• อ่าน(786)
  • By

สถานที่อื่นๆที่น่าสนใจ

จัตุรัสเปียซซ่าซานมาร์โค และ หอระฆังซานมาร์โค เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

จัตุรัสเปียซซ่าซานมาร์โค หรือ จตุรัสเซนต์มาร์ค (Piazza San Marco / St. Mark’s Square) เป็นจัตุรัสที่เป็นศูนย์กลางของเมืองเวนิส บริเวณจัตุรัสล้อมรอบด้วยแลนด์มาร์กสำคัญของเมือง อย่างเช่น มหาวิหาร หอนาฬิกา พระราชวัง พิพิธภัณฑ์ ศูนย์นิทรรศการ และหอสมุด และมีด้านที่ติดกับชายฝั่งทะเล ซึ่งจักรพรรดินโปเลียน (Napoleon) อดีตจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่แห่งฝรั่งเศสเคยกล่าวไว้ว่าที่นี่เป็นดั่งห้องรับรองที่สวยที่สุดในโลก นอกจากนี้ บริเวณจัตุรัสยังโดดเด่นด้วยหอระฆังซานมาร์โค หรือ หอระฆังเซนต์มาร์ค (San Marco Campanile / St. Mark’s Campanile) ความสูง 99 เมตรซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมทัศนียภาพอันน่าประทับใจของเมืองเวนิสและชายฝั่งทะเลได้จากด้านบน ด้วยเหตุนี้ จัตุรัสเปียซซ่าซานมาร์โคและหอระฆังซานมาร์โค จึงได้รับนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เพราะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสวยงามของสถาปัตยกรรมเก่าแก่โดยรอบ และยังมีทัศนยีภาพอันสวยงามของเมืองริมฝั่งทะเลให้เที่ยวชม

อ่านต่อ

เกาะมูราโน่ เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

เกาะมูราโน่ (Murano) ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองเวนิส โดดเด่นด้วยอาคารบ้านเรือนหลากสีเรียงราย และโบราณสถานซึ่งสร้างด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่อย่างเช่น โบสถ์ หอนาฬิกา และพระราชวังเก่า อีกทั้งยังเป็นแหล่งผลิตเครื่องแก้วที่มีความวิจิตรบรรจงและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่นี่จึงเป็นแหล่งของช่างฝีมือเครื่องแก้วที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของโลก และเป็นศิลปาชีพท้องถิ่นที่สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านบนเกาะ รวมถึงยังเป็นอีกหนึ่งจุดขายในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวด้วยการจัดทัวร์ชมการผลิตเครื่องแก้วในโรงงานอย่างใกล้ชิด ที่นี่จึงเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเมืองเวนิสที่นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะได้ชมกระบวนการผลิตเครื่องแก้ว และยังได้เที่ยวชมสถาปัตยกรรมเก่าแก่บนเกาะที่มีประวัติศาสตร์หลายร้อยปีอีกด้วย

อ่านต่อ

10 มุมสวยถ่ายภาพเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

เมืองเวนิส (Venice) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งสายน้ำและความโรแมนติก เพราะเป็นเมืองที่มีทัศนียภาพอันสวยงามของท้องทะเล และมีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่มากมายให้เที่ยวชมและถ่ายภาพเป็นที่ระลึก โดยทาง Palanla.com ได้คัดสรรมุมสวยถ่ายภาพเมืองเวนิสรวมถึงแลนด์มาร์กต่างๆ มาฝากผู้ที่รักการเดินทางท่องเที่ยวและการถ่ายภาพไว้ดังต่อไปนี้

อ่านต่อ

10 สถานที่เที่ยวยอดนิยมในเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

เมืองเวนิส (Venice / Venezia) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี (Italy) ในพื้นที่ของแคว้นเวเนโต (Veneto Region) ซึ่งเป็นแคว้นที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 8 ของประเทศอิตาลี แคว้นนี้มีเกาะเล็กเกาะน้อยภายในอาณาบริเวณอยู่ราวหนึ่งร้อยกว่าเกาะ โดยเมืองเวนิสนั้นเป็นเมืองเอกของแคว้นเวเนโตและยังเป็นเมืองที่คนทั่วโลกขนานนามว่าเป็น “เมืองแห่งสายน้ำและความโรแมนติก” เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่เป็นหมู่เกาะที่มีกระแสน้ำทะเลไหลเซาะเข้าไปในฝั่งจนเกิดเป็นคลองสีเขียวอมฟ้าขนาดใหญ่ใจกลางเมืองที่มีชื่อว่า “คลองแกรนด์คาแนล (Grand Canal)” ซึ่งเป็นคลองสายหลักที่ใช้สัญจรไปมาโดยเรือหลากหลายประเภทอย่างเช่น “Water-bus” ซึ่งเป็นเรือขนส่งสาธารณะหลักของเมือง และ “เรือกอนโดล่า (Gondola)” ซึ่งเป็นเรือท้องถิ่นประจำเมืองเวนิส ประกอบกับทิวทัศน์บริเวณสองฝั่งคลองที่เรียงรายด้วยอาคารและสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่หลายแห่ง เกิดเป็นทัศนียภาพอันสวยงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของวิถีชีวิตแห่งเวนิสที่สร้างความประทับใจให้กับเหล่านักท่องเที่ยวที่มาเยือน

อ่านต่อ

เทศกาลเวนิสคาร์นิวัล เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

เวนิส คาร์นิวัล (Venice Carnival) เป็นเทศกาลระดับโลกที่จัดขึ้นทุกปีในเมืองเวนิส เป็นเทศกาลที่ผู้คนจากทั่วสารทิศจะสวมหน้ากากที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงและแต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองโบราณของชาวเวเนเชียนออกมาเดินพาเหรด เต้นรำเฉลิมฉลอง สนุกสนานเพลิดเพลินกับดนตรีสดบริเวณจัตุรัส และสถานที่สำคัญต่างๆ ภายในเมือง โดยเทศกาลนี้จะจัดขึ้นประมาณช่วงปลายเดือนมกราคมหรือต้นเดือนกุมภาพันธ์ และกินระยะเวลาประมาณสองสัปดาห์ และจะจบลงในวัน Shrove Tuesday ซึ่งเป็นวันฉลองก่อนถึงเทศกาลถือศีลอดของศาสนาคริสต์ โดยพื้นที่ยอดนิยมที่ผู้คนนิยมมารวมตัวกันคือบริเวณจัตุรัสเปียซซ่าซานมาร์โค เพราะเป็นมุมถ่ายรูปยอดนิยมที่เต็มไปด้วยแลนด์มาร์กโบราณสถานอันสวยงามประจำเมืองเวนิส

อ่านต่อ

เกาะซานจิออร์จิโอแม็กจิออเร่ เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

เกาะซานจิออร์จิโอแม็กจิออเร่ (San Giorgio Maggiore) เป็นเกาะเล็กๆ ที่อยู่ทางตอนใต้ของเมืองเมืองเวนิส ตรงข้ามกับจตุรัสเปียซซ่าซานมาร์โค โดดเด่นด้วยโบสถ์หินอ่อนเก่แก่สีขาวที่มีโดมขนาดใหญ่ด้านบน และหอระฆังความสูง 63 เมตรที่ด้านบนเป็นหอชมเมืองซึ่งสามารถชมทัศนียภาพอันสวยงามของเมืองเวนิส และเห็นแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองเวนิสได้หลายแห่ง อาทิเช่น หอระฆังซานมาร์โคและพระราชวังปาลัซโซ่ดูคาเลที่ตั้งอยู่ในฝั่งตรงข้าม อีกทั้งยังสามารถชมทิวทัศน์อันน่าประทับใจของท้องทะเลและหมู่เกาะต่างๆ ในบริเวณใกล้เคียงได้โดยรอบ เกาะนี้จึงเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กของเมืองเวนิสที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมากอีกแห่งหนึ่ง

อ่านต่อ

เกาะบูราโน่ เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

เกาะบูราโน่ (Burano) เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมงอันสงบสุข โดดเด่นด้วยอาคารบ้านเรือนสีสันสดใสเรียงรายอยู่บนเกาะ และหอเอียงแห่งบูราโน่ (Burano's Leaning Bell Tower) ซึ่งเป็นหอระฆังความสูง 53 เมตรที่มีความเอียงจากการทรุดตัวของพื้นดินด้านล่าง นอกจากทัศนียภาพอันสวยงามบนเกาะแล้ว ที่นี่ยังมีชื่อเสียงด้านงานหัตถศิลป์ในการถักทอผ้าลูกไม้ ซึ่งจัดเป็นศิลปาชีพท้องถิ่นของเกาะแห่งนี้ที่สร้างรายได้จำนวนมากให้กับชาวบ้าน โดยนักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ผ้าลูกไม้เมอร์เล็ตโต (Museo del Merletto) ที่จัดแสดงความเป็นมาของการผลิตผ้า และยังมีร้านค้าและร้านขายของที่ระลึกให้ซื้อสินค้าติดมือกลับไปได้อีกด้วย นอกจากนี้ เนื่องด้วยเป็นหมู่บ้านชาวประมง ของขึ้นชื่อของที่นี่จึงเป็นความสดของปลาทะเลที่นักท่องเที่ยวสามารถลิ้มลองรสชาติได้จากร้านอาหารต่างๆ ที่อยู่บนเกาะ เกาะบูราโน่จึงเป็นหนึ่งในหมู่เกาะของเวนิสที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

อ่านต่อ

คลองแกรนด์คาแนล เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

คลองแกรนด์คาแนล (Grand Canal / Canalazzo) เป็นคลองใหญ่ใจกลางเมืองเวนิส และยังเป็นเส้นทางคมนาคมสายหลักของเมืองอีกด้วย ในคลองแกรนด์คาแนลมีเรือสัญจรไปมามากมาย ทั้งเรือสาธารณะอย่าง Water-bus เรือแท็กซี่เฟอร์รี่ และ และเรือกอนโดล่าซึ่งเป็นเรือพายท้องถิ่นที่นักท่องเที่ยวนิยมใช้บริการเพื่อที่จะได้ล่องเรือเที่ยวชมความสวยงามของทัศนียภาพสองฝั่งคลองอย่างใกล้ชิด บริเวณริมคลองสองฝั่งโดดเด่นด้วยอาคารบ้านเรือนที่มีความหลากหลายทางด้านสถาปัตยกรรมในยุคต่างๆ ด้วยเหตุนี้ คนทั่วโลกจึงมักจะนึกถึงภาพคลองแกรนด์คาแนลเป็นอันดับแรกเมื่อกล่าวถึงเมืองเวนิส เพราะเป็นภาพสะท้อนบรรยากาศและวิถีชีวิตของเมืองแห่งสายน้ำและความโรแมนติกที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเมืองแห่งนี้

อ่านต่อ

มหาวิหารซานมาร์โค และ พิพิธภัณฑ์ซานมาร์โค เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

มหาวิหารซานมาร์โค หรือ มหาวิหารเซนต์มาร์ค (Basilica di San Marco / St. Mark's Basilica) ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของจัตุรัสเปียซซาซานมาร์โค หรือ จตุรัสเซนต์มาร์ค (Piazza San Marco / St. Mark's Square) มหาวิหารแห่งนี้เป็นมหาวิหารประจำเมืองเวนิส ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานร่างของนักบุญซานมาร์โค หรือ นักบุญมาร์ค อัครสาวกของพระเยซูคริสต์ ที่นี่จึงเป็นมหาวิหารเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี เป็นศูนย์รวมใจของคริสตศาสนิกชน และเป็นแลนด์มาร์กที่มีสถาปัตยกรรมผสมผสานที่สวยงามล้ำค่า โดดเด่นด้วยรูปปั้นนักบุญมาร์คที่ด้านบนจั่วและสัญลักษณ์สิงโตทองมีปีก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเวนิส นอกจากนี้ยังมีส่วนของพิพิธภัณฑ์ซานมาร์โค หรือ พิพิธภัณฑ์เซนต์มาร์ค (Museo di San Marco / St. Mark’s Museum) ที่เก็บรักษาและจัดแสดงโบราณวัตถุ และศิลปะเชิงประวัติศาสตร์มากมายที่หาดูได้ยาก ที่นี่จึงเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งของเมืองเวนิสที่คุ้มค่าต่อการมาเที่ยวชม

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ศิลปะเป็กกี้ กุกเกนไฮม์ คอลเลคชั่น เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

พิพิธภัณฑ์ศิลปะเป็กกี้ กุกเกนไฮม์ คอลเลคชั่น (Peggy Guggenheim Collection) ตั้งตามชื่อของเป็กกี้ กุกเกนไฮม์ (Peggy Guggenheim) บุคคลสำคัญผู้มีใจรักและให้การสนับสนุนในด้านผลงานศิลปะร่วมสมัยที่มีชีวิตอยู่ในช่วงค.ศ.1898 – ค.ศ.1979 พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งนี้ตั้งอยู่ริมคลองแกรนด์คาแนลใกล้กับสะพานแอคคาเดเมีย (Ponte dell'Accademia) อาคารพิพิธภัณฑ์แต่เดิมคือพระราชวังเก่าปาลัซโซ่เวนิเยร์เดอีลีโอนี (Palazzo Venier dei Leoni) ที่เป็กกี้ได้ซื้อไว้ในปี ค.ศ. 1949 และปรับเปลี่ยนโครงสร้างภายนอกและการตกแต่งภายในเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยและเปิดเป็นศูนย์จัดแสดงผลงานศิลปะชิ้นเอกต่างๆ ทั้งภาพเขียนและผลงานประติมากรรมมากมายที่ได้สะสมเอาไว้ เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่มีความสำคัญที่สุดของยุโรปอีกแห่งหนึ่งในยุคศตวรรษที่ 20 ที่นี่จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของเมืองเวนิสที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวและผู้หลงใหลในผลงานศิลปะ

อ่านต่อ

มหาวิหารซานตามารียา กลอริโอซา เดอี ฟรารี เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

มหาวิหารซานตามารียา กลอริโอซา เดอี ฟรารี (Basilica di Santa Maria Gloriosa dei Frari) มักเรียกสั้นๆ ว่าโบสถ์ฟรารี เป็นแลนด์มาร์กที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมโกธิกแบบเรียบง่าย ตั้งอยู่บริเวณใกล้กับจัตุรัสแคมโปเดอีฟรารี (Campo dei Frari) ในพื้นที่ของเขตซานโปโล (San Polo) สถานที่แห่งนี้เป็น ศาสนสถานเชิงประวัติศาสตร์ที่มีอายุหลายร้อยปี ปัจจุบันเป็นทั้งโบสถ์นิกายโรมันคาทอลิก และสถานที่เก็บรักษาและจัดแสดงผลงานศิลปะสำคัญที่เกี่ยวข้องกับคริสตศาสนาจำนวนหลายชิ้น โดยเฉพาะงานศิลปะที่เกี่ยวข้องกับพระแม่มารี ที่นี่จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจอีกแห่งหนึ่งในเมืองเวนิส

อ่านต่อ

มหาวิหารซานตามารียา เดลล่า ซาลูเต เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

มหาวิหารซานตามารียา เดลล่า ซาลูเต (Basilica di Santa Maria della Salute / Basilica of Saint Mary of Health) มักเรียกกันสั้นๆ ว่าโบสถ์ซาลูเต เป็นโบสถ์เก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของเมืองเวนิส โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมบาโรกที่มีหลังคาโดมขนาดใหญ่ และมีรูปปั้นพระแม่มารีประดิษฐานอยู่ด้านบน มหาวิหารแห่งนี้เป็นดั่งศรัทธาของเมืองเวนิส เพราะสร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่พระแม่มารีที่ช่วยพิทักษ์รักษาเมืองเวนิสให้รอดพ้นจากโรคระบาดในช่วงศตวรรษที่ 16 มหาวิหารแห่งนี้จึงเป็นแลนด์มาร์กที่มีชื่อเสียงประจำเมืองเวนิสอีกแห่งหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี อีกทั้งด้วยตำแหน่งที่ตั้งของมหาวิหารที่อยู่ริมชายฝั่งติดกับพิพิธภัณฑ์ศิลปะปันตาเดลล่าโดกานา (Punta della Dogana) ซึ่งเป็นบริเวณที่คลองแกรนด์คาแนล (Grand Canal) และคลองจิวเดคก้า (Giudecca Canal) มาบรรจบกันที่อ่าวซันมาร์โก (San Marco Basin) เกิดเป็นความสวยงามทางธรรมชาติของสายน้ำที่มีเรือแล่นผ่านไปมาโดยมีฉากหลังเป็นมหาวิหารอันยิ่งใหญ่

อ่านต่อ

สะพานบริดจ์ออฟไซส์ เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

สะพานบริดจ์ออฟไซส์ (Bridge of Sighs / Ponte dei Sospiri) เป็นสะพานประวัติศาสตร์ของเมืองเวนิส สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 16 เป็นสะพานหินโค้งเก่าแก่ที่มีลักษณะปิดทึบรอบด้าน ทอดข้ามคลองข้ามคลองริโอเดลปาลัซโซ่ (Rio del Palazzo)เชื่อมระหว่างพระราชวังปาลัซโซ่ดูคาเล่ (Palazzo Ducale) กับคุกที่อยู่อีกฟากของฝั่งคลอง ชื่อของสะพานมีความหมายว่า สะพานแห่งเสียงถอนหายใจ เพราะเมื่อนักโทษถูกพิจารณาคดีและนำตัวไปยังที่คุมขังจะต้องผ่านสะพานนี้เพื่อข้ามไปยังคุก ซึ่งนักโทษจะมองเห็นอิสรภาพของโลกภายนอกครั้งสุดท้ายได้จากช่องหน้าต่างเล็กๆ บนสะพานแห่งนี้ ซึ่งนำมาสู่ความเศร้าและเสียงถอนใจ จึงกลายเป็นชื่อเรียกของสะพานนับแต่นั้นมา ในปัจจุบัน สะพานบริดจ์ออฟไซส์และคุกกลายส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ในความดูแลของพระราชวัง และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ให้กับคนรุ่นหลังได้เที่ยวชมและศึกษา ที่นี่จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเมืองเวนิสอีกแห่งหนึ่ง

อ่านต่อ

การเดินทางโดยขนส่งสาธารณะในเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

การเดินทางมายังเมืองเวนิส (Venice) ที่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี (Italy) นั้นสามารถมาได้ทั้งทางเครื่องบินและรถไฟ โดยทางเครื่องบินนิยมลงที่สนามบินเวนิสมาร์โคโปโล (Venice Marco Polo Airport) และต่อรถบัสเข้าไปยังตัวเมืองเวนิส สำหรับทางรถไฟจะเป็นการเดินทางจากเมืองต่างๆ ในยุโรป มาลงยังสถานีรถไฟเวเนเซียซานตาลูเซีย (Stazione di Venezia Santa Lucia) ซึ่งเป็นสถานีรถไฟหลักของเมืองเวนิสที่มีเส้นทางเดินรถเชื่อมต่อกับเมืองต่างๆ ในประเทศอิตาลี รวมถึงเมืองหลักต่างๆ ในประเทศแถบยุโรป

อ่านต่อ

สะพานริอัลโต เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

สะพานริอัลโต (Ponte di Rialto / Rialto Bridge) เป็นสะพานหินซุ้มโค้งเก่าแก่ที่มีอายุหลายร้อยปี ทอดข้ามคลองแกรนด์คาแนล (Grand Canal) เชื่อมพื้นที่ระหว่างเขตซานมาร์โค (San Marco) และเขตซานโปโล (San Polo) เข้าไว้ด้วยกัน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของเมืองเวนิสที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่มาเยือน เพราะเป็นแลนด์มาร์กที่ตั้งอยู่กลางแหล่งช้อปปิ้ง และเป็นจุดชมวิวคลองแกรนด์คาแนลบริเวณโค้งน้ำที่มีทัศนียภาพอันสวยงามอีกจุดหนึ่งของลำคลอง สะพานนี้จึงเป็นอีกหนึ่งในภาพจำของเมืองเวนิสที่คนทั่วโลกนึกถึง

อ่านต่อ

พระราชวังอมาเลียนบอร์ก เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก

พระราชวังอมาเลียนบอร์ก (Amalienborg Palace) หรือพระราชวังฤดูหนาวของราชวงศ์เดนมาร์กแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศ โดยเฉพาะการเปลี่ยนเวรทหารที่เลื่องชื่อ เป็นที่ตั้งของพระบรมรูปทรงม้าที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ทั้งยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับราชวงศ์ที่จัดแสดงเรื่องราวและข้าวของสำคัญต่างๆ จากในอดีตกว่า 150 ปีอีกด้วย

อ่านต่อ

พระราชวังคริสเตียนบอร์ก เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก

พระราชวังคริสเตียนบอร์ก (Christiansborg Palace) หนึ่งในพระราชวังที่สวยงามและยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศเดนมาร์ก สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างอยากไปเยือน ทั้งยังเป็นที่ตั้งของสถานที่ราชการที่สำคัญๆ ของประเทศหลายแห่ง

อ่านต่อ

พระราชวังลินเดอร์ฮอฟ และสวนลินเดอร์ฮอฟ เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี

พระราชวังลินเดอร์ฮอฟ และสวนลินเดอร์ฮอฟ (Linderhof Palace and Park) ตั้งอยู่บนเทือกเขาแอลป์ทางตอนใต้ของรัฐบาวาเรีย (Bavaria) ไม่ไกลจากเมืองมิวนิค มีความสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมร็อคโคโค ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากพระราชวังแวร์ซายน์ในประเทศฝรั่งเศส ในส่วนของสวนก็ได้จำลองมาจากสวนของแวร์ซายน์เช่นกัน พระราชวังแห่งนี้ยังเป็นหนึ่งในปราสาทของกษัตริย์ลุดวิกที่ 2 แห่งบาวาเรีย (Ludwig II of Bavaria) ที่มีความสวยงามจนกลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กใกล้กับปราสาทนอยชวานสไตน์ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองมิวนิค

อ่านต่อ

พระราชวังมิวนิคเรสซิเดนซ์ เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี

พระราชวังมิวนิคเรสซิเดนซ์ (Munich Residence / Residenz München) ตั้งใจอยู่ใจกลางเมืองมิวนิค แต่เดิมนั้นเป็นเขตพระราชฐานของราชอาณาจักรบาวาเรียและรัฐสภาบาวาเรียในช่วงปีค.ศ. 1508 ถึง ค.ศ.1918 ปัจจุบันเป็นพระราชวังเก่าและพิพิธภัณฑ์หลวงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเยอรมนี และเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ศิลปะการตกแต่งภายในอันวิจิตรบรรจง และของสะสมโบราณของราชวงศ์ที่เคยครองอาณาจักรบาวาเรีย โดยพระราชวังประกอบด้วยสนามหญ้า 10 สนาม และห้องจัดแสดงอีกจำนวน 130 ห้อง ในทุกรายละเอียดภายในได้สะท้อนให้เห็นถึงสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ และศิลปะวัฒนธรรมอันงดงามและล้ำค่าของอาณาจักรบาวาเรียที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งโรจน์มาก่อนในประวัติศาสตร์ของเยอรมนี ที่นี่จึงเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กยอดนิยมที่ไม่ควรพลาดชมเมื่อมาเยือนเมืองมิวนิค

อ่านต่อ

พระราชวังนิมเฟนเบิร์ก และสวนนิมเฟนเบิร์ก เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี

พระราชวังนิมเฟนเบิร์ก และสวนนิมเฟนเบิร์ก (Nymphenburg Palace and Park) ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเมืองมิวนิค แต่เดิมเป็นพระราชวังฤดูร้อนของราชวงศ์บาวาเรียมาหลายศตวรรษ ภายในแบ่งเป็น 3 ส่วนหลักๆ ได้แก่ บริเวณพระราชวังและพิพิธภัณฑ์ (Nymphenburg Palace with Marstallmuseum) พิพิธภัณฑ์เครื่องลายคราม (Nymphenburg Porcelain Museum) และบริเวณสวนของพระราชวัง (Nymphenburg Park Pavilions) ตัวพระราชวังและสวนได้รับการออกแบบและตกแต่งแบบผสมผสานในสไตล์ฝรั่งเศสและอังกฤษ จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในศูนย์รวมแบบอย่างงานศิลป์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป จึงเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กยอดนิยมของเมืองมิวนิคที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวชม

อ่านต่อ

10 สถานที่เที่ยวยอดนิยมในกรุงโรม ประเทศอิตาลี

กรุงโรม (Rome) เมืองหลวงของประเทศอิตาลีปัจจุบัน เป็นเมืองที่รุ่มรวยไปด้วยประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมอันน่าอัศจรรย์ และซากปรักหักพังอันน่าทึ่งที่เป็นอารยะธรรมจากยุคโรมันโบราณ จึงไม่น่าแปลกใจที่เมืองซึ่งมีอดีตอันยิ่งใหญ่และเกรียงไกรในยุคจักรวรรดิโรมันแห่งนี้จะเป็นเมืองในฝันสำหรับนักท่องเที่ยวหลายๆ คน โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ที่อยากไปเยือนสักครั้งในชีวิต

อ่านต่อ

อนุสรณ์สถานแห่งชาติกษัตริย์วิกเตอร์ เอ็มมานูเอลที่ 2 กรุงโรม ประเทศอิตาลี

อนุสรณ์สถานแห่งชาติวิกเตอร์ เอ็มมานูเอล ที่ 2 (Victor Emmanuel II National Museum) หรือ อิล วิตโตริอาโน (Il Vittoriano) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของกรุงโรมที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแด่แก่กษัตริย์องค์แรกของประเทศอิตาลี โดยด้านบนสุดของอาคารอนุสรณ์สถานนั้นมีโดมแก้วอยู่ เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวจะสามารถชมทัศนียภาพที่สวยงามของกรุงโรมได้โดยรอบ

อ่านต่อ

วิหารแพนธิออน กรุงโรม ประเทศอิตาลี

วิหารแพนธิออน (Pantheon) ได้ชื่อว่าเป็นวิหารรูปทรงจัตุรัสที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงโรม ประเทศอิตาลี มีอายุมากกว่า 2,000 ปี จากลักษณะทางสถาปัตยกรรมก็สามารถบ่งบอกได้ว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีความสำคัญจากสมัยโรมันโบราณและแสดงถึงความยิ่งใหญ่และความสามารถของช่างสถาปัตยกรรมในสมัยโบราณได้อย่างดีเยี่ยม

อ่านต่อ

โรมันฟอรั่ม กรุงโรม ประเทศอิตาลี

โรมันฟอรั่ม (Roman Forum) คือซากปรักหักพังที่บ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรโรมันในอดีต อาณาจักรที่มีพื้นที่ครอบคลุมกว่า 6.5 ล้านตารางกิโลเมตร มีศูนย์กลางคือซากปรักหักพังแห่งนี้ ซึ่งแวดล้อมไปด้วยสถานที่สำคัญมากมาย ทั้งยังเป็นจุดนัดพบที่สำคัญของคนในยุคนั้นอีกด้วย

อ่านต่อ

มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ นครรัฐวาติกัน กรุงโรม ประเทศอิตาลี

มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (Saint Peter’s Basilica) ศาสนสถานที่มีสถาปัตยกรรมอันงดงาม และมีอายุเก่าแก่กว่า 400 ปี มหาวิหารแห่งนี้คือสัญลักษณ์อันยิ่งใหญ่ประจำนครรัฐวาติกัน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่ใครๆ ก็ไม่อาจพลาดเมื่อมาเที่ยววาติกัน

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์นครวาติกัน กรุงโรม ประเทศอิตาลี

พิพิธภัณฑ์นครวาติกัน (Vatican Museums) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงวัตถุสิ่งของคอลเล็กชันต่างๆ มากมายและสุดอลังการ ไม่ว่าจะเป็นงานชิ้นเอกหรูหราจากยุคเรเนซองส์ (Renaissance) ไปจนถึงโบราณวัตถุสมัยโรมันอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์นครวาติกันมีหอศิลป์และห้องโถงรวมกันมากกว่า 54 ห้อง จนอาจเรียกได้ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก โดยในแต่ละปีนั้นดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาเที่ยวมากถึง 6 ล้านคน

อ่านต่อ

ปราสาทซันตันเจโล นครรัฐวาติกัน กรุงโรม ประเทศอิตาลี

ปราสาทซันตันเจโล (Castel Sant'Angelo) หรือ หรือสุสานของเฮเดรียน ที่ปัจจุบันคือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อาคารทรงกระบอกโดดเด่นริมฝั่งแม่น้ำไทเบอร์ นครรัฐวาติกัน ที่ในอดีตเคยเป็นทั้งสุสานของกษัตริย์ ปราสาท ป้อมปราการทางทหาร และยังเคยเป็นอาคารที่สูงที่สุดในกรุงโรม

อ่านต่อ

โบสถ์ซานตา มาเรีย เดลเล กราเซีย กรุงโรม ประเทศอิตาลี

โบสถ์โบสถ์ซานตา มาเรีย เดลเล กราเซีย (Santa Maria delle Grazie) เป็นโบสถ์เล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในเขต Trionfale บริเวณPiazza Santa Maria delle Grazie ของกรุงโรม ที่แม้จะไม่ใช้สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นแลนด์มาร์คสำคัญ แต่หากมีเวลาก็นับเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าสนใจและควรแก่การแวะไปเยี่ยมชม

อ่านต่อ

บันไดสเปน กรุงโรม ประเทศอิตาลี

บันไดสเปน (Spanish Steps) หรือบันไดสเปนเป็นบันไดที่กว้างที่สุดและยาวที่สุดในทวีปยุโรป ด้วยขั้นบันไดทั้งหมด 138 ขั้น ได้รับการตกแต่งสวยงามและล้อมรอบไปด้วยสถาปัตยกรรมแกะสลักอันงดงามตามแบบฉบับโรมัน รวมทั้งสถานที่จัดงานอีเวนต์สำคัญหลายอย่างรวมถึงงานแสดงแฟชั่น

อ่านต่อ

น้ำพุเทรวี่ กรุงโรม ประเทศอิตาลี

น้ำพุ เทรวี่ (Trevi Fountain) เป็นน้ำพุที่จัดได้ว่าสวยงามและมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งนอกจากความงดงามแล้ว น้ำพุแห่งนี้ยังมีชื่อเสียงเกี่ยวกับความเชื่อเรื่องการโยนเหรียญอธิษฐานที่ว่ากันว่าศักดิ์สิทธิ์และเป็นกิจกรรมที่เป็นเสน่ห์สำหรับการมาเที่ยวชมน้ำพุแห่งนี้

อ่านต่อ

จัตุรัสนาโวนา กรุงโรม ประเทศอิตาลี

จัตุรัส นาโวน่า (Piazza Navona) เป็นจัตุรัสที่เป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรมแบบบาร็อก (Baroque) ที่เรียกได้ว่ามีความยอดเยี่ยมที่สุดของกรุงโรม ประเทศอิตาลี

อ่านต่อ

จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ นครรัฐวาติกัน กรุงโรม ประเทศอิตาลี

จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ (St Peter’s Square) หรือ ปิอัซซา ลานวงกลมขนาดใหญ่ซึ่งมีสถาปัตยกรรมอันงดงามและโดดเด่นในรูปแบบโรมัน เป็นจัตุรัสกว้างขวางที่อยู่บริเวณด้านหน้าสถานที่สำคัญซึ่งเป็นศาสนสถานสูงสุดของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก สถานที่ซึ่งเป็นที่ฝังศพนักบุญเปรโต สมเด็จพระสันตะปาปาองค์แรกแห่งคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก และเปรียบดังหัวใจสำคัญของกรุงโรมนั่นก็คือมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์นั่งเอง

อ่านต่อ

โคลอสเซียม กรุงโรม ประเทศอิตาลี

โคลอสเซียม (Colosseum) หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทีมีชื่อเสียงที่สุดของกรุงโรม ประเทศอิตาลี ที่เมื่อเอ่ยชื่อคงมีน้อยคนที่จะไม่คุ้นหู สนามกีฬากลางแจ้งโบราณขนาดมหึมาแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม ที่นอกจากจะเคยเป็นสนามประลองอันทรงเกียรติของบรรดาเหล่านักสู้ในสมัยโบราณแล้วยังได้รับการคัดเลือกจากองค์กร New 7 Wonders ให้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอีกด้วย

อ่านต่อ

เปียซซาเดลลาซิญญอเรีย เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี

เปียซซาเดลลาซิญญอเรีย (Piazza della Signoria) จัตุรัสกลางเมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี ที่ล้อมรอบด้วยอาคารสถาปัตยกรรมยุคเรอเนสซองส์และประติมากรรมเอกของโลกอย่าง David (จำลอง) น้ำพุเนปจูน (Fountain of Neptune) และหอศิลป์กลางแจ้ง Loggia dei Lanzi ซึ่งผลงานแต่ละชิ้นบ่งบอกถึงประวัติศาสตร์การเมืองและการฟื้นฟูศิลปวิทยาการของทวีปยุโรปได้เป็นอย่างดี เมืองฟลอเรนซ์จึงได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1982

อ่านต่อ

พระราชวังโทพคาปิ เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี

พระราชวังโทพคาปิ (Topkapi Palace) พระราชวังอายุหลายร้อยปีริมแม่น้ำใจกลางเมืองอิสตันบูล ที่ยังคงความงดงามอลังการไม่เสื่อมคลาย สถานที่ที่เคยเป็นที่ประทับของสุลต่านแห่งจักรวรรดิออตโตมันมานานหลายพระองค์ หลายศตวรรษ ซึ่งปัจจุบันยังคงทำหน้าที่เป็นที่เก็บโบราณวัตถุอันศักดิ์สิทธิ์และทรงคุณค่าของตุรกีและเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติของตุรกี

อ่านต่อ

พระราชวังชาร์ล็อทเทินบวร์ค เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

พระราชวังชาร์ล็อทเทินบวร์ค (Schloss Charlottenburg) เป็นพระราชวังเก่า ครั้งหนึ่งเคยเป็นพระราชวังฤดูร้อน สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมรอคโคโค (Rococo architecture) ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะฝรั่งเศสผสมผสานกับสถาปัตยกรรมบาโรก เป็นการออกแบบตกแต่งที่เน้นความโอ่อ่าและหรูหรา ออกแบบโดยนายสถาปนิกโยฮัน อาร์น็อลท์ เนริง (Johann Arnold Nering) ชื่อของพระราชวังตั้งตามพระนามของพระนางโซฟี ชาร์ล็อท (Sophie Charlotte) พระชายาองค์แรกของพระเจ้าฟรีดริชที่ 3 แห่งนครบรันเดินบวร์คและดยุคแห่งรัฐปรัสเซีย ปัจจุบันเป็นพระราชวังที่งดงามและใหญ่โตที่สุดในกรุงเบอร์ลิน และเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนกรุงเบอร์ลินอีกด้วย

อ่านต่อ

พระราชวังลุกซ็องบูร์ เมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส

พระราชวังลุกซ็องบูร์ (Palais du Luxembourg หรือ Luxembourg Palace) พระราชวังอันมีสไตล์คล้ายกับศิลปะในเมืองฟลอเรนซ์ ซึ่งเคยเป็นพระราชวังของสมเด็จพระราชินีมารี เดอ เมดิชิ แห่งพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกหนึ่งแห่งของเมืองปารีสที่เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจและได้ซึมซับความรู้ทางประวัติศาสตร์ไปในขณะเดียวกัน

อ่านต่อ

โยโกฮาม่า แลนด์มาร์ก ทาวเวอร์ จังหวัดคานากาว่า ประเทศญี่ปุ่น

โยโกฮาม่า แลนด์มาร์ก ทาวเวอร์ (Yokohama Landmark Tower) อาคารสูงใหญ่ที่เป็นแลนด์มาร์กสำคัญประจำอ่าวโยโกฮาม่าอันมีชื่อเสียงของจังหวัดคานากาว่า ตัวอาคารมีความสูงถึง 296 เมตร ภายในอาคารมีจุดชมวิวลอยฟ้าที่สามารถเห็นทัศนียภาพของเมืองได้แบบกว้างไกลสุดสายตา

อ่านต่อ

พระราชวังฮอฟบวร์ก เมืองเวียนนา ประเทศออสเตรีย

พระราชวังฮอฟบวร์ก (Hofburg Palace) เป็นพระราชวังที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ก่อสร้างขึ้นในปีค.ศ. 1275 แต่เดิมคือพระราชวังฤดูหนาวของราชวงศ์ฮอฟบวร์ก ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ชั้นยอดในบริเวณที่พำนักอันเก่าแก่ของราชวงศ์ที่ทรงอำนาจแห่งออสเตรีย

อ่านต่อ

พระราชวังเบลเวอเดียร์ เมืองเวียนนา ประเทศออสเตรีย

พระราชวังเบลเวอเดียร์ (Belvedere Palace) เป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงและเก็บผลงานศิลปะที่ดีที่สุดของกรุงเวียนนา และเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

อ่านต่อ

พระราชวังเชินบรุนน์ เมืองเวียนนา ประเทศออสเตรีย

พระราชวังเชินบรุนน์ (Schonbrunn Palace) เป็นอาคารในสไตล์โรโคโคที่งดงามและใหญ่ที่สุดในประเทศออสเตรีย แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลมาชมมรดกโลกที่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศแห่งนี้เป็นจำนวนหลายล้านคน

อ่านต่อ

พระราชวังอิสตานา เนการา เมืองกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

พระราชวังอิสตานา เนการา (Istana Negara Palace) เป็นพระราชวังแห่งชาติมาเลเซีย ที่ประทับของกษัตริย์ Yang di Pertuan Agong แม้จะไม่เปิดให้เข้าชมภายใน แต่ด้านหน้าของพระราชวังที่มีทัศนียภาพสวยงามบริเวณเนินเขา Bukit Petaling มองเห็นแม่น้ำ Klang ก็นับเป็นจุดถ่ายภาพที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งในประเทศมาเลเซีย

อ่านต่อ

พระราชวังบักกิงแฮม กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร(อังกฤษ)

พระราชวังบักกิงแฮมหรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า “บักเฮาส์” เดิมเป็นที่ประทับของดแห่งยุคบักกิ้งแฮม สร้างสำหรับจอห์น เชฟฟิลด์ในปี ค.ศ. 1703 ต่อมาในปี ค.ศ. 1761 พระเจ้าจอร์จที่ 3 ได้ทรงขอซื้อต่อ เพื่อเป็นพระราชฐานส่วนพระองค์ ที่รู้จักกันในชื่อ “วังพระราชินี” (The Queen's House) และในสมัยพระเจ้าจอร์จที่ 4 ก็ได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงและบูรณะให้มีความสวยงามโดดเด่นด้วยศิลปะสมัยวิคตอเรียดังเช่นปัจจุบัน

อ่านต่อ

พระราชวังเวสต์มินสเตอร์ & บิ๊กเบน กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร(อังกฤษ)

พระราชวังเวสต์มินสเตอร์ หรือ ตึกรัฐสภาเวสต์มินสเตอร์ สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1016 มีห้องทั้งหมดด้วยกันประมาณ 1,100 ห้อง ตัวสิ่งก่อสร้างส่วนใหญ่สร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 19 แต่ก็ยังมีส่วนก่อสร้างเดิมเหลืออยู่บ้างเล็กน้อยรวมทั้งท้องพระโรงที่ในปัจจุบันใช้ในงานสำคัญ เช่นการตั้งศพของบุคคลสำคัญก่อนที่จะนำไปฝังและหออัญมณี (Jewel Tower) ในส่วนของหอนาฬิกาบิ๊กเบน (Bigben) เป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งในลอนดอนที่มีชื่อเสียงก้องโลกและเป็นสมบัติล้ำค่าของประเทศอังกฤษ โดยแต่เดิมนั้นคำว่าบิ๊กเบนเป็นชื่อของระฆังในหอนาฬิกาที่ใหญ่ที่สุด ระฆังนี้เรียกอีกอย่างว่ามหาระฆังหรือเดอะเกรทเบลล์ มีน้ำหนัก 13 ตัน (13,760 กิโลกรัม)

อ่านต่อ

พระราชวังคัสตอม เมืองดับลิน ประเทศไอร์แลนด์

พระราชวังคัสตอม (Custom Palace) หรือ เดอะ คัสตอม เฮาส์ (The Custom House) เป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิค (neoclassical) แห่งศตวรรษที่ 18 ปัจจุบันใช้เป็นที่ทำการของรัฐด้านสิ่งแวดล้อม พระราชวังแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เมืองดับลิน ประเทศไอร์แลนด์

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติกู้กง เมืองไทเป ประเทศไต้หวัน

พิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติ หรือที่เรียกกันว่าพิพิธภัณฑ์กู้กง คือสถานที่เก็บสมบัติล้ำค่าของชาวจีนที่ท่านผู้นำเจียงไคเช็คได้ขนมาจากพระราชวังต้องห้ามของจีนแผ่นดินใหญ่ในช่วงที่พ่ายแพ้สงครามกลางเมือง โดยข้าวของราว 620,000 ชิ้นเหล่านั้นมีอายุกว่า 5,000 ปี พิพิธภัณฑ์แห่งชาติกู้กงจึงเป็นสถานที่ที่ชาวจีนแผ่นดินใหญ่ต้องการมาเที่ยวเพื่อชมสมบัติเดิมของชาติตน

อ่านต่อ

พระราชวังมัณฑะเลย์ เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า

พระราชวังมัณฑะเลย์ เป็นพระราชวังสุดท้ายแห่งระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของพม่า ก่อนที่จะถูกทำลายโดยทหารอังกฤษ ในยุคสงครามโลกครั้งที่สอง โดยตัวพระราชวังที่เห็นในปัจจุบันเกิดจากการบูรณะขึ้นมาใหม่ จนกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของเมืองมัณฑะเลย์ ตั้งอยู่ในเมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า

อ่านต่อ

พระราชวังเว้ จังหวัดเถื่อเทียน เว้ ประเทศเวียดนาม

พระราชวังเว้ (Imperial Citadel Hue) พระราชวังของเวียดนามที่ได้รับอิทธิพลมาจากพระราชวังต้องห้าม ที่ปักกิ่ง ทั้งรูปแบบสถาปัตยกรรม สี สัญลักษณ์ และตัวอักษร

อ่านต่อ

พระราชวังหลวงแห่งพนมเปญ ประเทศกัมพูชา

พระราชวังหลวงแห่งพนมเปญ (Royal Palace) หรือที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า พระบรมราชวังจตุมุขสิริมงคล เป็นกลุ่มอาคารพระราชมณเฑียรแห่งกัมพูชา ซึ่งเป็นทั้งวังที่ประทับของพระมหากษัตริย์, สถานที่ประกอบพระราชพิธีสำคัญรวมถึงใช้ต้อนรับแขกจากต่างประเทศ โดยชื่อของพระราชวังหลวงนี้มีที่มาจากสถานที่ตั้งที่อยู่ใกล้กับลำน้ำที่มารวมตัวกันก่อนไหลลงสู่โตนเลสาบที่เป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถึง 4 สาย ทำให้นอกจากจะเป็นสถานที่สำหรับมาชื่นชมความสวยงามของพระตำหนักต่างๆด้านในแล้ว นักท่องเที่ยวยังนิยมแวะเดินชมบรรยากาศอันร่มรื่นที่อยู่ใกล้ๆกับพระราชวังหลวงอีกด้วย

อ่านต่อ

พระราชวังฤดูร้อนแห่งนครปักกิ่ง ประเทศจีน

พระราชวังฤดูร้อน หรือ อี๋เหอหยวน (颐和园 / Yiheyuan / Summer Palace) เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวอันโด่งดังที่พลาดไม่ได้เด็ดขาด สำหรับนักท่องเที่ยวที่เยือนเมืองปักกิ่ง เมืองหลวงของประเทศจีน

อ่านต่อ

พระราชวังต้องห้ามแห่งเมืองปักกิ่ง ประเทศจีน

พระราชวังต้องห้ามแห่งเมืองปักกิ่ง (故宫 / Gugong / Forbidden City / Imperial Palaces of the Ming and Qing Dynasties) หรืออีกชื่อหนึ่งคือ พระราชวังกู้กง เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญพลาดไม่ได้อย่างเด็ดขาดของเมืองปักกิ่ง ประเทศจีน

อ่านต่อ

พระราชวังเฮโจ จังหวัดนารา ประเทศญี่ปุ่น

พระราชวังเฮโจ เป็นพื้นที่พระราชวังเดิมในสมัยที่นาราเคยเป็นเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น (ระหว่างค.ศ. 710-794) ครอบคลุมพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ในปัจจุบันประกอบไปด้วยอาคารหลักที่ได้รับการบูรณะ รวมถึงพิพิธภัณฑ์ปราสาทนารา พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เฮโจเคียว และศูนย์จัดแสดงนิทรรศการ นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในสถานที่ของเมืองนารา ที่ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรมภายใต้ชื่อ “อนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์นาราโบราณ” ตั้งอยู่ที่เมืองนารา ประเทศญี่ปุ่น

อ่านต่อ

พระราชวังแวร์ซาย ประเทศฝรั่งเศส

พระราชวังแวร์ซาย หรือที่เรียกกันว่า Château de Versailles ในภาษาฝรั่งเศส ตั้งอยู่ที่เมืองแวร์ซาย แคว้นอิล-เดอ-ฟรองซ์ ประเทศฝรั่งเศสพระราชวังแวร์ซายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของประเทศฝรั่งเศส มีนักท่องเที่ยวไปเยือนมากถึงปีละ 15 ล้านคน โดยพระราชวังแวร์ซายในปัจจุบัน ไม่ได้เป็นเพียงพระราชวังที่เคยเป็นที่ประทับของราชวงศ์ฝรั่งเศสเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญในฐานะเสมือนพิพิธภัณฑ์แห่งชาติและอุทยานประวัติศาสตร์ที่โด่งดังแห่งประเทศฝรั่งเศสอีกด้วย ด้วยเหตุนี้เอง ยูเนสโกจึงมีประกาศให้พระราชวังแวร์ซายมีฐานะเป็นมรดกโลก นับตั้งแต่ปี 1979 เป็นต้นมา

อ่านต่อ

พระราชวังหลวงโตเกียว กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

พระราชวังหลวงโตเกียว เป็นที่ประทับหลักของจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่นในปัจจุบัน ตั้งอยู่ในแขวงชิโยะดะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น พื้นที่ของพระราชวังหลวงโตเกียวมีทั้งหมด 3.41 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟโตเกียว บริเวณโดยรอบพระราชวังมีลักษณะคล้ายกับสวนสาธารณะ ล้อมรอบด้วยคูน้ำขนาดใหญ่

อ่านต่อ
สถานที่อื่นๆที่น่าสนใจ