• อ่าน ()
  • By

สถานที่อื่นๆที่น่าสนใจ

พิพิธภัณฑ์อัลเทอ เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

พิพิธภัณฑ์อัลเทอ (Alte Museum) หรือหอศิลป์แห่งชาติหลังเก่า (Old National Gallery / ภาษาเยอรมันคือ Alte Nationalgalerie) ของกรุงเบอร์ลิน สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 ช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งที่สามในจำนวนห้าพิพิธภัณฑ์ที่สร้างขึ้นบนเกาะพิพิธภัณฑ์ (Museum Island / Museumsinsel) กลางแม่น้ำชเปร (Spree) ตัวอาคารถูกออกแบบให้มีลักษณะคล้ายกับวิหาร บริเวณด้านบนของบันไดด้านหน้าที่ทอดยาวขึ้นสู่ตัวพิพิธภัณฑ์มีพระบรมรูปทรงม้าของกษัตริย์ฟรีดริชวิลเฮ็ล์มที่ 4 (King Friedrich Wilhelm IV) ตั้งอยู่รับกับตัวอาคารที่เป็นฉากหลังอย่างสง่างาม ภายในจัดแสดงผลงานศิลปะโบราณในช่วงสมัยศตวรรษที่17-19 อันมีชื่อเสียง อาทิเช่น ภาพเขียนของ Adolph Menzel รูปปั้นคู่ของ Princesses Luise และ Friederike of Prussia โดยฝีมือของ Johann Gottfried Schadow ภาพเขียนสีน้ำมันชื่อ Monk by the Sea โดย Caspar David Friedrich ศิลปินชาวเยอรมัน และภาพเขียนสีน้ำมันชื่อ In Summer โดย Pierre-Auguste Renoir เป็นต้น

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์นอยเอส เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

พิพิธภัณฑ์นอยเอส (Neues Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งที่สองที่ถูกสร้างขึ้นบนเกาะพิพิธภัณฑ์ (Museum Island / Museumsinsel) กลางแม่น้ำชเปร (Spree) ในกรุงเบอร์ลิน ปัจจุบันที่นี่จัดแสดงของล้ำค่าหาชมได้ยากกว่า 9,000 ชิ้น โดยแบ่งออกเป็นสามโซน ได้แก่ ผลงานศิลปะและของสะสมของชาวอียิปต์โบราณ สิ่งของโบราณที่มีอายุก่อนประวัติศาสตร์ และผลงานศิลปะของกรีกโรมันโบราณ ซึ่งสิ่งเหล่านี้นับเป็นชิ้นส่วนสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ได้จากการสำรวจพบจากดินแดนของยุโรป และดินแดนตะวันออกกลางในอดีต บางส่วนมีอายุตั้งแต่ก่อนยุคหินไปจนถึงยุคกลาง ตัวอย่างสิ่งที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากเช่น ประติมากรรมจำลองราชินีเนเฟอร์ตีติ (Nefertiti Bust) รูปสลักกรีนเฮด (Green Head) จารึกต่างๆ บนกระดาษปาปิรุส (Papyrus texts) จากดินแดนอียิปต์โบราณ รวมถึงสิ่งที่เก่าแก่ที่สุดอย่างขวานโบราณอายุ 700,000 ปีจากยุคหินเก่า เรียกได้ว่าพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นแหล่งรวบรวมวิวัฒนาการทางด้านศิลปะ และสถาปัตยกรรมของมนุษย์ในแต่ละยุคสมัยจากดินแดนเกือบทั่วโลกเอาไว้ในที่เดียว

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์อัลเทส เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

พิพิธภัณฑ์อัลเทส (Altes Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์เก่าแก่ และเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกในจำนวนห้าพิพิธภัณฑ์ ที่ถูกสร้างขึ้นบนเกาะพิพิธภัณฑ์ (Museum Island / ภาษาเยอรมันคือ Museumsinsel) กลางแม่น้ำชเปร (Spree) ในกรุงเบอร์ลิน ตัวอาคารมีความอลังการโดดเด่น สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ผู้ที่มาเที่ยวชม เพราะถูกสร้างโดยอิงแบบจากวิหารแพนธีออน (The Pantheon) ในกรุงโรม (Rome) ด้วยสถาปัตยกรรมกรีกโรมันโบราณ (Neoclassical architecture) ในรูปแบบเสาหินขนาดมหึมาจำนวนสิบแปดต้นเรียงรายทอดยาวสร้างความโอ่อ่าให้กับตัวอาคาร รวมถึงขั้นบันไดหินกว้าง และภายในห้องโถงทรงกลมขนาดใหญ่รายล้อมด้วยรูปสลักโบราณ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นแหล่งสะสมโบราณวัตถุอันน่าทึ่งมากมายจากกรีซ (Greece) โรมัน (Roman) และอีทรัสคัน (Etruscan) ในช่วงศตวรรษที่ 1 ก่อนคริสตกาล มีตั้งแต่สมบัติชิ้นเล็กชิ้นน้อยอย่าง เหรียญ เครื่องประดับ แจกัน ไปจนถึงผลงานศิลปะและประติมากรรมขนาดใหญ่ เช่น ผลงานประติมากรรมศีรษะของซีซาร์ (Caesar) และพระนางคลีโอพัตรา (Cleopatra) เป็นต้น พิพิธภัณฑ์อัลเทสได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO World Heritage Site) ในปีค.ศ. 1993 และเกาะพิพิธภัณฑ์ก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO World Heritage Site) เช่นกันในปีค.ศ. 1999

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์โบด เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

พิพิธภัณฑ์โบด (Bode Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งที่สี่ในห้าพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ตั้งอยู่บนเกาะพิพิธภัณฑ์ (Museum Island / Museumsinsel) กลางแม่น้ำชเปร (Spree) ใจกลางกรุงเบอร์ลิน ซึ่งเกาะนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) World Heritage Sites ในปี ค.ศ. 1999 พิพิธภัณฑ์โบดตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดบนเกาะพิพิธภัณฑ์ เป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากบรรดานักท่องเที่ยวผู้หลงใหลในผลงานศิลปะ เพราะที่นี่จัดแสดงผลงานประติมากรรม ชุดสะสมเหรียญโบราณ และผลงานศิลปะในยุคไบแซนไทน์ (Byzantine Art) ในช่วงศตวรรษที่ 13 ถึง 18 อันเก่าแก่ ทรงคุณค่า และหาดูได้ยากไว้อย่างมากมาย

อ่านต่อ

10 สถานที่เที่ยวยอดนิยมในเมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

เมืองเบอร์ลิน (Berlin) เมืองหลวงของประเทศเยอรมนี (Germany) ชื่อทางการของประเทศคือ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (Federal Republic of Germany) เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดและมีจำนวนประชากรมากที่สุดในประเทศ และมากเป็นอันดับสองของสหภาพยุโรปรองจากเมืองลอนดอน ทางด้านสภาพภูมิศาสตร์ ตัวเมืองเบอร์ลินตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ โดยมีลักษณะเป็นพื้นที่ราบลุ่มที่มีแม่น้ำสายหลักคือแม่น้ำชเปร (Spree) ตัดผ่านกลางตัวเมือง หนึ่งในสามของเมืองเป็นพื้นที่สีเขียวอย่างเช่น พื้นที่ป่า สวนสาธารณะ และแม่น้ำคูคลองต่างๆ ทางด้านสภาพภูมิอากาศ เบอร์ลินเป็นเมืองที่มีสภาพอากาศดี มีฤดูร้อนที่อบอุ่น และฤดูหนาวที่ไม่รุนแรง โดยฤดูร้อนจะอยู่ในช่วงเดือนเมษายน ถึง เดือนกันยายน มีอุณหภูมิเฉลี่ยราว 23 องศาเซลเซียส และฤดูหนาวอยู่ในช่วงเดือนตุลาคม ถึง เดือนมีนาคม มีอุณหภูมิเฉลี่ยราว 3 องศาเซลเซียส มีฝนตกเกือบตลอดปี ซึ่งช่วงที่มีปริมาณน้ำฝนสูงสุดของปีคือช่วงระหว่างเดือนมิถุนายน ถึง เดือนสิงหาคม

อ่านต่อ

สวนสาธารณะเทียร์การ์เทน เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

สวนสาธารณะเทียร์การ์เทน (Tiergarten) เป็นพื้นที่สีเขียวที่เปรียบเสมือนปอดของเมืองเบอร์ลิน ด้วยพื้นที่ครอบคลุมเนื้อที่ราว 210 เฮคตาร์ (1 เฮคตาร์ เท่ากับ 10,000 ตารางเมตร ดังนั้น 210 เฮคตาร์จึงเท่ากับพื้นที่ราว 2,100,000 ตารางเมตร) ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าไฮด์พาร์ค (Hyde Park) ของเมืองลอนดอนเล็กน้อย เป็นสถานที่ที่ชาวเมืองนิยมมาพักผ่อนหย่อนใจ ขี่จักรยาน เล่นเสก็ตบอร์ด เดินเล่นชมสวน วิ่งออกกำลังกาย นั่งปิกนิกบนสนามหญ้า พายเรือ และเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ ในบริเวณสวนตามอัธยาศัย สวนนี้ตั้งอยู่ใกล้กับศูนย์กลางของเมืองและสถานที่ท่องเที่ยวหลักอย่างเช่น ประตูบรันเดินบวร์ค (Brandenburg Gate) เสาชัยชนะ (Victory Column) สวนสัตว์เบอร์ลิน (Berlin Zoo) และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเบอร์ลิน (Aquarium Berlin)

อ่านต่อ

จัตุรัสเจนดาร์เมนมาร์ค เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

จัตุรัสเจนดาร์เมนมาร์ค (Gendarmenmarkt) จัดเป็นจัตุรัสที่สวยที่สุดในกรุงเบอร์ลิน และตั้งอยู่ในศูนย์กลางของสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เป็นหนึ่งในบริเวณที่พลุกพล่านคึกคักของเมืองหลวง มีนักท่องเที่ยวมากกว่าล้านคนมาเยือนในแต่ละปี ด้วยทำเลที่นอกจากจะมีทั้งร้านค้า โรงแรม ร้านอาหาร ธนาคาร และห้างสรรพสินค้า และยังเป็นสถานที่รายล้อมด้วยอาคารที่มีสถาปัตยกรรมเก่าแก่สวยงาม เช่น อาคารจัดแสดงคอนเสิร์ต (Concert Hall) โบสถ์ฝรั่งเศส (French church) และโบสถ์เยอรมัน (German church) ให้เที่ยวชมและเรียนรู้ถึงวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในที่จัดงานตลาดคริสต์มาส (Christmas market) ของเมืองเบอร์ลินอีกด้วย

อ่านต่อ

สะพานโอเบอร์บวม เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

สะพานโอเบอร์บวม (Oberbaum Bridge / ชื่อภาษาเยอรมันคือ Oberbaumbrücke) เป็นสะพานข้ามแม่น้ำชเปร (Spree) มีลักษณะเป็นสะพานสองชั้น ชั้นบนเป็นทางรถไฟ ชั้นล่างสำหรับยานพาหนะทั่วไป และมีทางเท้าสำหรับคนสัญจรไปมา โดยสะพานแห่งนี้ได้เชื่อมพื้นที่เขต Friedrichshain ในฝั่งตะวันออก กับเขต Kreuzberg ในฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเข้าไว้ด้วยกัน เหตุผลที่สะพานแห่งนี้นับเป็นจุดแลนด์มาร์กอีกแห่งหนึ่งของเมืองเบอร์ลิน ไม่ใช่เพียงแค่มีทัศนียภาพอันสวยงาม และสถาปัตยกรรมของสะพานที่โดดเด่นเท่านั้น แต่ยังเป็นสะพานประวัติศาสตร์ในช่วงการแบ่งแยกเยอรมนีอีกด้วย โดยสะพานโอเบอร์บวมเป็นเขตชายแดนที่เป็นจุดผ่านแดนระหว่างเยอรมนีตะวันออกและตะวันตก ซึ่งให้เฉพาะคนฝั่งตะวันตกผ่านเข้าฝั่งตะวันออกเท่านั้น และหลังการล่มสลายของกำแพงเบอร์ลินสะพานแห่งนี้จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ในเชิงเอกภาพที่เชื่อมกรุงเบอร์ลินทั้งสองฝั่งให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอีกครั้งหนึ่ง

อ่านต่อ

หอส่งสัญญาณโทรทัศน์ เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

หอส่งสัญญาณโทรทัศน์ (TV Tower / ชื่อภาษาเยอรมันคือ Berliner Fernsehturm) สถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์แห่งกรุงเบอร์ลิน เมืองหลวงของประเทศเยอรมนี ด้วยความสูงเสียดฟ้าถึง 368 เมตรรวมเสาอากาศจึงเป็นแลนด์มาร์กที่สังเกตเห็นได้ง่ายที่สุดของเมือง และจัดเป็นหอคอยที่สูงที่สุดในยุโรปที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ด้านบนเป็นที่ตั้งของหอชมเมืองที่ระดับความสูง 203 เมตรที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพในมุมมอง 360 องศารอบเมืองเบอร์ลินและเมืองใกล้เคียงในระยะประมาณ 60 กิโลเมตรในวันที่ท้องฟ้าเปิด ภายในหอคอยยังมีห้องอาหารที่ระดับความสูง 207 เมตรที่จะหมุนรอบตัวเอง 360 องศาภายในเวลาครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมง ให้แขกที่มาเยือนได้นั่งรับประทานอาหารไปและชมวิวไปพร้อมกัน

อ่านต่อ

ศาลากลางสีแดง เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

ศาลากลางสีแดง (Rotes Rathaus) คือ ศาลากลางประจำเมืองเบอร์ลิน (Berlin City Hall) เป็นทั้งสำนักงานของนายกเทศมนตรี และสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของเมืองเบอร์ลิน ตัวอาคารสร้างด้วยอิฐสีแดงจึงเป็นที่มาของชื่ออาคารว่า Rotes Rathaus (ภาษาเยอรมัน rotes แปลว่า สีแดง และ rathaus แปลว่า ศาลากลาง) ศาลากลางนี้เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่ตั้งอยู่ใกล้กับ Alexanderplatz และ TV Tower ภายในอาคารมีห้องโถงและห้องจัดนิทรรศการที่ตกแต่งอย่างสวยงามหลายห้องไว้สำหรับจัดงานพิธีสำคัญต่างๆ และไว้ให้นักท่องเที่ยวได้มาเยี่ยมชม

อ่านต่อ

เสาชัยชนะ เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

เสาชัยชนะ (Victory Culumn / ชื่อภาษาเยอรมันคือ Siegessäule) เป็นอนุเสาวรีย์ที่มีความสูง 67 เมตร ด้านบนสุดประดับด้วยรูปปั้นเทพีวิกตอเรียสีทอง ซึ่งเป็นเทพีแห่งชัยชนะในตำนานของกรีกโรมันโบราณ ในอดีตสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะในสงครามของปรัสเซีย ปัจจุบันถือเป็นจุดแลนด์มาร์กยอดนิยมอีกแห่งของเมืองเบอร์ลินที่มีจุดชมวิวแบบพาโนรามา เสาชัยชนะตั้งอยู่ใจกลางสวนสาธารณะเทียร์การ์เทน (Tiergarten) บริเวณเกาะกลางของวงเวียน Der Große Stern (The Great Star) ที่มีถนนห้าสายมาบรรจบกัน ที่นี่ยังเป็นสถานที่ที่นายบารัค โอบามา ได้มากล่าวสุนทรพจน์ในปีค.ศ. 2008 ก่อนที่เขาจะได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาอีกด้วย

อ่านต่อ

อนุสรณ์สถานการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

อนุสรณ์สถานการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว (Memorial to the Murdered Jews of Europe) เป็นอนุสรณ์สถานที่สร้างอุทิศแด่เหยื่อชาวยิวกว่าหกล้านคนในเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และให้คนรุ่นหลังรำลึกถึงความหายนะในอดีต ความทรงจำอันน่าเศร้าสลด และยังเป็นเครื่องเตือนใจสำหรับคนยุคใหม่อีกด้วย สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 19,000 ตารางเมตร ใจกลางกรุงเบอร์ลิน ออกแบบโดย Peter Eisenman สถาปนิกชาวนิวยอร์ก ด้วยการวางแท่งคอนกรีตจำนวน 2,711 แท่งที่มีขนาดความสูงต่ำแตกต่างกันไปบนพื้นที่ที่ลาดเอียงเล็กน้อย โดยมีระยะช่องทางเดินในแต่ละช่อง เมื่อมองเผินๆ โครงสร้างโดยรวมจะคล้ายคลื่นไม่ว่าคุณจะยืนอยู่ตรงไหนก็ตาม โดยสถาปัตยกรรมนี้มีชื่อเรียกว่า Field of Stelae ที่นี่ยังแตกต่างจากอนุสรณ์สถานทั่วไปเพราะไม่มีจุดศูนย์กลางของสถานที่อย่างเช่น รูปปั้น หรือ เสาธง เหมือนอย่างที่อื่น เนื่องจากเป็นการออกแบบเชิงนามธรรม (Abstract) เปิดกว้างให้ผู้ที่มาเยือนตีความความรู้สึกที่สัมผัสได้เอาเอง เช่น บางคนอาจรู้สึกอึดอัด หรือบางคนอาจสัมผัสได้ถึงความไม่มั่นคง ความไม่แน่นอน นอกจากนี้ที่นี่ยังมีศูนย์ข้อมูล (Information Centre) ขนาด 800 ตารางเมตรตั้งอยู่ชั้นใต้ดิน จัดแสดงข้อมูลของเหยื่อ เช่น ชีวประวัติสั้นๆ รวมถึงหลักฐานทางประวัติศาสตร์อย่างเช่น จดหมายอำลา หรือภาพถ่ายของสถานที่ที่เกิดเหตุการณ์การทำลายล้าง และเนื่องจากศูนย์บริการข้อมูลนี้อาจมีภาพหรือเนื้อหาเกี่ยวกับความรุนแรง จึงมีการจำกัดอายุผู้เข้าชมสำหรับบุคคลอายุ 14 ปีขึ้นไปเท่านั้น

อ่านต่อ

พระราชวังชาร์ล็อทเทินบวร์ค เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

พระราชวังชาร์ล็อทเทินบวร์ค (Schloss Charlottenburg) เป็นพระราชวังเก่า ครั้งหนึ่งเคยเป็นพระราชวังฤดูร้อน สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมรอคโคโค (Rococo architecture) ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะฝรั่งเศสผสมผสานกับสถาปัตยกรรมบาโรก เป็นการออกแบบตกแต่งที่เน้นความโอ่อ่าและหรูหรา ออกแบบโดยนายสถาปนิกโยฮัน อาร์น็อลท์ เนริง (Johann Arnold Nering) ชื่อของพระราชวังตั้งตามพระนามของพระนางโซฟี ชาร์ล็อท (Sophie Charlotte) พระชายาองค์แรกของพระเจ้าฟรีดริชที่ 3 แห่งนครบรันเดินบวร์คและดยุคแห่งรัฐปรัสเซีย ปัจจุบันเป็นพระราชวังที่งดงามและใหญ่โตที่สุดในกรุงเบอร์ลิน และเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนกรุงเบอร์ลินอีกด้วย

อ่านต่อ

รัฐสภาแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

รัฐสภาแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (German Bundestag / ภาษาเยอรมันคือ Deutscher Bundestag) เป็นที่ประชุมสภาของประเทศเยอรมนี ตั้งอยู่ที่อาคารไรชส์ทาค (Reichstag Building) ในกรุงเบอร์ลิน สิ่งที่น่าสนใจของอาคารไรชส์ทาคแห่งนี้คือโดมแก้วขนาดใหญ่ (Reichstag Dome) ด้านบนสุดของอาคารที่ได้รับการออกแบบอย่างสวยงามและทันสมัย โดยมีระบบกระจกที่สามารถควบคุมแสงและพลังงานความร้อนได้ตามสภาพอากาศ และไม่เพียงแค่สามารถมองเห็นวิว 360 องศาของเมืองเบอร์ลิน แต่ยังสามารถมองเห็นห้องประชุมสภาที่อยู่ด้านล่างได้อีกด้วย นอกจากนี้ภายในโดมแก้วยังมีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับรัฐสภาให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ โดยบริเวณโดมเปิดให้เข้าชมฟรีแต่ต้องมีการลงทะเบียนล่วงหน้าในเว็บไซต์ ที่นี่จัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของกรุงเบอร์ลินอีกแห่งหนึ่ง

อ่านต่อ

เช็คพอยท์ชาร์ลี เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

เช็คพอยท์ชาร์ลี (Checkpoint Charlie) หรือด่านชาร์ลี แต่เดิมเป็นด่านตรวจเข้าออกพรมแดนระหว่างเยอรมนีตะวันออกและเยอรมนีตะวันตกในช่วงสงครามเย็น (Cold War) ตั้งอยู่บริเวณหัวมุมถนนฟรีดริชสตราสเซอ (Friedrichstraße) และซิมเมอร์สตราสเซอ (Zimmerstraße) และยังเป็นบริเวณที่เกิดเหตุการณ์ประวัติศาสตร์การเผชิญหน้ากันของรถถังอเมริกากับโซเวียตในปี ค.ศ. 1961 ในปัจจุบันเช็คพอยท์ชาร์ลีเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมในกรุงเบอร์ลิน โดยมีการจำลองด่าน ธงชาติ ป้ายประกาศ และแผงกระสอบทรายกันกระสุนไว้ตรงที่เดิม พร้อมนักแสดงที่ใส่ชุดทหารประกอบ เพื่อสร้างบรรยากาศในยุคนั้นให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่คึกคักของอาคารร้านค้าสองข้างทางในยุคนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพเป็นที่ระลึก และยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับการแต่งนวนิยายแนวสืบสวนชื่อดังอย่างเช่นเรื่อง James Bond in Octopussy ไปจนถึง The Spy Who Came In From The Cold

อ่านต่อ

ประตูบรันเดินบวร์ค เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

ประตูบรันเดินบวร์ค (Brandenburg Gate / ภาษาเยอรมันคือ Brandenburger Tor) เป็นประตูเมืองเก่าที่ปัจจุบันเป็นแลนด์มาร์กขนาดใหญ่ใจกลางเมืองเบอร์ลิน และเป็นฉากหลังของประวัติศาสตร์สำคัญมากมายมานับร้อยปี ไม่ว่าจะเป็นในยุคสงคราม ยุคแบ่งแยกประเทศ จนถึงวันรวมชาติเยอรมนี จึงได้ชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งเอกภาพและสันติภาพ สร้างขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่17 ตามพระราชโองการของพระเจ้าฟรีดริช วิลเฮล์มที่ 2 แห่งปรัสเซีย (Friedrich Wilhelm II, Emperor of Prussia) ออกแบบโดย คาร์ล ก็อทท์ฮาร์ด แลงฮานส์ (Carl Gotthard Langhans) โดยใช้รูปแบบสถาปัตยกรรมกรีกโรมันโบราณ (Neoclassical Architecture) ให้มีลักษณะคล้ายกับประตูเอเธนส์ (Athens) โดยประกอบด้วยเสาหินทราย ขนาดใหญ่ ฝั่งละ 6 ต้น รวม จำนวน 12 ต้น มีทางเข้าออก 5 ทาง ด้านบนของประตูประดับด้วยประติมากรรมควอดริกา (Quardriga) เป็นรูปปั้นของเทพีวิกตอเรีย (Victoria) เทพีแห่งชัยชนะของโรมัน ประทับอยู่บนราชรถเทียมม้าสี่ตัว ประตูแห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของกรุงเบอร์ลิน

อ่านต่อ

เบอร์ลินวอลเมมโมเรียล เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

เบอร์ลินวอลเมมโมเรียล (Berlin Wall Memorial หรือในภาษาเยอรมันคือ Gedenkstätte Berliner Mauer) เป็นอนุสรณ์สถานให้ระลึกถึงเหตุการณ์ครั้งแบ่งแยกประเทศเยอรมนีด้วยกำแพงเบอร์ลิน อนุสรณ์สถานแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเบอร์ลิน เมืองหลวงของประเทศ ริมถนน Bernauer Strasse (Bernauer Straße) มีความยาว 1.4 กิโลเมตร อนุสรณ์สถานแห่งนี้ประกอบด้วยส่วนของนิทรรศการกลางแจ้งจัดแสดงชิ้นส่วนที่หลงเหลืออยู่ของกำแพงเบอร์ลินพร้อมกับพื้นที่ที่อยู่ลึกไปด้านหลังกำแพงประมาณ 60 เมตรเพื่อถ่ายทอดให้เห็นภาพเรื่องราวในอดีตจนกระทั่งถึงยุคล่มสลายของกำแพงเบอร์ลิน นอกจากนี้ยังมีส่วนของศูนย์การเรียนรู้ที่จัดแสดงข้อมูลและสิ่งที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของกำแพงเบอร์ลินซึ่งช่วยให้ผู้ที่มาเที่ยวชมเข้าใจประวัติศาสตร์ของการแบ่งแยกเยอรมนีได้ง่ายขึ้น และยังมีหอสวด (The Chapel of Reconciliation) ที่สร้างขึ้นบริเวณเดียวกันกับโบสถ์ (Reconciliation Church) ที่ถูกรื้อถอนไปในสมัยก่อน อนุสรณ์สถานแห่งนี้อยู่ในความดูแลของมูลนิธิกำแพงเบอร์ลิน (Berlin Wall Foundation)

อ่านต่อ

เบอร์ลินวอลอีสท์ไซด์แกลเลอรี่ เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

เบอร์ลินวอลอีสท์ไซอีสท์ไซด์แกลลอรี (Berlin Wall East Side Gallery) คือชิ้นส่วนกำแพงที่ยาวที่สุดของกำแพงเบอร์ลินที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ในรูปแบบแกลเลอรี่กลางแจ้ง ตั้งอยู่บนถนนมูห์เลนสตราบ (Mühlenstraße / Mühlenstrasse) ใกล้กับสะพานโอเบอร์บวม (Oberbaum Bridge) แกลเลอรี่กลางแจ้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการล่มสลายของกำแพงเบอร์ลิน ด้วยจำนวนศิลปิน 118 คนจาก 21 ประเทศ ได้ออกแบบผลงานศิลปะลงบนชิ้นส่วนกำแพงขนาดยาว 1.3 กิโลเมตรที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของเขตพรมแดน ให้เป็นแกลเลอรี่กลางแจ้งที่ยาวที่สุดในโลก อนุสรณ์สถานในรูปแบบแกลเลอรี่กลางแจ้งแห่งนี้เป็นทั้งสัญลักษณ์แห่งความสุขในการสิ้นสุดการแบ่งแยกประเทศเยอรมนีและยังเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ให้หวนระลึกถึงความไร้มนุษยธรรมของระบอบการปกครองของเยอรมันตะวันออกในยุคนั้น ปัจจุบันนี้ที่นี่กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเบอร์ลิน โดยเปิดตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน และไม่เสียค่าเข้าชม

อ่านต่อ

มหาวิหารเบอร์ลิน เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

มหาวิหารเบอร์ลิน (Berlin Cathedral Church / ภาษาเยอรมันคือ Berliner Dom) เป็นโบสถ์นิกายโปรเตสแตนต์ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเบอร์ลิน ที่นี่เป็นทั้งศาสนาสถานและแลนด์มาร์กของเมือง และยังเคยเป็นคริสตจักรประจำราชวงศ์โฮเอินท์ซ็อลเลิร์น (Hohenzollern dynasty) ราชวงศ์กษัตริย์แห่งปรัสเซียและเยอรมนี ในปัจจุบันที่นี่ยังคงฐานะโบสถ์หลวงและมหาวิหารซึ่งให้บริการคริสตศาสนิกชนนิกายโปรเตสแตนต์ในกรุงเบอร์ลินและพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงเปิดให้นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวชมความสวยงามของมหาวิหารที่ได้รับการออกแบบและตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงและประณีตสวยงามทั้งสถาปัตยกรรมด้านนอกและการตกแต่งภายในโบสถ์ด้วยกระจกโมเสกสีสันสดใส พร้อมทั้งภาพจิตรกรรมที่บอกเล่าเรื่องราวของศาสนาคริสต์ นอกจากนี้ยังมีส่วนห้องใต้ดินที่ใช้เป็นที่เก็บรักษาหีบพระศพของราชวงศ์โฮเอินท์ซ็อลเลิร์น และที่พลาดไม่ได้ก็คือการขึ้นไปยังด้านบนโดม (Cathedral dome) เพื่อชมวิวพาโนรามา 360 องศาอันน่าตื่นตาตื่นใจ มหาวิหารเบอร์ลินจึงจัดเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวเมืองเบอร์ลิน

อ่านต่อ

เบเบลพลัทซ์ เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

จัตุรัสเบเบลพลัทซ์ (Bebelplatz) เป็นจตุรัสสาธารณะที่ล้อมรอบด้วยเหล่าอาคารที่มีสถาปัตยกรรมอันสวยงามและโดดเด่นอย่างเช่น โรงอุปรากรเบอร์ลิน (Berlin State Opera / Deutsche Staatsoper) โบสถ์เซนต์เฮดวิก (St. Hedwig’s Cathedral) นิกายโรมันคาทอลิก โรงแรมโฮเทลเดอโรม (Hotel de Rome) หอสมุดเก่าเบอร์ลิน (Alte Bibliothek) และพระราชวังเก่า (Altes Palais) ด้านหน้าจัตุรัสติดกับถนนอุนเทอร์ เดน ลินเดน (Unter den Linden) ถนนที่มุ่งหน้าสู่ประตูบรันเดินบวร์ค (Brandenburg Gate) นอกจากสถาปัตยกรรมอันสวยงามของอาคารที่ล้อมรอบ ที่นี่ยังเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์เยอรมนีอีกด้วย

อ่านต่อ

จัตุรัสอเล็กซานเดอร์พลัทซ์ เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

จตุรัสอเล็กซานเดอร์พลัทซ์ (Alexanderplatz) หรือที่คนส่วนใหญ่เรียกสั้นๆ ว่า อเล็กซ์ (Alex) เป็นจัตุรัสกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเยอรมนี เป็นสถานที่ที่มีความคึกคักและพลุกพล่านแห่งหนึ่งของกรุงเบอร์ลิน มีจำนวนผู้คนสัญจรไปมากว่าสามแสนคนต่อวัน เพราะเป็นศูนย์กลางทางตะวันออกของกรุงเบอร์ลินและเป็นจุดเชื่อมต่อขนส่งสาธารณะแห่งใหญ่ที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นรถไฟ รถราง และรถประจำทาง ที่นี่เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้า ร้านค้า โรงภาพยนตร์ ร้านอาหาร และในละแวกนั้นยังมีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ในระยะที่สามารถเดินท่องเที่ยวได้ อย่างเช่น หอกระจายภาพโทรทัศน์ (TV Tower) ที่ว่าการเมืองสีแดง (Rotes Rathaus) และมหาวิหารเบอร์ลิน (Berlin Cathedral) เป็นต้น จัดได้ว่าเป็นจุดนัดพบและจุดศูนย์กลางในการเริ่มต้นท่องเที่ยวเมืองเบอร์ลิน นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นที่จัดนิทรรศการขนาดใหญ่อยู่เสมอ และมี Christmas market ในช่วงปลายปีอีกด้วย

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์นาโกย่า เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์นาโกย่า (Nagoya Science Museum) แหล่งเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น ภายในมีส่วนจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ธรรมชาติวิทยา ฯลฯ เป็นที่ตั้งของท้องฟ้าจำลองที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของสถาปัตยกรรมรูปโลกสีเงินขนาดใหญ่ที่มีนักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปกันตลอดทั้งวัน

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาเอวานอส จังหวัดเนฟเชียร์ ประเทศตุรกี

พิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาเอวานอส (Avanos Pottery Center / Cappadocia Underground Ceramic Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาใต้ดินที่ขุดเจาะจากหินแห่งแรกของโลก (The World’s first rock-carved underground ceramic museum) ที่จัดแสดงเครื่องปั้นดินเผาหรือเซรามิกร่วม 500 ชิ้น เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของการทำเครื่องปั้นดินเผาในเอวานอส แหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาคุณภาพดีและขึ้นชื่อของประเทศตุรกีที่ทำสืบทอดกันมายาวนานกว่า 2,000 ปี

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม จังหวัดเนฟเชียร์ ประเทศตุรกี

พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม (Goreme Open Air Museum) เป็นสถานที่ทางจิตวิญญาณอันเกิดจากการสลักหิน ที่ที่นักท่องเที่ยวจะได้เข้าใจถึงอิทธิพลของศาสนาในสมัยโบราณ และเรียนรู้เรื่องราวชีวิตความเป็นอยู่ของบรรพบุรุษชาวคัปปาโดเชียน (Cappadocian) ได้ดีที่สุด นอกจากนี้ยังเป็นบริเวณที่สามารถนั่งดื่มด่ำไปกับทิวทัศน์โดยรอบอันงดงาม

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำดูไบ รัฐดูไบ ประเทศอาหรับเอมิเรตส์

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำดูไบ (Dubai Aquarium) พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำในร่มที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 8 ของโลกแห่งนี้ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ทางทะเลที่มีสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลให้เยี่ยมชมกว่า 33,000 ชนิด พร้อมกิจกรรม และการแสดงต่างๆ ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสบรรยากาศของโลกใต้ท้องทะเลอย่างจุใจ

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ดูไบ รัฐดูไบ ประเทศอาหรับเอมิเรตส์

พิพิธภัณฑ์ดูไบ (Dubai Museum) แหล่งรวบรวมประติมากรรม งานศิลป์ ความรู้ทางประวัติศาสตร์ ฯลฯ เกี่ยวกับโลกอาหรับที่ใหญ่ และมีเนื้อหาครอบคลุมที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศอาหรับเอมิเรตส์ ตัวพิพิธภัณฑ์ถือเป็นสถาปัตยกรรมที่ทรงคุณค่า ภายในมีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามานำเสนอเรื่องราวน่าสนใจของชาวอาหรับให้กับผู้เข้าชมได้อย่างลงตัว

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์และโบสถ์ฮาเกีย โซเฟีย เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี

ฮาเกียโซเฟีย (Hagia Sophia) เป็นโบสถ์ทรงโดมที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมโบสถ์ของคริสต์ศาสนิกชนตะวันตกยุคไบแซนไทน์ (Byzantine) ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นสถาปัตยกรรมทางศาสนาที่มีความยิ่งใหญ่และงดงามเท่านั้น ทว่าโบสถ์แห่งนี้ยังได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง รวมถึงได้รับคัดเลือกให้เข้ารอบสุดท้าย 1 ใน 21 สิ่งมหัศจรรย์ในยุคใหม่เมื่อปี ค.ศ. 2007 อีกด้วย

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน เมืองนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน (Metropolitan Museum of Art) หรือ The Met เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ดีที่สุดและใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของสหรัฐอเมริกา จัดแสดงงานศิลปะกว่าสองล้านชิ้นที่มีอายุกว่า 5,000 ปีจากทั่วโลกทั้งที่มาจากยุโรป แอฟริกา และเอเชีย เป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์มีชีวิตอยู่บนพื้นที่กว่าสองล้านตารางฟุต ยาวประมาณ 1 ใน 4ไมล์ ด้วยความงามของอาคารศิลปะโกธิคแบบดั้งเดิม ด้านหน้าตึกและภายในโถงหลักเป็นศิลปะ Beaux-Arts สไตล์ฝรั่งเศส ทำให้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ถูกเปรียบเป็นพระราชวังสาธารณะแห่งเมืองนิวยอร์ก

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ราเมง จังหวัดคานากาว่า ประเทศญี่ปุ่น

พิพิธภัณฑ์ราเมง (Yokohama Ramen Museum) พิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับอาหารขึ้นชื่อของญี่ปุ่นอย่าง ราเมง (Remen) เอาไว้แบบอัดแน่นทั้งเนื้อหาและความอร่อย เพราะภายในมีทั้งโซนที่จัดแสดงประวัติศาสตร์น่าสนใจของราเมง โซนที่มีการจำลองหมู่บ้านญี่ปุ่นในสมัยโบราณที่เป็นต้นตำรับของร้านราเมงสมัยอดีต พร้อมนำร้านราเมงเจ้าดังจากทั่วประเทศญี่ปุ่นหมุนเวียนมาเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เลือกกินกันตลอดทั้งปี

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์การ์ติเย่ เมืองเวียนนา ประเทศออสเตรีย

พิพิธภัณฑ์การ์ติเย่ (Museums Quartier; MQ) คือศูนย์กลางของคนรักงานศิลปะที่โด่งดังและเรียกว่าใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งคนในแวดวงศิลปะคงไม่มีใครไม่รู้จัก พิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 60,000 ตารางเมตรแห่งนี้ถูกใช้เป็นสถานที่สำหรับจัดการแสดงศิลปะและวัฒนธรรม ทั้งร่วมสมัยและคลาสสิกของออสเตรียและนานาชาติ

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์เอฟิซัส เมืองเวียนนา ประเทศออสเตรีย

พิพิธภัณฑ์เอฟิซัส (Ephesos Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงโบราณวัตถุซึ่งค้นพบจากเมืองเอฟิซัส (Ephesus) เมืองที่เคยรุ่งเรืองในสมัยกรีกโบราณซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก วัตถุที่จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีทั้งงานประติมากรรมปูนปั้น รูปสลักของเทพเจ้าต่างๆ ตามความเชื่อของกรีก ซากซุ้มประตูและเสาวิหาร ซึ่งเต็มไปด้วยความน่าสนใจเป็นสิ่งที่ทรงคุณค่าต่อประวัติศาสตร์โลก

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์อัลแบร์ทินา เมืองเวียนนา ประเทศออสเตรีย

พิพิธภัณฑ์อัลแบร์ทินา (Albertina Museum) คือสถานที่ที่นักท่องเที่ยวจะได้ชมผลงานศิลปะต้นฉบับของรูเบินส์ (Rubens), โมเนต์ (Monet), ปิกัสโซ (Picasso), เรมบรานดต์ (Rembrandt) และศิลปินระดับโลกอีกมากมายในพระราชวังที่พำนักซึ่งยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งราชวงศ์ฮับส์บูร์ก ณ กรุงเวียนนา

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ออร์แซ เมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส

พิพิธภัณฑ์ออร์แซ (Musée d’Orsay หรือ Orsay Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เน้นการจัดแสดงผลงานจำนวนมากจาก ค.ศ.1848 -1914 ในศตวรรษที่ 19 โดยเป็นช่วงที่งานศิลปะแนวอิมเพรสชั่นนิสม์เฟื่องฟูอย่างมาก ซึ่งเอกลักษณ์และความน่าสนใจอีกอย่างหนึ่งของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือดัดแปลงมาจากสถานีรถไฟเก่า จึงมีห้องโถงยาวๆ สวยงามสำหรับจัดแสดงนิทรรศการต่างๆ

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์คัพนู้ดเดิ้ล จังหวัดคานากาว่า ประเทศญี่ปุ่น

พิพิธภัณฑ์คัพนู้ดเดิ้ล (Cup Noodles Museum) พิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมเรื่องราวน่าสนใจต่างๆ เกี่ยวกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเอาไว้แบบครบวงจร ตั้งแต่จุดกำเนิดของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป กระบวนการผลิต คอลเลกชันบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหายาก มีเวิร์กชอปให้นักท่องเที่ยวได้ทำบะหมี่ของตัวเอง ที่สามารถปรุงแต่งรสชาติ และวัตถุดิบพร้อมออกแบบลวดลายของถ้วยบะหมี่ตามจินตนาการเราเองกลับไปเป็นที่ระลึกอีกด้วย

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ศิลปะฟุกุโอกะ จังหวัดฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น

พิพิธภัณฑ์ศิลปะฟุกุโอกะ (Fukuoka Art Museum) แหล่งเก็บรวบรวมงานศิลปะสำคัญทั้งของประเทศญี่ปุ่น และของต่างประเทศกว่า 16,000 ชิ้น ภายในมีการจัดแสดงผลงานทางศิลปะที่หลากหลาย ตามหัวข้อที่น่าสนใจ ทั้งภาพวาด งานประติมากรรม ภาพเขียน เครื่องเซรามิก ฯลฯ พร้อมกิจกรรมสนุกๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมทำกันตลอดทั้งวัน

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์และอนุสรณ์สถานแห่งชาติ 11 กันยายน เมืองนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

พิพิธภัณฑ์และอนุสรณ์สถานแห่งชาติ 11 กันยายน (9/11 Memorial) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหตุโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่สร้างความสะเทือนใจให้แก่ชาวอเมริกันและประชาชนทั่วโลกจนยากจะลืมเลือนครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์และอนุสรณ์สถานแห่งชาติ 11 กันยายน ตั้งอยู่เลขที่ 180 ถนน Greenwich เมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ถัดจากที่ตั้งเดิมของ World Trade Center มาทางแมนฮัตตัน

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์เมลเบิร์น เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย

พิพิธภัณฑ์เมลเบิร์น (Melbourne Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในซีกโลกใต้ เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่สำคัญของออสเตรเลียที่จัดแสดงเรื่องราวตั้งแต่ยุคของผู้มาถึงเป็นกลุ่มแรก ไปจนถึงสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่หลากหลายได้อย่างน่าสนใจ และยังเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งมีผู้เยี่ยมชมมากที่สุดในเมลเบิร์น

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคัง จังหวัดโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคัง (Osaka Aquarium Kaiyukan) คือแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติของมหาสมุทรแปซิฟิก ที่สร้างขึ้นมาให้คล้ายกับสภาพแวดล้อมโดยธรรมชาติของมหาสมุทรแปซิฟิกมากที่สุด ในพื้นที่ขนาดใหญ่จนถูกยกให้เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของทวีปเอเชีย ด้านในจะมีการจัดแสดงสิ่งมีชีวิตไว้ตามถิ่นที่อยู่ การจัดแสดงสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติของพื้นที่ที่อยู่รอบมหาสมุทรแปซิฟิก และยังมีส่วนจัดแสดงธรรมชาติบนบกทั้งป่าไม้ พืชพันธุ์หายาก และสัตว์บกอื่นๆ รวมแล้วมีสัตว์จัดแสดงทั้งหมด 30,000 ชีวิต มากกว่า 620 สายพันธุ์ ทำให้นอกจากนักท่องเที่ยวปกติแล้ว ยังมีนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมแวะเวียนมาศึกษากันเป็นประจำ

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ศิลปะ และ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ เมืองเวียนนา ประเทศออสเตรีย

กรุงเวียนนาเป็นหนึ่งในเมืองประวัติศาสตร์ที่สวยที่สุดในยุโรป และนับเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของทวีป และภายใต้การปกครองของราชวงศ์ฮอฟบวร์กที่ปกครองประเทศออสเตรียเป็นเวลายาวนานกว่า 700 ปี เวียนนาจึงได้หลอมรวมเอาความคิดสร้างสรรค์จากทั่วทุกมุมโลก และสิ่งต่างๆ ได้กลายมาเป็นมรดกอันยิ่งใหญ่ในพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจหลายแห่ง รวมถึง พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ศิลปะ (Kunsthistorisches Museum) และ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ (Naturhistorisches Museum)

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์การเดินเรือแห่งชาติออสเตรเลีย เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย

พิพิธภัณฑ์การเดินเรือแห่งชาติของออสเตรเลีย (Australian National Maritime Museum) ตั้งอยู่บริเวณดาร์ลิ่งฮาร์เบอร์ (Darling Harbour) ใจกลางเมืองซิดนีย์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ พิพิธภัณฑ์มีลักษณะเป็นอาคารขนาดใหญ่ 2 ชั้นสีขาว สถาปนิกผู้ออกแบบอาคารพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือ ฟิลิป ค็อกซ์ (Philip Cox) แม้ว่าเดิมทีนั้นมีกำหนดวันเปิดตัวพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ในปี ค.ศ.1988 แต่ด้วยความล่าช้าในการก่อสร้าง ค่าใช้จ่ายเกินงบประมาณที่ตั้งไว้ บวกกับความขัดแย้งระหว่างรัฐนิวเซาท์เวลส์และรัฐบาลกลางเกี่ยวกับความรับผิดชอบด้านงบประมาณ ส่งผลให้พิพิธภัณฑ์การเดินเรือแห่งชาติของออสเตรเลียสร้างแล้วเสร็จและเปิดตัวครั้งแรกในปี ค.ศ. 1991 พิพิธภัณฑ์การเดินเรือแห่งชาติของออสเตรเลียเป็นเป็นหนึ่งในหกพิพิธภัณฑ์ที่ดำเนินการโดยรัฐบาลกลาง พิพิธภัณฑ์แห่งนี้นับเป็นศูนย์กลางระดับประเทศสำหรับการเก็บรักษา จัดแสดง การวิจัย ที่เกี่ยวข้องกับโบราณคดีการเดินเรือของออสเตรเลีย ภายในพิพิธภัณฑ์มีหอประภาคารจำลองตั้งโดดเด่นกลางห้อง ตามผนังมีป้ายคำบรรยายเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ มีการจัดแสดงนิทรรศการถาวรหลากหลายน่าประทับใจ รวมถึงโปรแกรมนิทรรศการและกิจกรรมหมุนเวียน เพื่อบอกเล่าประวัติศาสตร์การเดินเรือของออสเตรเลียที่เชื่อมเรื่องราว วัตถุ ผู้คน และสถานที่ต่างๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งประเทศออสเตรเลียเข้าด้วยกันได้อย่างน่าสนใจ

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติกู้กง เมืองไทเป ประเทศไต้หวัน

พิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติ หรือที่เรียกกันว่าพิพิธภัณฑ์กู้กง คือสถานที่เก็บสมบัติล้ำค่าของชาวจีนที่ท่านผู้นำเจียงไคเช็คได้ขนมาจากพระราชวังต้องห้ามของจีนแผ่นดินใหญ่ในช่วงที่พ่ายแพ้สงครามกลางเมือง โดยข้าวของราว 620,000 ชิ้นเหล่านั้นมีอายุกว่า 5,000 ปี พิพิธภัณฑ์แห่งชาติกู้กงจึงเป็นสถานที่ที่ชาวจีนแผ่นดินใหญ่ต้องการมาเที่ยวเพื่อชมสมบัติเดิมของชาติตน

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน

พิพิธภัณฑ์เซี่ยงไฮ้ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงงานศิลปะและข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ จากยุคจีนโบราณ เพื่อบอกเล่าความเป็นมาและสะท้อนถึงความยิ่งใหญ่ของวัฒนธรรมจีนในอดีต ตัวอาคารภายนอกออกแบบเป็นโดมทรงกลมและมีฐานเป็นทรงสี่เหลี่ยมอันเป็นสัญลักษณ์ของสวรรค์และพื้นโลกตามหลักแนวคิดโบราณ ตั้งอยู่ส่วนกลางของจัตุรัสประชาชน เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และการปฏิวัติของเว้ จังหวัดเถื่อเทียน เว้ ประเทศเวียดนาม

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และการปฏิวัติของเว้ (Hue Museum of Royal Antiquities) สถานที่จัดแสดงโบราณวัตถุสมัยราชวงศ์เหงียน โดยเป็นสถาปัตยกรรมแบบวังที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองเว้ ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามและประณีต

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ตวลสเลง เมืองพนมเปญ ประเทศกัมพูชา

พิพิธภัณฑ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ตวลสเลง (Tuol Sleng Genocide Museum) ตั้งอยู่ในเมืองพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์สำคัญที่บอกเล่าถึงอดีตอันเจ็บปวดของประเทศกัมพูชาที่นักท่องเที่ยวควรหาเวลามาเยี่ยมชมสักครั้ง ทั้งนี้พิพิธภัณฑ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ตวลสเลง หรือที่มักเรียกย่อๆว่าตวลสเลง ถูกแปรสภาพจากโรงเรียนให้กลายเป็นคุกเพื่อสอบสวน ทรมาน และสังหารนักโทษที่ถูกกล่าวหาโดยรัฐบาลเขมรแดง เชื่อกันว่าเวลาไม่กี่ปีในช่วง 1975 – 1979 มีผู้ที่เสียชีวิตในสถานที่แห่งนี้ไม่ต่ำกว่าหมื่นคน แม้ทุกวันนี้ตวลสเลงจะไม่ได้เป็นคุกอีกแล้ว แต่เพื่อเป็นการระลึกถึงผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นั้น รัฐบาลกัมพูชาในปัจจุบันจึงได้เปลี่ยนตวลเสลงให้เป็นพิพิธภัณฑ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวความโหดร้ายที่เกิดขึ้นไว้เป็นบทเรียนแก่คนรุ่นหลังต่อไป

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์คาซามะนิลา กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์

Casa Manila Museum เป็นคฤหาสน์สมัยอาณานิคมสเปนที่อยู่ในย่านเมืองโบราณอินทรามูรอส สร้างด้วยหินภูเขาไฟและต่อเติมชั้นบนด้วยโครงสร้างไม้กลางคริสต์ศตวรรษที่19 ภายในตกแต่งด้วยเครื่องเรือน ของประดับบ้าน และงานศิลปะสมัยโบราณ ตัวอาคารสะท้อนให้เห็นถึงความมั่งคั่งของตระกูลต่างๆ ที่อาศัยอยู่ภายใต้การปกครองของสเปน อธิบายถึงวิถีชีวิตของชาวอาณานิคมในยุคล่าอาณานิคมของสเปนในฟิลิปปินส์

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ศิลปะพื้นบ้านกวางโจว (พิพิธภัณฑ์บ้านตระกูลเฉิน) เมืองกวางโจว ประเทศจีน

พิพิธภัณฑ์ศิลปะพื้นบ้านกวางโจว หรือพิพิธภัณฑ์บ้านตระกูลเฉิน เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงสภาพบ้านเรือนและข้าวของเครื่องใช้ของชาวกวางโจวในอดีต ซึ่งมีทั้งเครื่องเรือนไม้โบราณ ฉากไม้ งานปั้นและงานกระเบื้องเคลือบสไตล์จีน งานเย็บปักถักร้อย รวมไปถึงวัตถุหายากต่างๆที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี ตั้งอยู่ในเมืองกวางโจว ประเทศจีน

อ่านต่อ

พระบรมมหาราชวัง (พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ) หลวงพระบาง ประเทศลาว

พระราชวังหลวง ปัจจุบันถูกปรับให้เป็นหอพิพิธภัณฑ์หลวง โดยใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงโบราณวัตถุและของมีค่า เช่น บัลลังก์ ธรรมาสน์ เครื่องสูงและราชูปโภคของเจ้าชีวิต พระพุทธรูป และวัตถุโบราณ รวมถึงของขวัญจากประเทศต่างๆ หอพิพิธภัณฑ์พระราชวังหรือหอคำ เดิมคือพระราชวังของเจ้ามหาชีวิตสายหลวงพระบาง จึงเรียกอีกชื่อว่า วังเจ้ามหาชีวิต สร้างเมื่อ พ.ศ. 2447 ในสมัยเจ้ามหาชีวิตสว่างวงศ์ สืบทอดต่อมาถึงสมัยเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา พระมหากษัตริย์องค์สุดท้ายของลาว

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซ เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย

มาดามทุสโซ (Madame Tussauds) คือพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งชั้นนำที่มีชื่อเสียงระดับโลก ด้วยชื่อเสียงที่มีมายาวนานกว่า 250 ปี และเป็นที่ยอมรับจากสากล โดยบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับโลกเท่านั้นที่จะได้รับเลือกให้เป็นแบบปั้นหุ่น ขี้ผึ้งในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ความเหมือน ความสมจริง และความประณีตของหุ่นปั้นของพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซคือแรงดึงดูดให้ผู้คนทุกยุคทุกสมัยอยากเข้าไปสัมผัสและชื่นชมอยู่ไม่ขาด

อ่านต่อ

พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ เมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส

พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ หรือ Musee Du Lurve ในภาษาฝรั่งเศส เป็นพิพิธภัณฑ์ซึ่งรวบรวมผลงานศิลปะสำคัญแห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่ที่เมืองปารีส แคว้นอิล-เดอ-ฟรองซประเทศฝรั่งเศส พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์เก็บรวบรวมผลงานศิลปะอันทรงคุณค่าไว้มากกว่า 35,000 ชิ้น

อ่านต่อ
สถานที่อื่นๆที่น่าสนใจ