขั้นบันไดหินกว้าง และภายในห้องโถงทรงกลมขนาดใหญ่รายล้อมด้วยรูปสลักโบราณ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นแหล่งสะสมโบราณวัตถุอันน่าทึ่งมากมายจากกรีซ (Greece) โรมัน (Roman) และอีทรัสคัน (Etruscan) ในช่วงศตวรรษที่ 1 ก่อนคริสตกาล มีตั้งแต่สมบัติชิ้นเล็กชิ้นน้อยอย่าง เหรียญ เครื่องประดับ แจกัน ไปจนถึงผลงานศิลปะและประติมากรรมขนาดใหญ่ เช่น ผลงานประติมากรรมศีรษะของซีซาร์ (Caesar) และพระนางคลีโอพัตรา (Cleopatra) เป็นต้น พิพิธภัณฑ์อัลเทสได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO World Heritage Site) ในปีค.ศ. 1993 และเกาะพิพิธภัณฑ์ก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO World Heritage Site) เช่นกันในปีค.ศ. 1999

อ่านต่อ
บทความ

มหาวิหารเบอร์ลิน เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

มหาวิหารเบอร์ลิน (Berlin Cathedral Church / ภาษาเยอรมันคือ Berliner Dom) เป็นโบสถ์นิกายโปรเตสแตนต์ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเบอร์ลิน ที่นี่เป็นทั้งศาสนาสถานและแลนด์มาร์กของเมือง และยังเคยเป็นคริสตจักรประจำราชวงศ์โฮเอินท์ซ็อลเลิร์น (Hohenzollern dynasty) ราชวงศ์กษัตริย์แห่งปรัสเซียและเยอรมนี ในปัจจุบันที่นี่ยังคงฐานะโบสถ์หลวงและมหาวิหารซึ่งให้บริการคริสตศาสนิกชนนิกายโปรเตสแตนต์ในกรุงเบอร์ลินและพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงเปิดให้นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวชมความสวยงามของมหาวิหารที่ได้รับการออกแบบและตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงและประณีตสวยงามทั้งสถาปัตยกรรมด้านนอกและการตกแต่งภายในโบสถ์ด้วยกระจกโมเสกสีสันสดใส พร้อมทั้งภาพจิตรกรรมที่บอกเล่าเรื่องราวของศาสนาคริสต์ นอกจากนี้ยังมีส่วนห้องใต้ดินที่ใช้เป็นที่เก็บรักษาหีบพระศพของราชวงศ์โฮเอินท์ซ็อลเลิร์น และที่พลาดไม่ได้ก็คือการขึ้นไปยังด้านบนโดม (Cathedral dome) เพื่อชมวิวพาโนรามา 360 องศาอันน่าตื่นตาตื่นใจ มหาวิหารเบอร์ลินจึงจัดเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวเมืองเบอร์ลิน

อ่านต่อ
บทความ

เช็คพอยท์ชาร์ลี เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

เช็คพอยท์ชาร์ลี (Checkpoint Charlie) หรือด่านชาร์ลี แต่เดิมเป็นด่านตรวจเข้าออกพรมแดนระหว่างเยอรมนีตะวันออกและเยอรมนีตะวันตกในช่วงสงครามเย็น (Cold War) ตั้งอยู่บริเวณหัวมุมถนนฟรีดริชสตราสเซอ (Friedrichstraße) และซิมเมอร์สตราสเซอ (Zimmerstraße) และยังเป็นบริเวณที่เกิดเหตุการณ์ประวัติศาสตร์การเผชิญหน้ากันของรถถังอเมริกากับโซเวียตในปี ค.ศ. 1961 ในปัจจุบันเช็คพอยท์ชาร์ลีเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมในกรุงเบอร์ลิน โดยมีการจำลองด่าน ธงชาติ ป้ายประกาศ และแผงกระสอบทรายกันกระสุนไว้ตรงที่เดิม พร้อมนักแสดงที่ใส่ชุดทหารประกอบ เพื่อสร้างบรรยากาศในยุคนั้นให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่คึกคักของอาคารร้านค้าสองข้างทางในยุคนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพเป็นที่ระลึก และยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับการแต่งนวนิยายแนวสืบสวนชื่อดังอย่างเช่นเรื่อง James Bond in Octopussy ไปจนถึง The Spy Who Came In From The Cold

อ่านต่อ
บทความ

รัฐสภาแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

รัฐสภาแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (German Bundestag / ภาษาเยอรมันคือ Deutscher Bundestag) เป็นที่ประชุมสภาของประเทศเยอรมนี ตั้งอยู่ที่อาคารไรชส์ทาค (Reichstag Building) ในกรุงเบอร์ลิน สิ่งที่น่าสนใจของอาคารไรชส์ทาคแห่งนี้คือโดมแก้วขนาดใหญ่ (Reichstag Dome) ด้านบนสุดของอาคารที่ได้รับการออกแบบอย่างสวยงามและทันสมัย โดยมีระบบกระจกที่สามารถควบคุมแสงและพลังงานความร้อนได้ตามสภาพอากาศ และไม่เพียงแค่สามารถมองเห็นวิว 360 องศาของเมืองเบอร์ลิน แต่ยังสามารถมองเห็นห้องประชุมสภาที่อยู่ด้านล่างได้อีกด้วย นอกจากนี้ภายในโดมแก้วยังมีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับรัฐสภาให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ โดยบริเวณโดมเปิดให้เข้าชมฟรีแต่ต้องมีการลงทะเบียนล่วงหน้าในเว็บไซต์ ที่นี่จัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของกรุงเบอร์ลินอีกแห่งหนึ่ง

อ่านต่อ
บทความ

เบเบลพลัทซ์ เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

จัตุรัสเบเบลพลัทซ์ (Bebelplatz) เป็นจตุรัสสาธารณะที่ล้อมรอบด้วยเหล่าอาคารที่มีสถาปัตยกรรมอันสวยงามและโดดเด่นอย่างเช่น โรงอุปรากรเบอร์ลิน (Berlin State Opera / Deutsche Staatsoper) โบสถ์เซนต์เฮดวิก (St. Hedwig’s Cathedral) นิกายโรมันคาทอลิก โรงแรมโฮเทลเดอโรม (Hotel de Rome) หอสมุดเก่าเบอร์ลิน (Alte Bibliothek) และพระราชวังเก่า (Altes Palais) ด้านหน้าจัตุรัสติดกับถนนอุนเทอร์ เดน ลินเดน (Unter den Linden) ถนนที่มุ่งหน้าสู่ประตูบรันเดินบวร์ค (Brandenburg Gate) นอกจากสถาปัตยกรรมอันสวยงามของอาคารที่ล้อมรอบ ที่นี่ยังเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์เยอรมนีอีกด้วย

อ่านต่อ
บทความ

ประตูบรันเดินบวร์ค เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

ประตูบรันเดินบวร์ค (Brandenburg Gate / ภาษาเยอรมันคือ Brandenburger Tor) เป็นประตูเมืองเก่าที่ปัจจุบันเป็นแลนด์มาร์กขนาดใหญ่ใจกลางเมืองเบอร์ลิน และเป็นฉากหลังของประวัติศาสตร์สำคัญมากมายมานับร้อยปี ไม่ว่าจะเป็นในยุคสงคราม ยุคแบ่งแยกประเทศ จนถึงวันรวมชาติเยอรมนี จึงได้ชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งเอกภาพและสันติภาพ สร้างขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่17 ตามพระราชโองการของพระเจ้าฟรีดริช วิลเฮล์มที่ 2 แห่งปรัสเซีย (Friedrich Wilhelm II, Emperor of Prussia) ออกแบบโดย คาร์ล ก็อทท์ฮาร์ด แลงฮานส์ (Carl Gotthard Langhans) โดยใช้รูปแบบสถาปัตยกรรมกรีกโรมันโบราณ (Neoclassical Architecture) ให้มีลักษณะคล้ายกับประตูเอเธนส์ (Athens) โดยประกอบด้วยเสาหินทราย ขนาดใหญ่ ฝั่งละ 6 ต้น รวม จำนวน 12 ต้น มีทางเข้าออก 5 ทาง ด้านบนของประตูประดับด้วยประติมากรรมควอดริกา (Quardriga) เป็นรูปปั้นของเทพีวิกตอเรีย (Victoria) เทพีแห่งชัยชนะของโรมัน ประทับอยู่บนราชรถเทียมม้าสี่ตัว ประตูแห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของกรุงเบอร์ลิน

อ่านต่อ
บทความ

เบอร์ลินวอลเมมโมเรียล เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

เบอร์ลินวอลเมมโมเรียล (Berlin Wall Memorial หรือในภาษาเยอรมันคือ Gedenkstätte Berliner Mauer) เป็นอนุสรณ์สถานให้ระลึกถึงเหตุการณ์ครั้งแบ่งแยกประเทศเยอรมนีด้วยกำแพงเบอร์ลิน อนุสรณ์สถานแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเบอร์ลิน เมืองหลวงของประเทศ ริมถนน Bernauer Strasse (Bernauer Straße) มีความยาว 1.4 กิโลเมตร อนุสรณ์สถานแห่งนี้ประกอบด้วยส่วนของนิทรรศการกลางแจ้งจัดแสดงชิ้นส่วนที่หลงเหลืออยู่ของกำแพงเบอร์ลินพร้อมกับพื้นที่ที่อยู่ลึกไปด้านหลังกำแพงประมาณ 60 เมตรเพื่อถ่ายทอดให้เห็นภาพเรื่องราวในอดีตจนกระทั่งถึงยุคล่มสลายของกำแพงเบอร์ลิน นอกจากนี้ยังมีส่วนของศูนย์การเรียนรู้ที่จัดแสดงข้อมูลและสิ่งที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของกำแพงเบอร์ลินซึ่งช่วยให้ผู้ที่มาเที่ยวชมเข้าใจประวัติศาสตร์ของการแบ่งแยกเยอรมนีได้ง่ายขึ้น และยังมีหอสวด (The Chapel of Reconciliation) ที่สร้างขึ้นบริเวณเดียวกันกับโบสถ์ (Reconciliation Church) ที่ถูกรื้อถอนไปในสมัยก่อน อนุสรณ์สถานแห่งนี้อยู่ในความดูแลของมูลนิธิกำแพงเบอร์ลิน (Berlin Wall Foundation)

อ่านต่อ
บทความ

เบอร์ลินวอลอีสท์ไซด์แกลเลอรี่ เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

เบอร์ลินวอลอีสท์ไซอีสท์ไซด์แกลลอรี (Berlin Wall East Side Gallery) คือชิ้นส่วนกำแพงที่ยาวที่สุดของกำแพงเบอร์ลินที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ในรูปแบบแกลเลอรี่กลางแจ้ง ตั้งอยู่บนถนนมูห์เลนสตราบ (Mühlenstraße / Mühlenstrasse) ใกล้กับสะพานโอเบอร์บวม (Oberbaum Bridge) แกลเลอรี่กลางแจ้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการล่มสลายของกำแพงเบอร์ลิน ด้วยจำนวนศิลปิน 118 คนจาก 21 ประเทศ ได้ออกแบบผลงานศิลปะลงบนชิ้นส่วนกำแพงขนาดยาว 1.3 กิโลเมตรที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของเขตพรมแดน ให้เป็นแกลเลอรี่กลางแจ้งที่ยาวที่สุดในโลก อนุสรณ์สถานในรูปแบบแกลเลอรี่กลางแจ้งแห่งนี้เป็นทั้งสัญลักษณ์แห่งความสุขในการสิ้นสุดการแบ่งแยกประเทศเยอรมนีและยังเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ให้หวนระลึกถึงความไร้มนุษยธรรมของระบอบการปกครองของเยอรมันตะวันออกในยุคนั้น ปัจจุบันนี้ที่นี่กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเบอร์ลิน โดยเปิดตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน และไม่เสียค่าเข้าชม

อ่านต่อ
บทความ

การขอวีซ่าเชงเก้น

นักท่องเที่ยวที่ต้องการยื่นคำร้องขอวีซ่าเชงเก้น เพื่อเดินทางท่องเที่ยวประเทศต่างๆ ที่อยู่ในข้อตกลงเชงเก้น 26 ประเทศ สามารถยื่นคำร้องขอวีซ่าได้โดยการยื่นผ่านสถานทูตโดยตรง หรือยื่นผ่านศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า (VFS) หรือยื่นผ่านศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า (BLS) ขึ้นอยู่กับการกำหนดของแต่ละประเทศ ซึ่งคำร้องขอวีซ่าทั้งหมดจะถูกส่งไปพิจารณาที่สถานทูตประเทศนั้นๆ ประจำประเทศไทยต่อไป

อ่านต่อ