• อ่าน(816)
  • By

สถานที่อื่นๆที่น่าสนใจ

10 สถานที่เที่ยวยอดนิยมในกรุงโรม ประเทศอิตาลี

กรุงโรม (Rome) เมืองหลวงของประเทศอิตาลีปัจจุบัน เป็นเมืองที่รุ่มรวยไปด้วยประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมอันน่าอัศจรรย์ และซากปรักหักพังอันน่าทึ่งที่เป็นอารยะธรรมจากยุคโรมันโบราณ จึงไม่น่าแปลกใจที่เมืองซึ่งมีอดีตอันยิ่งใหญ่และเกรียงไกรในยุคจักรวรรดิโรมันแห่งนี้จะเป็นเมืองในฝันสำหรับนักท่องเที่ยวหลายๆ คน โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ที่อยากไปเยือนสักครั้งในชีวิต

อ่านต่อ

อนุสรณ์สถานแห่งชาติกษัตริย์วิกเตอร์ เอ็มมานูเอลที่ 2 กรุงโรม ประเทศอิตาลี

อนุสรณ์สถานแห่งชาติวิกเตอร์ เอ็มมานูเอล ที่ 2 (Victor Emmanuel II National Museum) หรือ อิล วิตโตริอาโน (Il Vittoriano) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของกรุงโรมที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแด่แก่กษัตริย์องค์แรกของประเทศอิตาลี โดยด้านบนสุดของอาคารอนุสรณ์สถานนั้นมีโดมแก้วอยู่ เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวจะสามารถชมทัศนียภาพที่สวยงามของกรุงโรมได้โดยรอบ

อ่านต่อ

วิหารแพนธิออน กรุงโรม ประเทศอิตาลี

วิหารแพนธิออน (Pantheon) ได้ชื่อว่าเป็นวิหารรูปทรงจัตุรัสที่เก่าแก่ที่สุดในกรุงโรม ประเทศอิตาลี มีอายุมากกว่า 2,000 ปี จากลักษณะทางสถาปัตยกรรมก็สามารถบ่งบอกได้ว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีความสำคัญจากสมัยโรมันโบราณและแสดงถึงความยิ่งใหญ่และความสามารถของช่างสถาปัตยกรรมในสมัยโบราณได้อย่างดีเยี่ยม

อ่านต่อ

โรมันฟอรั่ม กรุงโรม ประเทศอิตาลี

โรมันฟอรั่ม (Roman Forum) คือซากปรักหักพังที่บ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรโรมันในอดีต อาณาจักรที่มีพื้นที่ครอบคลุมกว่า 6.5 ล้านตารางกิโลเมตร มีศูนย์กลางคือซากปรักหักพังแห่งนี้ ซึ่งแวดล้อมไปด้วยสถานที่สำคัญมากมาย ทั้งยังเป็นจุดนัดพบที่สำคัญของคนในยุคนั้นอีกด้วย

อ่านต่อ

มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ นครรัฐวาติกัน กรุงโรม ประเทศอิตาลี

มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (Saint Peter’s Basilica) ศาสนสถานที่มีสถาปัตยกรรมอันงดงาม และมีอายุเก่าแก่กว่า 400 ปี มหาวิหารแห่งนี้คือสัญลักษณ์อันยิ่งใหญ่ประจำนครรัฐวาติกัน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่ใครๆ ก็ไม่อาจพลาดเมื่อมาเที่ยววาติกัน

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์นครวาติกัน กรุงโรม ประเทศอิตาลี

พิพิธภัณฑ์นครวาติกัน (Vatican Museums) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงวัตถุสิ่งของคอลเล็กชันต่างๆ มากมายและสุดอลังการ ไม่ว่าจะเป็นงานชิ้นเอกหรูหราจากยุคเรเนซองส์ (Renaissance) ไปจนถึงโบราณวัตถุสมัยโรมันอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์นครวาติกันมีหอศิลป์และห้องโถงรวมกันมากกว่า 54 ห้อง จนอาจเรียกได้ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก โดยในแต่ละปีนั้นดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาเที่ยวมากถึง 6 ล้านคน

อ่านต่อ

ปราสาทซันตันเจโล นครรัฐวาติกัน กรุงโรม ประเทศอิตาลี

ปราสาทซันตันเจโล (Castel Sant'Angelo) หรือ หรือสุสานของเฮเดรียน ที่ปัจจุบันคือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อาคารทรงกระบอกโดดเด่นริมฝั่งแม่น้ำไทเบอร์ นครรัฐวาติกัน ที่ในอดีตเคยเป็นทั้งสุสานของกษัตริย์ ปราสาท ป้อมปราการทางทหาร และยังเคยเป็นอาคารที่สูงที่สุดในกรุงโรม

อ่านต่อ

บันไดสเปน กรุงโรม ประเทศอิตาลี

บันไดสเปน (Spanish Steps) หรือบันไดสเปนเป็นบันไดที่กว้างที่สุดและยาวที่สุดในทวีปยุโรป ด้วยขั้นบันไดทั้งหมด 138 ขั้น ได้รับการตกแต่งสวยงามและล้อมรอบไปด้วยสถาปัตยกรรมแกะสลักอันงดงามตามแบบฉบับโรมัน รวมทั้งสถานที่จัดงานอีเวนต์สำคัญหลายอย่างรวมถึงงานแสดงแฟชั่น

อ่านต่อ

น้ำพุเทรวี่ กรุงโรม ประเทศอิตาลี

น้ำพุ เทรวี่ (Trevi Fountain) เป็นน้ำพุที่จัดได้ว่าสวยงามและมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งนอกจากความงดงามแล้ว น้ำพุแห่งนี้ยังมีชื่อเสียงเกี่ยวกับความเชื่อเรื่องการโยนเหรียญอธิษฐานที่ว่ากันว่าศักดิ์สิทธิ์และเป็นกิจกรรมที่เป็นเสน่ห์สำหรับการมาเที่ยวชมน้ำพุแห่งนี้

อ่านต่อ

จัตุรัสนาโวนา กรุงโรม ประเทศอิตาลี

จัตุรัส นาโวน่า (Piazza Navona) เป็นจัตุรัสที่เป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรมแบบบาร็อก (Baroque) ที่เรียกได้ว่ามีความยอดเยี่ยมที่สุดของกรุงโรม ประเทศอิตาลี

อ่านต่อ

จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ นครรัฐวาติกัน กรุงโรม ประเทศอิตาลี

จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ (St Peter’s Square) หรือ ปิอัซซา ลานวงกลมขนาดใหญ่ซึ่งมีสถาปัตยกรรมอันงดงามและโดดเด่นในรูปแบบโรมัน เป็นจัตุรัสกว้างขวางที่อยู่บริเวณด้านหน้าสถานที่สำคัญซึ่งเป็นศาสนสถานสูงสุดของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก สถานที่ซึ่งเป็นที่ฝังศพนักบุญเปรโต สมเด็จพระสันตะปาปาองค์แรกแห่งคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก และเปรียบดังหัวใจสำคัญของกรุงโรมนั่นก็คือมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์นั่งเอง

อ่านต่อ

โคลอสเซียม กรุงโรม ประเทศอิตาลี

โคลอสเซียม (Colosseum) หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทีมีชื่อเสียงที่สุดของกรุงโรม ประเทศอิตาลี ที่เมื่อเอ่ยชื่อคงมีน้อยคนที่จะไม่คุ้นหู สนามกีฬากลางแจ้งโบราณขนาดมหึมาแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม ที่นอกจากจะเคยเป็นสนามประลองอันทรงเกียรติของบรรดาเหล่านักสู้ในสมัยโบราณแล้วยังได้รับการคัดเลือกจากองค์กร New 7 Wonders ให้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอีกด้วย

อ่านต่อ

โบสถ์เทมเป ลิโอ คิโอ เมืองเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์

โบสถ์เทมเป ลิโอ คิโอ (Temppeliaukio) หรือ โบสถ์หิน (Rock Church) ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งของเฮลซิงกิ ด้วยสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ที่สร้างโดยการขุดเจาะเข้าไปในหิน และมีชื่อเสียงเกี่ยวกับความเชื่อว่าหากใครที่มาจุดเทียนอธิษฐานเรื่องความรักจะสมหวัง และคู่รักที่มาแต่งงานกันที่โบสถ์แห่งนี้ก็จะครองรักกันยืนยาว ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมชมโบสถ์แห่งนี้กว่า 500,000 คน

อ่านต่อ

โบสถ์เซนต์อัลบัน เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก

โบสถ์เซนต์อัลบัน (St. Alban's Church) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า English Church ตั้งอยู่ข้างๆ กับน้ำพุ Gefion และป้อม Kastellet โบสถ์ St. Alban's Church เป็นโบสถ์ในศาสนาคริสต์นิกาย Anglican แห่งเดียวในกรุงโคเปนเฮเกน

อ่านต่อ

โบสถ์เฟรเดอริก (โบสถ์หินอ่อน) เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก

โบสถ์เฟรเดอร์ริก (Frederik’s Church) หรือที่เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อเรียกว่าโบสถ์หินอ่อน (Marble Church) หรือ Marmorkirken ในภาษาเดนมาร์ก เป็นโบสถ์ทรงโดมสีเขียวงดงาม สร้างด้วยวัสดุหลักคือหินอ่อน เรียกได้ว่าเป็นโบสถ์ที่มีความสำคัญที่สุดในโคเปนเฮเกน และยังเป็นโบสถ์รูปทรงโดมที่ใหญ่ที่สุดในสแกนดิเนเวียอีกด้วย

อ่านต่อ

โบสถ์เซ็นต์ซาร์เวียร์ เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก

โบสถ์เซ็นต์ซาร์เวียร์ (Church of Our Saviour) หรือ โบสถ์วอร์ ฟรัลเซอร์ เคียร์กือ (Vor Frelsers Kirke) โบสถ์เก่าแก่ที่มีความสวยงามและมีเอกลักษณ์ประจำเมืองโคเปนเฮเน ด้วยหอคอยเกลียวสว่านที่ตั้งตระหง่านเหนือเมืองและหอระฆังขนาดใหญ่ โบสถ์แห่งนี้เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาโคเปนเฮเกน

อ่านต่อ

จัตุรัสเปียซซ่าซานมาร์โค และ หอระฆังซานมาร์โค เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

จัตุรัสเปียซซ่าซานมาร์โค หรือ จตุรัสเซนต์มาร์ค (Piazza San Marco / St. Mark’s Square) เป็นจัตุรัสที่เป็นศูนย์กลางของเมืองเวนิส บริเวณจัตุรัสล้อมรอบด้วยแลนด์มาร์กสำคัญของเมือง อย่างเช่น มหาวิหาร หอนาฬิกา พระราชวัง พิพิธภัณฑ์ ศูนย์นิทรรศการ และหอสมุด และมีด้านที่ติดกับชายฝั่งทะเล ซึ่งจักรพรรดินโปเลียน (Napoleon) อดีตจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่แห่งฝรั่งเศสเคยกล่าวไว้ว่าที่นี่เป็นดั่งห้องรับรองที่สวยที่สุดในโลก นอกจากนี้ บริเวณจัตุรัสยังโดดเด่นด้วยหอระฆังซานมาร์โค หรือ หอระฆังเซนต์มาร์ค (San Marco Campanile / St. Mark’s Campanile) ความสูง 99 เมตรซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมทัศนียภาพอันน่าประทับใจของเมืองเวนิสและชายฝั่งทะเลได้จากด้านบน ด้วยเหตุนี้ จัตุรัสเปียซซ่าซานมาร์โคและหอระฆังซานมาร์โค จึงได้รับนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เพราะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสวยงามของสถาปัตยกรรมเก่าแก่โดยรอบ และยังมีทัศนยีภาพอันสวยงามของเมืองริมฝั่งทะเลให้เที่ยวชม

อ่านต่อ

เกาะมูราโน่ เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

เกาะมูราโน่ (Murano) ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองเวนิส โดดเด่นด้วยอาคารบ้านเรือนหลากสีเรียงราย และโบราณสถานซึ่งสร้างด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่อย่างเช่น โบสถ์ หอนาฬิกา และพระราชวังเก่า อีกทั้งยังเป็นแหล่งผลิตเครื่องแก้วที่มีความวิจิตรบรรจงและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่นี่จึงเป็นแหล่งของช่างฝีมือเครื่องแก้วที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของโลก และเป็นศิลปาชีพท้องถิ่นที่สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านบนเกาะ รวมถึงยังเป็นอีกหนึ่งจุดขายในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวด้วยการจัดทัวร์ชมการผลิตเครื่องแก้วในโรงงานอย่างใกล้ชิด ที่นี่จึงเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเมืองเวนิสที่นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะได้ชมกระบวนการผลิตเครื่องแก้ว และยังได้เที่ยวชมสถาปัตยกรรมเก่าแก่บนเกาะที่มีประวัติศาสตร์หลายร้อยปีอีกด้วย

อ่านต่อ

10 มุมสวยถ่ายภาพเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

เมืองเวนิส (Venice) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งสายน้ำและความโรแมนติก เพราะเป็นเมืองที่มีทัศนียภาพอันสวยงามของท้องทะเล และมีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่มากมายให้เที่ยวชมและถ่ายภาพเป็นที่ระลึก โดยทาง Palanla.com ได้คัดสรรมุมสวยถ่ายภาพเมืองเวนิสรวมถึงแลนด์มาร์กต่างๆ มาฝากผู้ที่รักการเดินทางท่องเที่ยวและการถ่ายภาพไว้ดังต่อไปนี้

อ่านต่อ

10 สถานที่เที่ยวยอดนิยมในเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

เมืองเวนิส (Venice / Venezia) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี (Italy) ในพื้นที่ของแคว้นเวเนโต (Veneto Region) ซึ่งเป็นแคว้นที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 8 ของประเทศอิตาลี แคว้นนี้มีเกาะเล็กเกาะน้อยภายในอาณาบริเวณอยู่ราวหนึ่งร้อยกว่าเกาะ โดยเมืองเวนิสนั้นเป็นเมืองเอกของแคว้นเวเนโตและยังเป็นเมืองที่คนทั่วโลกขนานนามว่าเป็น “เมืองแห่งสายน้ำและความโรแมนติก” เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่เป็นหมู่เกาะที่มีกระแสน้ำทะเลไหลเซาะเข้าไปในฝั่งจนเกิดเป็นคลองสีเขียวอมฟ้าขนาดใหญ่ใจกลางเมืองที่มีชื่อว่า “คลองแกรนด์คาแนล (Grand Canal)” ซึ่งเป็นคลองสายหลักที่ใช้สัญจรไปมาโดยเรือหลากหลายประเภทอย่างเช่น “Water-bus” ซึ่งเป็นเรือขนส่งสาธารณะหลักของเมือง และ “เรือกอนโดล่า (Gondola)” ซึ่งเป็นเรือท้องถิ่นประจำเมืองเวนิส ประกอบกับทิวทัศน์บริเวณสองฝั่งคลองที่เรียงรายด้วยอาคารและสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่หลายแห่ง เกิดเป็นทัศนียภาพอันสวยงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของวิถีชีวิตแห่งเวนิสที่สร้างความประทับใจให้กับเหล่านักท่องเที่ยวที่มาเยือน

อ่านต่อ

เทศกาลเวนิสคาร์นิวัล เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

เวนิส คาร์นิวัล (Venice Carnival) เป็นเทศกาลระดับโลกที่จัดขึ้นทุกปีในเมืองเวนิส เป็นเทศกาลที่ผู้คนจากทั่วสารทิศจะสวมหน้ากากที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงและแต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองโบราณของชาวเวเนเชียนออกมาเดินพาเหรด เต้นรำเฉลิมฉลอง สนุกสนานเพลิดเพลินกับดนตรีสดบริเวณจัตุรัส และสถานที่สำคัญต่างๆ ภายในเมือง โดยเทศกาลนี้จะจัดขึ้นประมาณช่วงปลายเดือนมกราคมหรือต้นเดือนกุมภาพันธ์ และกินระยะเวลาประมาณสองสัปดาห์ และจะจบลงในวัน Shrove Tuesday ซึ่งเป็นวันฉลองก่อนถึงเทศกาลถือศีลอดของศาสนาคริสต์ โดยพื้นที่ยอดนิยมที่ผู้คนนิยมมารวมตัวกันคือบริเวณจัตุรัสเปียซซ่าซานมาร์โค เพราะเป็นมุมถ่ายรูปยอดนิยมที่เต็มไปด้วยแลนด์มาร์กโบราณสถานอันสวยงามประจำเมืองเวนิส

อ่านต่อ

เกาะซานจิออร์จิโอแม็กจิออเร่ เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

เกาะซานจิออร์จิโอแม็กจิออเร่ (San Giorgio Maggiore) เป็นเกาะเล็กๆ ที่อยู่ทางตอนใต้ของเมืองเมืองเวนิส ตรงข้ามกับจตุรัสเปียซซ่าซานมาร์โค โดดเด่นด้วยโบสถ์หินอ่อนเก่แก่สีขาวที่มีโดมขนาดใหญ่ด้านบน และหอระฆังความสูง 63 เมตรที่ด้านบนเป็นหอชมเมืองซึ่งสามารถชมทัศนียภาพอันสวยงามของเมืองเวนิส และเห็นแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองเวนิสได้หลายแห่ง อาทิเช่น หอระฆังซานมาร์โคและพระราชวังปาลัซโซ่ดูคาเลที่ตั้งอยู่ในฝั่งตรงข้าม อีกทั้งยังสามารถชมทิวทัศน์อันน่าประทับใจของท้องทะเลและหมู่เกาะต่างๆ ในบริเวณใกล้เคียงได้โดยรอบ เกาะนี้จึงเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กของเมืองเวนิสที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมากอีกแห่งหนึ่ง

อ่านต่อ

เกาะบูราโน่ เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

เกาะบูราโน่ (Burano) เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมงอันสงบสุข โดดเด่นด้วยอาคารบ้านเรือนสีสันสดใสเรียงรายอยู่บนเกาะ และหอเอียงแห่งบูราโน่ (Burano's Leaning Bell Tower) ซึ่งเป็นหอระฆังความสูง 53 เมตรที่มีความเอียงจากการทรุดตัวของพื้นดินด้านล่าง นอกจากทัศนียภาพอันสวยงามบนเกาะแล้ว ที่นี่ยังมีชื่อเสียงด้านงานหัตถศิลป์ในการถักทอผ้าลูกไม้ ซึ่งจัดเป็นศิลปาชีพท้องถิ่นของเกาะแห่งนี้ที่สร้างรายได้จำนวนมากให้กับชาวบ้าน โดยนักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ผ้าลูกไม้เมอร์เล็ตโต (Museo del Merletto) ที่จัดแสดงความเป็นมาของการผลิตผ้า และยังมีร้านค้าและร้านขายของที่ระลึกให้ซื้อสินค้าติดมือกลับไปได้อีกด้วย นอกจากนี้ เนื่องด้วยเป็นหมู่บ้านชาวประมง ของขึ้นชื่อของที่นี่จึงเป็นความสดของปลาทะเลที่นักท่องเที่ยวสามารถลิ้มลองรสชาติได้จากร้านอาหารต่างๆ ที่อยู่บนเกาะ เกาะบูราโน่จึงเป็นหนึ่งในหมู่เกาะของเวนิสที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

อ่านต่อ

คลองแกรนด์คาแนล เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

คลองแกรนด์คาแนล (Grand Canal / Canalazzo) เป็นคลองใหญ่ใจกลางเมืองเวนิส และยังเป็นเส้นทางคมนาคมสายหลักของเมืองอีกด้วย ในคลองแกรนด์คาแนลมีเรือสัญจรไปมามากมาย ทั้งเรือสาธารณะอย่าง Water-bus เรือแท็กซี่เฟอร์รี่ และ และเรือกอนโดล่าซึ่งเป็นเรือพายท้องถิ่นที่นักท่องเที่ยวนิยมใช้บริการเพื่อที่จะได้ล่องเรือเที่ยวชมความสวยงามของทัศนียภาพสองฝั่งคลองอย่างใกล้ชิด บริเวณริมคลองสองฝั่งโดดเด่นด้วยอาคารบ้านเรือนที่มีความหลากหลายทางด้านสถาปัตยกรรมในยุคต่างๆ ด้วยเหตุนี้ คนทั่วโลกจึงมักจะนึกถึงภาพคลองแกรนด์คาแนลเป็นอันดับแรกเมื่อกล่าวถึงเมืองเวนิส เพราะเป็นภาพสะท้อนบรรยากาศและวิถีชีวิตของเมืองแห่งสายน้ำและความโรแมนติกที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเมืองแห่งนี้

อ่านต่อ

พระราชวังปาลัซโซ่ดูคาเล เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

พระราชวังปาลัซโซ่ดูคาเล หรือพระราชวังโดจ (Palazzo Ducale / Doge's Palace) เป็นพระราชวังเก่าที่มีอายุราวหนึ่งพันปี ตั้งอยู่ในบริเวณของจัตุรัสซานมาร์โคที่เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวแห่งเมืองเวนิส แต่เดิมพระราชวังแห่งนี้เป็นที่ประทับของเจ้าเมืองเวนิสที่เรียกว่า “โดจ (Doge)” และยังเป็นที่ตั้งของหน่วยงานราชการในสมัยนั้นอีกด้วย ปัจจุบันที่นี่กลายเป็นเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เปิดให้สาธารณะเข้าชม โดยตั้งแต่แรกสร้างจนถึงช่วงศตวรรษที่ 18 ได้มีการปรับโครงสร้าง เพิ่มอาคารส่วนต่อขยาย รวมถึงสร้างขึ้นใหม่อยู่หลายครั้ง ด้วยเหตุนี้ พระราชวังแห่งนี้จึงเป็นแลนด์มาร์กเชิงประวัติศาสตร์ทั้งในด้านสถาปัตยกรรมเก่าแก่ในรูปแบบผสมผสานทั้งแบบเวเนเชียน ไบเซนไทน์ เรเนซอง และโกธิก รวมถึงการตกแต่งภายในและภายนอกอันสวยงามทรงคุณค่าที่สะท้อนให้เห็นถึงศิลปะสมัยนิยมในยุคนั้น ที่นี่จึงเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเมืองเวนิสอีกแห่งหนึ่งที่ควรค่าต่อการเข้าชม

อ่านต่อ

มหาวิหารซานมาร์โค และ พิพิธภัณฑ์ซานมาร์โค เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

มหาวิหารซานมาร์โค หรือ มหาวิหารเซนต์มาร์ค (Basilica di San Marco / St. Mark's Basilica) ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของจัตุรัสเปียซซาซานมาร์โค หรือ จตุรัสเซนต์มาร์ค (Piazza San Marco / St. Mark's Square) มหาวิหารแห่งนี้เป็นมหาวิหารประจำเมืองเวนิส ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานร่างของนักบุญซานมาร์โค หรือ นักบุญมาร์ค อัครสาวกของพระเยซูคริสต์ ที่นี่จึงเป็นมหาวิหารเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี เป็นศูนย์รวมใจของคริสตศาสนิกชน และเป็นแลนด์มาร์กที่มีสถาปัตยกรรมผสมผสานที่สวยงามล้ำค่า โดดเด่นด้วยรูปปั้นนักบุญมาร์คที่ด้านบนจั่วและสัญลักษณ์สิงโตทองมีปีก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเวนิส นอกจากนี้ยังมีส่วนของพิพิธภัณฑ์ซานมาร์โค หรือ พิพิธภัณฑ์เซนต์มาร์ค (Museo di San Marco / St. Mark’s Museum) ที่เก็บรักษาและจัดแสดงโบราณวัตถุ และศิลปะเชิงประวัติศาสตร์มากมายที่หาดูได้ยาก ที่นี่จึงเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งของเมืองเวนิสที่คุ้มค่าต่อการมาเที่ยวชม

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ศิลปะเป็กกี้ กุกเกนไฮม์ คอลเลคชั่น เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

พิพิธภัณฑ์ศิลปะเป็กกี้ กุกเกนไฮม์ คอลเลคชั่น (Peggy Guggenheim Collection) ตั้งตามชื่อของเป็กกี้ กุกเกนไฮม์ (Peggy Guggenheim) บุคคลสำคัญผู้มีใจรักและให้การสนับสนุนในด้านผลงานศิลปะร่วมสมัยที่มีชีวิตอยู่ในช่วงค.ศ.1898 – ค.ศ.1979 พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งนี้ตั้งอยู่ริมคลองแกรนด์คาแนลใกล้กับสะพานแอคคาเดเมีย (Ponte dell'Accademia) อาคารพิพิธภัณฑ์แต่เดิมคือพระราชวังเก่าปาลัซโซ่เวนิเยร์เดอีลีโอนี (Palazzo Venier dei Leoni) ที่เป็กกี้ได้ซื้อไว้ในปี ค.ศ. 1949 และปรับเปลี่ยนโครงสร้างภายนอกและการตกแต่งภายในเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยและเปิดเป็นศูนย์จัดแสดงผลงานศิลปะชิ้นเอกต่างๆ ทั้งภาพเขียนและผลงานประติมากรรมมากมายที่ได้สะสมเอาไว้ เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่มีความสำคัญที่สุดของยุโรปอีกแห่งหนึ่งในยุคศตวรรษที่ 20 ที่นี่จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของเมืองเวนิสที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวและผู้หลงใหลในผลงานศิลปะ

อ่านต่อ

มหาวิหารซานตามารียา กลอริโอซา เดอี ฟรารี เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

มหาวิหารซานตามารียา กลอริโอซา เดอี ฟรารี (Basilica di Santa Maria Gloriosa dei Frari) มักเรียกสั้นๆ ว่าโบสถ์ฟรารี เป็นแลนด์มาร์กที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมโกธิกแบบเรียบง่าย ตั้งอยู่บริเวณใกล้กับจัตุรัสแคมโปเดอีฟรารี (Campo dei Frari) ในพื้นที่ของเขตซานโปโล (San Polo) สถานที่แห่งนี้เป็น ศาสนสถานเชิงประวัติศาสตร์ที่มีอายุหลายร้อยปี ปัจจุบันเป็นทั้งโบสถ์นิกายโรมันคาทอลิก และสถานที่เก็บรักษาและจัดแสดงผลงานศิลปะสำคัญที่เกี่ยวข้องกับคริสตศาสนาจำนวนหลายชิ้น โดยเฉพาะงานศิลปะที่เกี่ยวข้องกับพระแม่มารี ที่นี่จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจอีกแห่งหนึ่งในเมืองเวนิส

อ่านต่อ

มหาวิหารซานตามารียา เดลล่า ซาลูเต เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

มหาวิหารซานตามารียา เดลล่า ซาลูเต (Basilica di Santa Maria della Salute / Basilica of Saint Mary of Health) มักเรียกกันสั้นๆ ว่าโบสถ์ซาลูเต เป็นโบสถ์เก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของเมืองเวนิส โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมบาโรกที่มีหลังคาโดมขนาดใหญ่ และมีรูปปั้นพระแม่มารีประดิษฐานอยู่ด้านบน มหาวิหารแห่งนี้เป็นดั่งศรัทธาของเมืองเวนิส เพราะสร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่พระแม่มารีที่ช่วยพิทักษ์รักษาเมืองเวนิสให้รอดพ้นจากโรคระบาดในช่วงศตวรรษที่ 16 มหาวิหารแห่งนี้จึงเป็นแลนด์มาร์กที่มีชื่อเสียงประจำเมืองเวนิสอีกแห่งหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี อีกทั้งด้วยตำแหน่งที่ตั้งของมหาวิหารที่อยู่ริมชายฝั่งติดกับพิพิธภัณฑ์ศิลปะปันตาเดลล่าโดกานา (Punta della Dogana) ซึ่งเป็นบริเวณที่คลองแกรนด์คาแนล (Grand Canal) และคลองจิวเดคก้า (Giudecca Canal) มาบรรจบกันที่อ่าวซันมาร์โก (San Marco Basin) เกิดเป็นความสวยงามทางธรรมชาติของสายน้ำที่มีเรือแล่นผ่านไปมาโดยมีฉากหลังเป็นมหาวิหารอันยิ่งใหญ่

อ่านต่อ

สะพานบริดจ์ออฟไซส์ เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

สะพานบริดจ์ออฟไซส์ (Bridge of Sighs / Ponte dei Sospiri) เป็นสะพานประวัติศาสตร์ของเมืองเวนิส สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 16 เป็นสะพานหินโค้งเก่าแก่ที่มีลักษณะปิดทึบรอบด้าน ทอดข้ามคลองข้ามคลองริโอเดลปาลัซโซ่ (Rio del Palazzo)เชื่อมระหว่างพระราชวังปาลัซโซ่ดูคาเล่ (Palazzo Ducale) กับคุกที่อยู่อีกฟากของฝั่งคลอง ชื่อของสะพานมีความหมายว่า สะพานแห่งเสียงถอนหายใจ เพราะเมื่อนักโทษถูกพิจารณาคดีและนำตัวไปยังที่คุมขังจะต้องผ่านสะพานนี้เพื่อข้ามไปยังคุก ซึ่งนักโทษจะมองเห็นอิสรภาพของโลกภายนอกครั้งสุดท้ายได้จากช่องหน้าต่างเล็กๆ บนสะพานแห่งนี้ ซึ่งนำมาสู่ความเศร้าและเสียงถอนใจ จึงกลายเป็นชื่อเรียกของสะพานนับแต่นั้นมา ในปัจจุบัน สะพานบริดจ์ออฟไซส์และคุกกลายส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ในความดูแลของพระราชวัง และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ให้กับคนรุ่นหลังได้เที่ยวชมและศึกษา ที่นี่จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเมืองเวนิสอีกแห่งหนึ่ง

อ่านต่อ

การเดินทางโดยขนส่งสาธารณะในเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

การเดินทางมายังเมืองเวนิส (Venice) ที่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี (Italy) นั้นสามารถมาได้ทั้งทางเครื่องบินและรถไฟ โดยทางเครื่องบินนิยมลงที่สนามบินเวนิสมาร์โคโปโล (Venice Marco Polo Airport) และต่อรถบัสเข้าไปยังตัวเมืองเวนิส สำหรับทางรถไฟจะเป็นการเดินทางจากเมืองต่างๆ ในยุโรป มาลงยังสถานีรถไฟเวเนเซียซานตาลูเซีย (Stazione di Venezia Santa Lucia) ซึ่งเป็นสถานีรถไฟหลักของเมืองเวนิสที่มีเส้นทางเดินรถเชื่อมต่อกับเมืองต่างๆ ในประเทศอิตาลี รวมถึงเมืองหลักต่างๆ ในประเทศแถบยุโรป

อ่านต่อ

สะพานริอัลโต เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

สะพานริอัลโต (Ponte di Rialto / Rialto Bridge) เป็นสะพานหินซุ้มโค้งเก่าแก่ที่มีอายุหลายร้อยปี ทอดข้ามคลองแกรนด์คาแนล (Grand Canal) เชื่อมพื้นที่ระหว่างเขตซานมาร์โค (San Marco) และเขตซานโปโล (San Polo) เข้าไว้ด้วยกัน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของเมืองเวนิสที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่มาเยือน เพราะเป็นแลนด์มาร์กที่ตั้งอยู่กลางแหล่งช้อปปิ้ง และเป็นจุดชมวิวคลองแกรนด์คาแนลบริเวณโค้งน้ำที่มีทัศนียภาพอันสวยงามอีกจุดหนึ่งของลำคลอง สะพานนี้จึงเป็นอีกหนึ่งในภาพจำของเมืองเวนิสที่คนทั่วโลกนึกถึง

อ่านต่อ

โบสถ์เซนต์ไมเคิล เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี

โบสถ์เซนต์ไมเคิล (St. Michael Kirche) ตั้งอยู่ในย่านจัตุรัสคาร์ลปลาทซ์และจตุรัสมาเรียนปลาทซ์ แต่เดิมเป็นโบสถ์พระเยซูอิตซึ่งเป็นนิกายเก่าแก่นิกายหนึ่งของศาสนาคริสต์ ปัจจุบันเป็นโบสถ์คาทอลิค โบสถ์เซนต์ไมเคิลเป็นโบสถ์ที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมเรเนซองที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ของเทือกเขาแอลป์ตอนเหนือ และเป็นโบสถ์ที่มีอิทธิพลทางด้านสถาปัตยกรรมในสมัยนั้นในการนำไปต่อยอดสร้างโบสถ์ต่างๆ ด้วยสถาปัตยกรรมบาโรกในพื้นที่ของเยอรมนีใต้ ภายในตกแต่งอย่างสวยงาม โดดเด่นด้วยไม้กางเขนขนาดใหญ่ และแท่นบูชาสูง จึงเป็นอีกหนึ่งศาสนสถานที่ควรแวะเที่ยวชมความสวยงามเมื่อไปเที่ยวเมืองมิวนิค

อ่านต่อ

เปียซซาเดลลาซิญญอเรีย เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี

เปียซซาเดลลาซิญญอเรีย (Piazza della Signoria) จัตุรัสกลางเมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี ที่ล้อมรอบด้วยอาคารสถาปัตยกรรมยุคเรอเนสซองส์และประติมากรรมเอกของโลกอย่าง David (จำลอง) น้ำพุเนปจูน (Fountain of Neptune) และหอศิลป์กลางแจ้ง Loggia dei Lanzi ซึ่งผลงานแต่ละชิ้นบ่งบอกถึงประวัติศาสตร์การเมืองและการฟื้นฟูศิลปวิทยาการของทวีปยุโรปได้เป็นอย่างดี เมืองฟลอเรนซ์จึงได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1982

อ่านต่อ

โบสถ์เซนต์ปอล เมืองแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี

โบสถ์เซนต์ปอล (St Paul's Church / ภาษาเยอรมันคือ Paulskirche) เป็นโบสถ์นิกายโปรเตสแตนต์ตั้งอยู่ใจกลางเมืองแฟรงค์เฟิร์ต ไม่ไกลจากย่านศาลากลางโรเมอร์ และเป็นโบสถ์คริสต์ลูเธอร์แรนที่เป็นสมาชิกสมาคมโบสถ์อีวานเจลิคัลแห่งชาติในประเทศเยอรมนี นอกจากนี้ที่นี่ยังเคยเป็นรัฐสภาแฟรงค์เฟิร์ตในปีค.ศ. 1848 ที่นี่จึงเป็นที่รู้จักกันในนาม "แหล่งกำเนิดประชาธิปไตยในเยอรมนี" และได้รับการยกย่องว่าเป็นอนุสรณ์สถานของประเทศด้านเสรีภาพและประชาธิปไตยอีกด้วย

อ่านต่อ

โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ อีสเทิร์น ฮิลล์ แองกลิกัน เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย

เซนต์ปีเตอร์ อีสเทิร์น ฮิลล์ แองกลิกัน (St Peter’s Eastern Hill Anglican Church) คือโบสถ์คริสต์นิกายแองโกลคาทอลิกของเมืองเมลเบิร์น รัฐวิกตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย เป็นโบสถ์ซึ่งสมเด็จพระราชินีวิกตอเรีย (Queen Victoria) ได้ทรงใช้เป็นสถานที่ประกาศสถานะเมืองเมลเบิร์นในปี ค.ศ. 1848

อ่านต่อ

โบสถ์เซนต์นิโคลัส เมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์

โบสถ์เซนต์นิโคลัส (Basilica of St Nicholas) เป็นโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกที่มีสถาปัตยกรรมแบบกอธิคที่งดงาม ด้วยความโดดเด่นของบานหน้าต่างที่ประดับกระจกสี ยอดโดม และหอคอยที่งามสง่าน่าประทับใจ โบสถ์หลักของเมืองแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาเยี่ยมชมเมื่อมาเยือนอัมสเตอร์ดัม

อ่านต่อ

โบสถ์นอทเทอร์ดัมซาบอน เมืองบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม

โบสถ์นอทเทอร์ดัมซาบอน (Notre Dame du Sablon) โบสถ์โรมันคาทอลิคที่ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 13 ที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์กอธิค ซึ่งมีความสวยงาม และมีรายละเอียดด้านการออกแบบที่แสดงถึงความรุ่มรวยทางวัฒนธรรมของบรัสเซลส์ จนถูกยกให้เป็นมรดกทางศาสนาคริสต์ที่สำคัญที่สุดหลังหนึ่งของเมือง

อ่านต่อ

โบสถ์เซนต์นิโคลัส เมืองบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม

โบสถ์เซนต์นิโคลัส (St. Nicholas Church) คือโบสถ์ทางศาสนาคริสต์แห่งแรกๆ ที่สร้างขึ้นมาในเมืองบรัสเซลส์ ตั้งแต่ปี 1125 ตัวโบสถ์เป็นส่วนผสมของสถาปัตยกรรมโรมัน และกอธิค ทำให้มีความเป็นเอกลักษณ์ และภายในยังเปี่ยมไปด้วยมรดกทางวัฒนธรรมที่สะสมกันมาหลายร้อยปี จากบรรดาคริสต์ศาสนิกชนในเมืองบรัสเซลส์

อ่านต่อ

โบสถ์เกรทเซนต์มาร์ติน เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี

โบสถ์เกรทเซนต์มาร์ติน (Great St. Martin Church / ชื่อภาษาเยอรมันคือ Kath. Kirche Groß St. Martin) เป็นโบสถ์นิกายโรมันคาทอลิกตั้งอยู่ย่านเมืองเก่าริมแม่น้ำไรน์มาตั้งแต่ยุคกลาง ด้วยสถาปัตยกรรมที่มีลักษณะโดดเด่น มีหอคอยสี่ทิศล้อมรอบหลังคาโบสถ์ยอดแหลมประดับด้วยไม้กางเขนที่ด้านบน สามารถมองเห็นได้จากริมแม่น้ำไรน์ จึงเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กยอดนิยมของเมืองโคโลญ

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์และโบสถ์ฮาเกีย โซเฟีย เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี

ฮาเกียโซเฟีย (Hagia Sophia) เป็นโบสถ์ทรงโดมที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมโบสถ์ของคริสต์ศาสนิกชนตะวันตกยุคไบแซนไทน์ (Byzantine) ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นสถาปัตยกรรมทางศาสนาที่มีความยิ่งใหญ่และงดงามเท่านั้น ทว่าโบสถ์แห่งนี้ยังได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง รวมถึงได้รับคัดเลือกให้เข้ารอบสุดท้าย 1 ใน 21 สิ่งมหัศจรรย์ในยุคใหม่เมื่อปี ค.ศ. 2007 อีกด้วย

อ่านต่อ

โบสถ์เซนต์ชาร์ลส์ เมืองเวียนนา ประเทศออสเตรีย

โบสถ์เซนต์ชาร์ลส์ (St. Charles's Church) เป็นโบสถ์สถาปัตยกรรมรูปแบบบารอกที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเวียนนาที่มีความงดงามทั้งภายนอกและภายใน ควรค่าแก่การมาเยือนและบันทึกภาพสวยๆ

อ่านต่อ

โบสถ์เซนต์นิโคลัส แคทแฮดรัล เมืองปราก สาธารณรัฐเช็ก

โบสถ์เซนต์นิโคลัส แคทแฮดรัล (St.Nicholas Cathedral) โบสถ์ที่ตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่าฝั่งตะวันตก หลังนี้ เป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมสไตล์บาโรก (Baroque) ที่งดงาม และเปี่ยมไปด้วยประวัติศาสตร์ ไม่แพ้สถาปัตยกรรมในย่านเมืองเก่าฝั่งตะวันออก ทั้งยังเป็นศูนย์รวมจิตใจ ตลอดจนพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมทางศาสนาหลักของคนในพื้นที่ด้วย

อ่านต่อ

โบสถ์เซนต์นิโคลัส เมืองปราก สาธารณรัฐเช็ก

โบสถ์เซนต์นิโคลัส (St.Nicholas Church) โบสถ์ที่ได้รับการออกแบบในสถาปัตยกรรมสไตล์บาโรก (Baroque) ที่งดงาม และโดดเด่นที่สุดหลังหนึ่งในเมืองปราก ภายในได้รับการตกแต่งด้วยประติมากรรม ภาพเขียนที่แสดงถึงชีวประวัติของเซนต์นิโคลัส ตัวโบสถ์ได้รับความนิยมจากคนในพื้นที่ในการมาทำกิจกรรมทางศาสนา และยังเป็นสถานที่สำหรับจัดการแสดงดนตรีคลาสสิกจากวงดนตรีคุณภาพ ประจำเมืองปรากอีกด้วย

อ่านต่อ

โบสถ์เซนต์แพทริกแคทเธอดอล เมืองนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

โบสถ์เซนต์แพทริกแคทเธอดอล (St. Patrick's Cathedral) มีความงดงามด้วยสถาปัตยกรรมแบบนีโอ-โกธิคที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาเหนือโดยมียอดแหลมสูงประมาณ 100 เมตร ที่ประตูโบสถ์มีรูปปั้นสัมฤทธิ์ของนักบุญหลายท่าน และเหนือบานประตูเป็นบานหน้าต่างลายกุหลาบขนาดใหญ่ประดับกระจกสี โบสถ์แห่งนี้ได้รับการประกาศให้เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งชาติในปี ค.ศ. 1976 จึงเป็นแลนด์มาร์คที่ต้องมาชมอีกแห่งของเมืองนิวยอร์ก

อ่านต่อ

โบสถ์เซนต์โดมินิก เขตแซ มาเก๊า

โบสถ์เซนต์โดมินิก (St. Dominic’s Church) เป็นสถานที่ซึ่งยูเนสโกยกย่องให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมของมาเก๊า (UNESCO World Heritage-listed Historic Centre of Macau) ด้วยลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่สวยงามและเก่าแก่ การผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออกที่หาดูได้ยาก รวมทั้งยังเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อมที่เก็บรักษางานศิลปะอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์อีกกว่า 300 ชิ้น ทำให้โบสถ์แห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ซึ่งนักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดเมื่อเดินทางมาเยือนมาเก๊า

อ่านต่อ

โบสถ์เซนต์ปอลเซนต์หลุยส์ เมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส

โดยหนึ่งในชื่อเสียงอันโด่งดังของโบสถ์เซนต์ปอลเซนต์หลุยส์มาจากผลงานเรื่องเหยื่ออธรรม (Les Misérables)ของวิคเตอร์ ฮูโก้ ผู้เขียนคนค่อมแห่งนอร์ทเธอดาม ซึ่งในเรื่องเหยื่ออธรรม หนึ่งในฉากอันประทับใจอย่างฉากการแต่งงานและเสียงระฆังที่ดังกึกก้องก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากโบสถ์แห่งนี้นั่นเอง ทั้งนี้โบสถ์เซนต์ปอลเซนต์หลุยส์ถือเป็นโบสถ์แห่งแรกของคณะนิกายเยซูอิด และเป็นโบสถ์แห่งแรกๆที่สร้างขึ้นโดยเน้นไปทางศิลปะบาโรกอันสวยงามมากกว่าศิลปะโกธิคที่เคยได้รับความนิยมอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง

อ่านต่อ

โบสถ์แมทเทียส เมืองบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี

โบสถ์แมทเทียสได้รับการขนานนามให้เป็น Church of Our Lady หรือที่รู้จักกันในนามของมหาวิหารอันยิ่งใหญ่ที่ทั้งสวยงามและทั้งเป็นแหล่งรวมศรัทธาของผู้คน โดยสถาปัตยกรรมของโบสถ์แมทเทียสนั้น เป็นการผสมผสานกันของทั้งศิลปะโกธิค , นีโอโกธิค , อาร์ตนูโว และไบแซนไทน์ ซึ่งเป็นผลมาจากการผ่านกาลเวลาเวลามาอย่างยาวนานกว่า 700 ปีนั่นเอง ในอดีต โบสถ์แมทเทียสเคยเป็นสถานที่ประกอบพิธีการที่สำคัญของราชวงศ์ฮังการีอยู่บ่อยครั้ง ขณะที่ในปัจจุบันนอกจากจะเป็นสถานที่เก็บพระศพของอดีตกษัตริย์และราชวงศ์ฮังการีแล้ว โบสถ์แมทเทียสยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยสิ่งน่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็น หลังคาสลับสีอันสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์ของโบสถ์ ซึ่งมองเห็นได้แต่ไกล หรือสถาปัตยกรรมที่สวยงามของตัวโบสถ์ นอกจากนี้ภายในโบสถ์ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการ , สมบัติล้ำค่าจากอดีตของประเทศฮังการี รวมไปถึงการแสดงออร์แกนที่จะเปิดให้เข้าไปฟังได้ในบางช่วงเวลาอีกด้วย

อ่านต่อ

โบสถ์ปังเลา เกาะปังเลา ประเทศฟิลิปปินส์

โบสถ์ปังเลาหรือโบสถ์เซนต์อะกุสตินตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะปังเลาห่างจากเมืองตักบีลารันซึ่งเป็นเมืองหลวงของจังหวัดโบฮอล 18 กิโลเมตร ทำหน้าที่เป็นสถานที่จัดกิจกรรมมากมายทางศาสนาและสังคมของเมือง

อ่านต่อ

โบสถ์บาครายอน เกาะโบฮอล ประเทศฟิลิปปินส์

Baclayon Church เป็นโบสถ์แห่งแรกที่ถูกสร้างขึ้นโดยชาวสเปนและเก่าแก่ที่สุดในหมู่เกาะฟิลิปปินส์ ตั้งอยู่ในเขตเมืองตักบิลารัน เกาะโบฮอล ประเทศฟิลิปปินส์ โบสถ์บาครายอนเป็นโบสถ์โรมันคาทอลิกมีอายุถึง 290 ปี ซึ่งที่นี่ได้รับการยกย่องให้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมแห่งชาติโดยพิพิธภัณฑ์แห่งชาติฟิลิปปินส์

อ่านต่อ

โบสถ์ซานอะกุสติน มรดกโลกกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์

โบสถ์ซานอะกุสติน กรุงมะนิลาเป็นหนึ่งใน 4 โบสถ์บาโรกของฟิลิปปินส์ ที่ได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกของยูเนสโก ใน ค.ศ.2003 โบสถ์เหล่านี้ยังเป็นหนึ่งในสมบัติที่มีค่ามากที่สุดของประเทศ โดยโบสถ์อีก 3 แห่ง คือโบสถ์ซานตามาริอาจังหวัดอิโลโกสซูร์ โบสถ์ซานอากุสตินหรือโบสถ์ปาไวจังหวัดอิโลโกสนอร์เตและโบสถ์เมียกาโอจังหวัดอิโลอิโล

อ่านต่อ

ซากโบสถ์เซนต์ปอล มาเก๊า

ซากโบสถ์เซนต์ปอล (大三巴牌坊 / Ruins of the Cathedral of Saint Paul) เป็นส่วนประตูของโบสถ์เซนต์ปอลที่ถูกสร้างขึ้นในอดีต และได้กลายมาเป็นแลนด์มาร์คและสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเขตปกครองพิเศษมาเก๊า ประเทศจีน โดยลักษณะของประตูโบสถ์นั้นถูกสร้างขึ้นในรูปแบบตะวันตก มีเสาโรมันและรูปเคารพของนักบุญต่างๆในศาสนาคริสต์ ถือเป็น 1 ใน 22 สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของมาเก๊า ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกจากองค์กร UNESCO โดยถือเป็นสัญลักษณ์ของการผสานวัฒนธรรมระหว่างตะวันตกและตะวันออกเข้าด้วยกัน และสัญลักษณ์ของมาเก๊านับแต่อดีตถึงปัจจุบัน

อ่านต่อ
สถานที่อื่นๆที่น่าสนใจ